breadcrumb symbol ข่าว

[ #ผูกขาดมาดไอ้เสือ ]

อัพเดตเมื่อ : February 16, 2021 2:31am โดย : admin

ย้อนกลับไปเมื่อ 21 มกราคมที่ผ่านมา คาร์ลไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานบอร์ดบริหารของบาเยิร์น มิวนิค ออกมาเปิดเผยแบบไม่ต้องเม้มเลยว่าอยากได้ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เสริมแนวรับจริง
"เราจะจัดการเรื่องนี้แน่นอน ไม่ใช่แค่รายเดียวหรอก เราเฟ้นหาคนอื่นด้วยและรอดูว่าทำอะไรได้บ้าง"
แค่หลุดประโยคนี้ก็มั่นใจได้เลยว่าบาเยิร์น มิวนิคเอาจริง ไม่มีทางออมมือให้อีกหลายทีมซึ่งโฟกัสมายังปราการหลังฝรั่งเศสเช่นกัน
จากนั้นต้นเดือนกุมภาพันธ์ รุมเมนิกเก้ ให้สัมภาษณ์เน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง ด้วยการยืนยันว่า อูปาเมกาโน่ ก็สนใจร่วมงานกับเสือใต้เช่นเดียวกัน มันเป็นช่วงเวลาเหมาะสมเพื่อมาทดแทน ดาบิด อลาบา ซึ่งตีจากแน่ๆหลังหมดสัญญาและไม่เซ็นต่อ
ขณะเดียวกันก็อ้างว่าบาเยิร์นมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับแอร์เบ ไลป์ซิก ต้นสังกัดนักเตะ รวมถึง รุมเมนิกเก้ เองก็รู้จักมักจี่สร้างมิตรภาพกับ โอลิเวอร์ มินท์ชลาฟฟ์ ประธานบริหารอีกฝั่งอย่างดี
ประเด็นสำคัญโพล่งออกมาตรงๆเลยว่าสองสโมสรจากพรีเมียร์ลีกคือเชลซีกับลิเวอร์พูลก็ติดต่อเข้ามาเช่นเดียวกัน พร้อมจะแย่งตัว
ฟังดูแล้วเหมือนผิดมารยาทที่นำข้อมูลของทีมอื่นมาเปิดเผย มันเป็นเรื่องไม่สมควรเลย เพราะสองทีมดังกล่าวไม่เคยเอาบาเยิร์นไปพาดพิง
น้ำเสียงของ รุมเมนิกเก้ อาจจะเหมือนเกทับบลัฟใส่คู่แข่งว่าไม่ได้แอ้มหรอก เพราะเสือใต้มาเหนือชั้นกว่าเยอะ มีสายสัมพันธ์ที่ดีกว่า ไหนจะกลยุทธ์การเข้าหา อีกทั้ง อูปาเมกาโน่ ก็พร้อมย้ายมาซัมเมอร์หน้า
หลังจาก รุมเมนิกเก้ ให้ข้อมูลผ่านสื่อเรื่องนี้ แทบจะมั่นได้เลยว่าเซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศสไม่มีทางหลุดมืออย่างแน่นอน
แล้วเมื่อ 2 วันก่อนก็แถลงอย่างเป็นทางการเซ็นสัญญา อูปาเมกาโน่ ร่วมทัพในฤดูกาลหน้าเรียบร้อย โดยมีในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเอาเข้าจริงไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์หรือเรียกความน่าตื่นเต้นได้เลย
ตั้งแต่บาเยิร์นรุกหาก็แทบจะแบเบอร์แล้วว่าต้องสมหวัง บรรดายักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีกต่างโยนผ้ายอมแพ้ ไม่ไปตอแยด้วย เพราะรู้เสียเปรียบทุกประตู
เรื่องเงินค่าฉีกสัญญา 38 ล้านปอนด์ รวมทั้งค่าจ้างซึ่งน่าจะทะลุ 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก
แต่ลองถ้าบาเยิร์นประกาศศึกอยากได้ผู้เล่นในสโมสรบุนเดสลีกาด้วยกัน มันก็ยากเหลือเกินที่จะเอาชนะพวกเขาได้
ปูมหลังบอกอยู่แล้วว่า หากอยู่ในเคสเช่นนี้จริงบาเยิร์นแทบไม่เคยทำเป้าหมายหลุดมือไปได้เลย
มันอาจเป็นนโยบาย เป็นแผนการทำงานเพื่อผูกขาดมหาอำนาจในลีกหรือจะอะไรก็แล้วแต่ เสือใต้แสดงให้เห็นศักยภาพในเรื่องนี้อย่างชัดเจนที่สุด
แน่นอนการเตะตัดขาทีมร่วมลีกด้วยการดึงแข้งสำคัญมาอยู่กับตัวเองนั้น แฟนบอลทั้งประเทศต่างเหม็นขี้หน้ายักษ์ใหญ่แห่งบาวาเรีย มันเป็นการทำธุรกิจที่ดูเอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ได้มากเกินไป เข้าข่ายปลาใหญ่กินปลาเล็ก
นอกจากพวกสโมสรระดับกลางๆขึ้นไปถึงกลุ่มเป็นแคนดิเดตจะล้มเสือตัวนี้เพื่อก้าวสู่บัลลังก์แทนจะลำบากแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้แชมป์ยังคงอยู่ที่เดิมปีแล้วปีเล่า แทบไม่มีวี่แววจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเลย
จริงๆบาเยิร์นใช้วิธีการฉุดนักเตะตัวเก่งของทีมร่วมลีกมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดขึ้น หากจะย้อนไปแบบให้ฉายภาพชัดตั้งแต่ทศวรรษ 80 แล้วด้วยซ้ำ
เจาะเวลาหาอดีตดูแล้ว เราจะเห็นว่าเนิร์นแบร์ก ทีมบ้านใกล้เรือนเคียงตกเป็นเหยื่อรายแรกๆ ซึ่งช่วงดังกล่าวกำลังแรงขึ้นมา ด้วยขุมกำลังอันแข็งแกร่งจากการปลุกปั้นด้วยตัวเอง
หลังจากเริ่มเห็นอันตรายของศัตรูใกล้ตัว ปฏิบัติการ "ดูดแหลก" จึงเกิดขึ้น ผู้เล่นแกนหลักของ "แดร์คลุบ" เจอสอยเรียงตัว เป็นการทำให้ตัวเองแกร่งขึ้นและในอีกทางคือตัดกำลังคู่ต่อสู้อ่อนแรงลง
แข้งสำคัญของเนิร์นแบร์กอย่าง นอร์เบิร์ต เอเดอร์ , ฮันส์ ดอร์ฟเนอร์ , สเตฟาน รอยเตอร์ หรือ โรลันด์ กราฮัมเมอร์ ล้วนแต่ตบเท้ากันเข้าร่วมทัพบาเยิร์นทั้งสิ้น
ในบางดีลสโมสรอาจไม่ต้องการปล่อยออกมา แต่ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเสือใต้ เป็นเหมือนพลังดึงดูดให้นักเตะต่างวิ่งเข้าหา ใครก็อยากสวมยูนิฟอร์มของพวกเขาทั้งสิ้น ขัดขวางลำบากมาก
นักเตะอาชีพทุกคนต่างก็อย่างมีเกียรติยศ ได้รับเหรียญรางวัล อันเป็นตัวแทนหรือประกาศนียบัตรบ่งบอกความสำเร็จ
อย่างไรก็ตามเนิร์นแบร์กที่เหมือนถูกข่มเหงรังแกฝ่ายเดียว ต้องถึงคราวอับจนหล่นไปอยู่ในลีกาสองด้วยซ้ำ กว่าจะกลับขึ้นมาได้ก็ต้องปรับจูนใช้เวลากันพอสมควร
พอมาทศวรรษที่ 90 คาร์ลสรูห์ก็กลายเป็นเหยื่อรายที่สอง พวกเขาขึ้นมาจากลีกรองและใช้ผู้เล่นดาวรุ่งพุ่งกระฉูดเขย่าวงการผลงานเป็นที่เลื่องลืออย่างมาก
ชื่อของ มิชาเอล สแตร์นคอฟฟ์ , โอลิเวอร์ ครอยเซอร์ , เมห์เม็ต โชล และ โอลิเวอร์ คาห์น ล้วนแต่ตกอยู่ในโฟกัส
แล้วทุกคนที่ว่ามานี้ล้วนแต่เซ็นสัญญากับบาเยิร์น ได้ดิบได้ดีบ้างหรือบางคนก็ล้มเหลว แตกต่างกันไป
จากนั้นคาร์ลสรูห์มีชะตากรรมไม่ต่างจากเนิร์นแบร์ก นั่นคือเมื่อไร้ขุนพลตัวกลั่นก็ค่อยๆถดถอยลงเรื่อยๆ รูดไปอยู่ท้ายตารางแล้วก็ตกชั้น
ตามด้วยต้นยุค 2000 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเป็นอีกทีมที่ต้องสังเวยนักเตะคนสำคัญ จากผลงานที่กำลังฮอตมาก
ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ปี 2002 พวกเขาที่กำลังพีกหักด่าน แมนฯยูไนเต็ด ในรอบรองชนะเลิศอย่างระทึก เข้าไปชิงดำเรอัล มาดริดแล้วพ่ายอย่างน่าเจ็บใจ
หลังจากนั้นไม่นานดาวดังทั้งหลายก็ค่อยๆ โดนพี่เสือดูดไปทีละคน ไล่ตั้งแต่ มิชาเอล บัลลัค , เซ โรแบร์โต้ และ ลูซิโอ
เหยื่อรายต่อมามีชื่อว่าโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งก็โดนไม้ตายนี้เล่นงานจนคางเหลืองด้วยเช่นกัน

ทั้ง มาริโอ เกิทเซ่ , โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ มัตส์ ฮุมเมิลส์ คือซูเปอร์สตาร์ที่เปลี่ยนสีเสื้อจากเหลืองมาเป็นแดง ก่อนจะช่วยให้ บาเยิร์น ไขว่คว้าความสำเร็จในเวลาต่อมา
แวร์เดอร์ เบรเมน ก็ต้องเสียแข้งหลักอย่าง วาเลเรียง อิสมาแอล , มิโรสลาฟ โคลเซ่ , ทิม โบรอฟสกี้ รวมถึง แซร์จ นาบรี้
ต้องไม่ลืม ชาลเก้ 04 ที่แม้จะโดนในช่วงเวลาที่ห่างกันทั้ง โอลาฟ โธน , มานูเอล นอยเออร์ หรือ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ก็โยกมาบาเยิร์นด้วย
ยังไม่นับฮอฟเฟ่นไฮม์ , สตุ๊ตการ์ทหรือโวล์ฟส์บวร์กซึ่งลิ้มรสมาแล้วเช่นกัน
----------------
ร่วม 50 ปีเข้าไปแล้วที่บาเยิร์น มิวนิคใช้กลยุทธเช่นนี้ แล้วได้ผลดีจนกลายเป็นเครื่องหมายการค้าไปเรียบร้อย
นับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมาเสือใต้ครองแชมป์บุนเดสลีกามาแล้ว 24 ครั้งด้วยกัน ลองคำนวณดูแล้วนี่คือปีเว้นปีเลยทีเดียวที่ประสบความสำเร็จในลีก
ในขณะเดียวกันยังคว้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 3 สมัย ไม่ใช่แค่โชว์ความเป็นใหญ่เฉพาะในประเทศเท่านั้น
ถามว่าบาเยิร์นผิดหรือเปล่า? ตอบได้ทันทีเลยว่า "ไม่" มันเป็นเรื่องปกติในโลกของการแข่งขัน แม้บางครั้งจะต้องทนดูผู้ที่ด้อยกว่าตกระกำลำบากก็ตาม
ในอีกมุมเราต้องชื่นชมการทำงานของผู้บริหาร ซึ่งร่วมกันนำทีมมาไกลถึงจุดนี้ได้ มันไม่ง่ายเลยที่จะสร้างมาได้อย่างมั่นคง ยืนหยัดรักษาความสำเร็จระยะยาวและเชื่อว่าน่าจะผงาดไปอีกนานเลยทีเดียว
และใครหาเว็บไซด์ที่ผงาดมานานแล้วกับคุณภาพที่ได้รับการการันตีว่าเจ๋งจริง อยู่จริงไม่หนีหายนี่เลยกับ MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment