breadcrumb symbol ข่าว

[ #ราชาแห่งการคัมแบ็ก ]

อัพเดตเมื่อ : April 02, 2021 2:52am โดย : admin

ช่วงเดือนธันวาคม 2019 หรือย้อนกลับไปราวปีเศษๆ เกิดเหตุการณ์น่าหวาดเสียวในสนามฟุตบอล
เป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในรอบแบ่งกลุ่มที่โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่าระหว่างอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมเจ้าบ้านดวลกับบาเลนเซียจากสเปน
จู่ๆ ดาเลย์ บลินด์ เกิดหน้ามืดคล้ายเป็นลม รู้สึกมึนศีรษะอย่างรุนแรง จนต้องลงไปนั่งกับพื้นหญ้า แม้จะฝืนลุกขึ้นมาเล่นได้ต่อ แต่หลังจบแล้วต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพราะอาการไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก
ผลตรวจพบว่าเขามีอาการ Myocarditis หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบต้องทำการผ่าตัดทันทีและต้องเว้นวรรคการเล่นฟุตบอลไปก่อน
มีคำแนะนำและเสียงเตือนมาจากแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ให้ บลินด์ ควรเลิกเล่น ตัดสินใจรีไทร์ไปเลย มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงต่อหรอก อย่าเอาชีวิตมาแลกเลย
ตอนได้ยินอย่างนี้ บลินด์ ใจคอไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก อาจต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ
แต่พอการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อน เขารู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นคนป่วยเลย จึงตั้งเป้าจะกลับมาโม่แข้งอีก รอทางแพทย์อนุญาตเท่านั้น
บลินด์ ต้องใส่เครื่องช่วยกระตุ้นหัวใจ ซึ่งเขายืนยันไว้ว่าจะฟิตร่างกายเพื่อกลับมาลงสนามให้เร็วที่สุด
ทางอาแจ็กซ์เองก็วิตกไม่น้อยเลย ก่อนหน้านี้เพิ่งเจอเหตุการณ์ อับดูลัค นูรี ดาวรุ่งอนาคตไกล หมดสติกลางสนามระหว่างฝึกซ้อมขาดอ็อกซิเจนไปเลี้ยงสมอง แม้จะกู้ชีวิตกลับมาได้ก็ยังต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่สามารถตอบโต้สื่อสารอะไรได้
ดังนั้นทางสต๊าฟฟ์โค้ชและผู้บริหารได้ถามความสมัครใจของ บลินด์ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย
แต่เมื่อนักเตะยืนกรานว่าจะทำหน้าที่ต่อไป เมื่อเป็นปกติและแพทย์ไฟเขียวก็จะมาซ้อมเหมือนเดิม
เขาใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ด้วยเพื่อเยียวยาจนคิดว่าหายดีแล้ว จึงกลับมายังสโมสรฝึกซ้อมด้วยความระมัดระวังมีมอนิเตอร์คอยจับจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างละเอียด ป้องกันพลาดซ้ำสอง
10 ธันวาคม 2019 คือเกมที่เขาลงเล่นกับบาเลนเซียและ 16 กุมภาพันธ์ 2020 หวนคืนสู่สังเวียนในฐานะตัวสำรองมีเวลา 45 นาทีเกมลีกดัตช์ดวลอาร์เคซี วัลไวจค์
ทันทีที่เห็น บลินด์ ลงมาแฟนๆอาแจ็กซ์ต่างลุกขึ้นยืนปรบมือเกรียวกราวต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ก่อนจะถล่มไปสบายเท้า 3-0
หลังจากนั้น บลินด์ ได้เล่นต่อเนื่องในเกมลีกที่เหลืออีก 5 นัดด้วยกัน จนกระทั่งฤดูกาลต้องปิดลงชั่วคราว เพราะไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก โดยที่อาแจ็กซ์ยังเป็นจ่าฝูงด้วย
ก่อนสหพันธ์ฟุตบอลฮอลแลนด์จะตัดสินใจตัดจบในเวลาต่อมา เมื่อเห็นว่าโอกาสกลับมาเล่นได้ตามกรอบเวลาแทบริบหรี่
แม้จะตัดจบแต่อาแจ็กซ์ก็ใช่ว่าจะได้แชมป์ เพียงแค่คว้าสิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลต่อไปแค่นั้น
อย่างไรก็ดีสำหรับ บลินด์ แล้วมีความสุขอย่างมาก การได้กลับมาเล่นฟุตบอลเหมือนปกติอีกครั้ง ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
บลินด์ เอาใจใส่ดูแลตัวเองมากกว่าเดิมเท่าตัว ระวังเรื่องการพักผ่อนนอนหลับ อาหารการกินต่างๆ หมั่นพบแพทย์สังเกตอาการผิดปกติอยู่เสมอ
หลังจากฟุตบอลกลับมาเตะได้แบบไร้แฟนบอลเข้าชมเกม ช่วงสิงหาคมอาแจ็กซ์ต้องมีการเตรียมความพร้อมหาเกมอุ่นเครื่อง โดยนัดแฮร์ธ่า เบอร์ลินจากเยอรมันลงดวล
บลินด์ ได้ลงด้วยโดยที่ในร่างกายมีเครื่องกระตุ้นหัวใจระบบไฟฟ้า (Implantable Cardioverter Defibrillator: ICD) เพื่อป้องกันอาการหัวใจเต้นผิดปกติ
เกมใกล้จบลง แต่กลายเป็น บลินด์ ที่ล้มลงไปก่อน ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนร่วมทีมและสต๊าฟฟ์ ต่างวิ่งกันเข้ามาช่วยเหลือ เพราะรู้ประวัติการป่วยดี
ดาวเตะสารพัดประโยชน์ถูกนำส่งโรงพยาบาล เข้ารับการช่วยเหลือจากแพทย์โดยด่วน ก่อนจะมารู้ภายหลังว่า ICD มีปัญหาขัดข้อง ซึ่งพ้นขีดอันตรายภายหลัง
ยังดีที่ว่าไม่มีอะไรร้ายแรง เอริก เทรน ฮาก กุนซือของทีมได้ออกมาเปิดหลังเกมจบ ทำให้ทุกคนต่างโล่งอกไปตามๆกัน
แม้ครั้งที่สองจะมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของอุปกรณ์ที่ใช้รักษา แต่มันคือสัญญาณเตือนที่ไม่ดีเอาซะเลย
ทุกคนรอบข้างต่างห่วงใย อยากให้เขาเลิกเล่นซะ ไม่น่าจะเสี่ยงไปต่อ
แต่ บลินด์ ไม่เคยกลัวเลย ซึ่งนิสัยอย่างนี้น่าจะได้รับการถ่ายทอดมาจาก แดนนี่ บลินด์ ผู้เป็นพ่อและเคยเป็นอดีตกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์มาก่อน
ตั้งแต่เล็กแล้วที่เขาถูกปลูกฝังให้เป็นคนกล้าหาญ พ่อคือนักเตะตำนานของอาแจ็กซ์ เป็นกองหลังที่เยือกเย็นสุขุม แต่ก็ดุดันเด็ดขาดในจังหวะสำคัญ
บลินด์ เข้ารั้วอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ตอนอายุ 8 ขวบ โดยที่ไม่เคยวิตกว่าเป็นเด็กเส้นเลย พร้อมจะพิสูจน์ให้เห็นด้วยผลงานเท่านั้น
เขาได้โปรโมตขึ้นชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าเรื่อยๆ ไม่หวือหวาแต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น รักษามาตรฐานได้ดีไม่มีเปลี่ยน
จากนั้นถูกเรียกติดทีมชาติฮอลแลนด์ชุดใหญ่ในปี 2013 ได้เล่นในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2014 โชว์ฟอร์มร้อนแรง โดยเฉพาะช็อตสำคัญแอสซิสต์อย่างสุดสวยให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน ทำประตู
นั่นคือประตูย้ายสู่แมนฯยูไนเต็ดในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เพื่อร่วมงานกับ หลุยส์ ฟานกัล
แม้จะรู้ว่าไม่ง่ายเลย พรีเมียร์ลีกคือเวทีที่โหดหินสุดแล้ว ทว่าเขาอยากจะพิสูจน์ตัวเอง ยืนกรานเล่นได้ทุกตำแหน่งตามบัญชา แบ็กซ้าย , เซ็นเตอร์แบ็กหรือมิดฟิลด์ตัวรับ
ทว่าเมื่อไร้ ฟานกัล แล้วสถานการณ์หนักขึ้น บลินด์ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจาก โชเซ่ มูรินโญ่ เท่าไรนัก
ทำให้เขาหวนคืนสู่อาแจ็กซ์อีกครั้งและมั่นใจว่านี่คือสโมสรที่เหมาะสุดแล้วในซัมเมอร์ 2018 ไม่ต้องยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่เข้ามาแล้วอบอุ่นเสมอ
---------------
ดาเลย์ บลินด์ ต้องทุ่มเทเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าดีพอ ก่อนจะยึดตำแหน่งเซ็นเตอร์ตัวหลักประสานงานกับ มาไธจ์ส เดอลิกต์ แข้งสายเลือดใหม่จนนำทีมประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ
ฤดูกาลนี้แม้ไม่มี เดอลิกต์ ซึ่งย้ายไปเติบโตกับยูเวนตุสแล้ว แต่เขายังเป็นคีย์แมนแนวรับ นำอาแจ็กซ์นำโด่งเป็นจ่าฝูงของลีก แทบแบเบอร์คว้าแชมป์
ส่วนทีมชาติก็ยังคงรับใช้ต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดเกมกับยิบรอลตาร์ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก
ช่วงต้นครึ่งหลัง บลินด์ พยายามหยุดยั้งการลุยเข้าเขตโทษของ ทีเจย์ เดอ บาร์ กองหน้าคู่แข่ง แต่เสียหลังลื่นล้ม ก่อนลงน้ำหนักผิดท่า จนทิ้งไปทับเข่าซ้ายเต็มๆ จึงเกิดบิดอย่างสยอง ต้องหามออกทันที
แฟนบอลมากมายมาร่วมอวยพรภาวนาไม่ให้ บลินด์ เป็นอะไรมาก หายกลับมาไวๆ และเห็นใจที่ต้องโชคร้ายตลอด ชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน
ล่าสุดได้ข่าวว่าอาการอาจไม่หนักเท่าไรนัก หากสแกนอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีบุบสลาย น่าจะกลับมาเล่นได้ก่อนปิดซีซั่น
แต่สำหรับ บลินด์ แล้วคงไม่ต้องหวั่นเกรงอะไรและพร้อมสู้เหมือนที่เคยสู้เพื่อกลับมาให้เร็วที่สุด
ต่อให้เคยสู้แล้วแพ้ ทว่าก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าสู้เต็มที่ไม่มีถอย อย่างนี้แหล่ะควรค่าต่อการยกย่องด้วยใจจริง
และใครหาเว็บไซด์ที่ได้รับการยกย่อง และบริการแบบจริงใจต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment