breadcrumb symbol ข่าว

"วัน ลัม จะไหวเหรอ??"

อัพเดตเมื่อ : April 05, 2021 12:11am โดย : บุญคำ

บทความนี้ต้องออกตัวก่อนว่าอาจจะกระทบจิตใจของแฟนคลับ ดัง วัน ลัม ผู้รักษาประตูทีมชาติเวียตนาม แต่ผมไม่ได้เขียนขึ้นด้วยความ 'อคติ' หากแต่ละเลงตัวอักษรลงบนแป้นพิมพ์ด้วยข้อมูลที่รู้มาเท่านั้น
ทันทีที่เห็นภาพข่าว วัน ลัม เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น ในใจผมสะกิดคิดทันทีว่า "จะไหวเหรอ?"
เหตุที่ต้องคิดเช่นนั้น เพราะมันมีหลายปัจจัยมากๆ ที่นายทวารลูกครึ่งรัสเซีย จะพุ่งชนความผิดหวังใน เจลีก
อย่างแรกเลยคือ 'ผลงาน' ปัจจุบันที่ วัน ลัม ก็ยังถือว่าสอบตก
ฟอร์มการเล่นใน ไทยลีก กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เห็นได้ชัดเลยว่าเขายังไม่สามารถเป็นที่ไว้วางใจของเพื่อนร่วมทีมได้เลย
กิเลนผยองในปัจจุบันก็เป็นทีมที่มีจุดบอดเรื่องเกมรับอยู่แล้ว ดังนั้นถ้า วัน ลัม เก่งจริง เขาน่าจะช่วยเซฟหรือทำให้แนวรับอุ่นใจได้มากกว่านี้
แต่สิ่งที่เห็นคือ 'ไม่เลย'


 
เกือบ 2 ซีซั่นที่มือกาววัย 27 เฝ้าเสาในรั้ว เอสซีจี อาจจะมีลูกเซฟสวยๆ ให้เห็นบ้าง แต่ภาพรวมคือข้อผิดพลาดมีมากกว่าข้อดี
ยืนตำแหน่งผิด, ล้มตัวช้า, เล่นบอลกับเท้าไม่ดี, อ่านจังหวะพลาดหรือแม้แต่การเคลื่อนไหวที่ดูลุกลี้ลุกลนยังไงชอบกล
ผมไม่แปลกใจเลยนะครับว่าทำไมแฟนฟุตบอลชาวไทย จึงตั้งฉายาให้กับเขาว่า 'วัน ลัม ตรงเป็นตุง'
เรื่องนิสัยส่วนตัวของ วัน ลัม ก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้ต้องพบกับความยากลำบากที่ญี่ปุ่น
ผมได้อ่านและได้ฟังบทสัมภาษณ์ของนักเตะไทย ที่ไปค้าแข้งใน เจลีก ไม่ว่าจะ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หรือ ธีรศิลป์ แดงดา แต่ละคนบอกเป็นเสียงเดียวว่าจะให้ผู้เล่นญี่ปุ่น ยอมรับน่ะเป็นเรื่องยากมากๆ
มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วล่ะครับ เพราะเรามาจาก ไทยลีก ลีกที่มาตรฐานต่ำกว่าญี่ปุ่น อีกทั้งผลงานในระดับนานาชาติของช้างศึกก็ยังไม่ติด 1 ใน 10 ของเอเชีย เลยด้วยซ้ำ
ถ้ามองให้เห็นภาพ คุณลองนึกถึงนักเตะเมียนมาร์, สปป.ลาว หรือกัมพูชา มาค้าแข่งใน ไทยลีก ดูสิ เหมือนกันนั่นแหละที่จะต้องเจอกับการตั้งคำถามจากเจ้าถิ่น
มันเป็นกำแพงที่สูงลิ่วที่ยากต่อการพังทยายลงมา
ดังนั้นกว่าที่ ชนาธิป,  ธีราทร, ฐิติพันธ์ และ ธีรศิลป์ จะผ่านจุดๆ นี้ได้นั้นสุดแสนจะยากลำเค็ญจริงๆ
แถมถ้านับกันตามตรง มีเพียง ชนาธิป กับ ธีราทร เท่านั้นที่เอาชนะกำแพงที่ขวางกั้นนี้ได้
เรื่องอปุนิสัยส่วนตัวนี้สำคัญไม่น้อยเลยนะครับ ยกตัวอย่าง ชนาธิป นั้นด้วยความเป็นคนร่าเริงอยู่แล้ว จึงสามารถกลมกลืนกับคนหมู่มากได้ และเมื่อบวกกับการทำงานหนักระหว่างซ้อม ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นอย่างที่เราเห็นว่าเพลย์เมกเกอร์ร่างเล็กได้กลายเป็นคีย์แมนของ คอนซาโดเล ซัปโปโร ไปแล้ว
จุดนี้แหละที่ วัน ลัม ต้องพยายามอย่างหนักหน่วง เพราะเขาเป็นคนที่มีบุคลิกเงียบขรึม ตามแบบฉบับคนรัสเซีย ที่ยิ้มได้ยากยิ่ง และหากว่ายังไม่ปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ ก็คงยากที่จะได้รับโอกาสจากทีม
อีกสิ่งสำคัญและข้อนี้คือปัจจัยหลักที่โอกาสในการลงเล่นของ วัน ลัม น่าจะเป็นศูนย์ใน เจลีก นั่นก็เพราะ เซเรโซะ มี คิม จิน-เฮือน เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่ง
นายด่านมือสามทีมชาติเกาหลีใต้ เฝ้าเสาให้ เซเรโซะ มาตั้งแต่ปี 2009 นับถึงปัจจุบันก็เข้าสู่ฤดูกาลที่ 13 กับนักรบซากูระ (ฉายา เซเรโซะ) รวมแล้วลงเล่นให้ต้นสังกัดไปมากเกินกว่า 400 เกม
จิน-เฮือน มีจุดเด่นที่ความสูงใหญ่ ลูกกลางอากาศพลาดยากมาก แถมปฏิกิริยายังคล่องแคล่วว่องไว เป็นผู้รักษาประตูที่ปราดเปรียวคนหนึ่งในเอเชีย ดังนั้นเมื่อเทียบกับ วัน ลัม ดูแล้ว นายทวารทีมชาติเวียตนาม เป็นรองอยู่หลายสิ่งอย่างเลยทีเดียว
แถมปัจจุบัน จิน-เฮือน ก็อายุเพียง 33 ปี ซึ่งในตำแหน่งนี้ยังถือว่าเล่นได้อีกหลายปีดีดักเลยล่ะ
ยังไม่นับรวม เคนยะ มะสึอิ ผู้รักษาประตูอีกรายที่เพิ่งย้ายมา รายนี้มีประสบการณ์ในลีกญี่ปุ่น โชกโชน ไม่ว่าจะเป็น จูบิโละ อิวาตะ, เกียวโต ซังงะ, โตกูชิมะ วอร์ติส, คาวาซากิ ฟรอนตาเล่, โอมิยะ อาร์ดิจา และ มิโตะ โฮลลี่ฮ็อค
ดังนั้น วัน ลัม น่าจะทำได้ดีที่สุดคือการแย่งมือสองกับ มะสึอิ เท่านั้นแหละ


 
นี่คือข้อหลักๆ ที่ผมมองว่า วัน ลัม น่าจะต้องเผชิญความหนักหน่วงในการแย่งชิงตำแหน่ง
คุณลองนึกกลับไปเมื่อฤดูกาล 2020 ขนาดว่า กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ หนึ่งในนายทวารที่ดีที่สุดของอาเซียน ยังไม่สามารถสอดแทรกสู่การเป็นตัวจริงให้ ซัปโปโร ได้เลย
ผมไม่ได้อวย กวินทร์ นะครับ แต่จากผลงานใน ไทยลีก ที่แสดงออกมา มองมุมไหนเขาก็เหนือกว่า วิน ลัม อยู่ดี ไม่ได้เป็นต่อแค่ก้าวเดียว แต่ผมมองว่าเหนือกว่าหลายเท่าตัวเลยล่ะ
การย้ายครั้งนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นก้าวเดินที่ผิดพลาดของ วัน ลัม ที่อาจจะทำให้เจ้าตัวต้องตกที่นั่งลำบากต่อไปในภายภาคหน้า เพราะการที่ต้องนั่งอยู่ข้างสนามบ่อยๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ
ด้วยฝีไม้ลายมือที่ไม่ได้มีจุดเด่นใดมากนัก แถมอายุก็ 27 ปี มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะพัฒนาแบบก้าวกระโดด
ตามข่าวที่ออกมา ผู้จัดการส่วนตัวของ วัน ลัม คือปัจจัยหลักในการย้ายทีม ซึ่งผมมองว่าหมอนี่แหละคือต้นตอที่ทำให้ผู้รักษาประตูลูกครึ่งรัสเซีย ต้องเล่นแง่กับ เมืองทอง อดีตต้นสังกัด  
เพราะเวลานี้ปัญหาเรื่องคดีความกับ เมืองทอง ก็ยังไม่จบง่ายๆ และมีทีท่าว่าจะยาวไกลเสียด้วย
การไปญี่ปุ่น ครั้งนี้อาจจะทำให้ วัน ลัม รู้สึกตื่นเต้นและท้าทาย แต่โอกาสที่ฝันจะพังทลายลงมีสูงกว่าจะเป็นจริง ตามมูลเหตุที่ผมเชื่อข้างต้นบรรทัดบน
แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ สิ่งที่ผมคิดและเขียนลงไปอาจจะผิดก็ได้ ใครเล่าจะล่วงรู้...
อยากได้ความสนุก ไม่ซํ้าใคร มาลองที่ MYSBOBET บริการฉับไวแน่นอน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment