breadcrumb symbol ข่าว

[ #ใครกันเป็นฝ่ายผิด ? ]

อัพเดตเมื่อ : April 06, 2021 2:41am โดย : admin

ประเด็น เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ดูเหมือนจะร้อนแรงมากขึ้นตามลำดับ นับตั้งแต่ มิโน ไรโอล่า ควงแขน อัลฟ์ อิงเก้ ฮาแลนด์ เดินทางไปหาบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริดในวันเดียวกัน
อย่างแรกเลยนี่คือการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เหมือนไม่ให้เกียรติโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ซึ่งคือต้นสังกัดปัจจุบัน
ในเมื่อ ฮาแลนด์ ยังมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนอยู่ถึงปี 2024 ไม่ได้จะหมดลงในเร็ววันนี้ เรื่องของมารยาทและการให้เกียรติเคารพกันมันสำคัญมากๆ
อีกทั้งไม่ได้ทำแบบลับๆ แอบเข้าหานักเตะด้วย แต่เดินทางไปอย่างเปิดเผยไม่ได้เกรงกลัวสายตาใครทั้งสิ้น นับว่าท้าทายสายตาผู้คนและไม่ได้แคร์ดอร์ทมุนด์สักนิด
ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมัน อดรนทนไม่ไหวออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อนเช่นเดียวกัน
"การกระทำพ่อของ ฮาแลนด์ กับ ไรโอล่า มันดูเลวร้ายจนไม่อาจบรรยายได้เลย นี่คือการดูแคลนต้นสังกัดที่แท้จริง ไม่ให้ความเคารพกัน"
"เอาจริงๆถ้าเขาอยากย้ายก็ปล่อยไปเถอะ ไม่ต้องไปเสียเวลารั้งไว้  ดอร์ทมุนด์ จ่ายเงินซื้อมาตั้งแต่อายุแค่ 18 ปี นั่นต่างหากที่ควรจะมีความสุข ได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ดี"
"แต่ดอร์ทมุนด์ก็ต้องย้อนกลับมามองตัวเองเหมือนกันว่าทำไมนักเตะจึงอยากย้ายหนี พวกเขาไม่ได้เแสดงถึงความเป็นผู้นำที่ควรมี บางอย่างต้องแก้ไข ไม่อย่างนั้นจะเกิดเรื่องแบบนี้ซ้ำซาก"
สิ่งที่ ฮามันน์ พูดมานั้นน่าจะโดนความรู้สึกของใครหลายคน ไม่ใช่ฝั่ง ไรโอล่า กับ อัลฟ์ ที่ต้องรับผิดชอบการกระทำเช่นนี้อย่างเดียว
แต่ดอร์ทมุนด์ก็ต้องปกป้องศักดิ์ศรี นี่คือสโมสรชั้นนำของบุนเดสลีกา มีประวัติศาสตร์รากเหง้ายิ่งใหญ่ กลับปล่อยให้คนนอกเข้ามาย่ำยี น่าจะมองถึงความรู้สึกแฟนบอลตัวเองบ้าง
ฐานแฟนบอลดอร์ทมุนด์นั้นแข็งแกร่งมากๆ เยลโล่ วอลล์หรือกำแพงสีเหลืองคืออัตลักษณ์ที่ช่วยขับให้สโมสรมีอำนาจและทรงพลังอย่างมาก
นี่คือกลุ่มแฟนบอลที่จงรักภักดี พร้อมยืนเคียงข้างและปกป้องอย่างเต็มที่ ซึ่งพวกเขานี่แหล่ะคือจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ทีมยืนหยัดได้อย่างสง่างาม
ในขณะเดียวกันนักเตะคนอื่นล่ะ จะรู้สึกอย่างไร ทำไมสโมสรถึงปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ
นับตั้งแต่ปลด ลูเซียง ฟาฟร์ จากตำแหน่งกุนซือ ผลงานก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ บรรยากาศในทีมย่ำแย่ นักเตะดูเหมือนไม่มีความเชื่อมั่นเหมือนอย่างเคย
เกมล่าสุดยังพ่ายไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ตคาบ้านตัวเองอีก โอกาสติดท็อปโฟร์เพื่อไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในซีซั่นหน้าเลือนรางเต็มทน เพราะตามหลังอันดับ 4 อยู่ถึง 7 คะแนนด้วยกัน
ไหนจะกำลังมีคิวลงโม่กับแมนฯซิตี้ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก แทนที่จะสร้างความเป็นปึกแผ่นภายในทีม นี่กลับมีแต่เรื่องแย่ๆเกิดขึ้น
มันก็สมควรแล้วที่ ฮามันน์ จะตำหนิในทำนองว่า ก็ผู้บริหารเป็นซะอย่างนี้ นักเตะกำลังสำคัญจึงมีแต่อยากจะย้ายทีม
ดอร์ทมุนด์ถูกมองว่าให้ความสำคัญกับเรื่องผลประโยชน์มากเกินไป เราได้เห็นความเขี้ยวในการเจรจาซื้อขายผู้เล่นของทั้ง ฮันส์ โยอัคคิม วัตซ์เค่ ซีอีโอ และ มิชาเอล ซอร์ค ซึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการฟุตบอล
แม้จะเข้าใจได้ว่าอำนาจการตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับสองคนนี้เท่านั้นยังมี ไรน์ฮาร์ด เราบัลล์ ซึ่งนั่งเก้าอี้ประธานสโมสรอีก
เท่าที่ผ่านมาสองคนนี้มักจะออกหน้ามาให้ข่าวสื่ออย่างต่อเนื่อง อาจจะมี เซบาสเตียน เคห์ล ซึ่งทำหน้าที่รองจาก ซอร์ค แต่ไม่มีพาวเวอร์สักเท่าไรนัก
ถามหน่อยว่าหากดอร์ทมุนด์ไม่อนุญาต กดปุ่มไฟเขียวนำทางให้ ไรโอล่า กับ อัลฟ์ จะเหิมเกริมกล้าทำขนาดนี้เลยหรือ?
มีข่าวด้วยว่าผู้บริหารสโมสรนั่นแหล่ะที่ยินดีให้ไปคุยเองเลย หากเป็นอย่างนั้นจริงนั่นหมายความหิวเงินมากๆ ต้องการกอบโกยให้เยอะสุดเท่าที่จะทำได้จากดีลนี้
พอจะเข้าใจได้ว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันทีมกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องการเงินที่รุมเร้ามาจากทุกทิศทาง รายได้หลักของทีมมาจากตั๋วในแมตช์เหย้าซึ่งจุผู้ชมได้เกือบ 9 หมื่นคน จึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อยเลี้ยงให้ยืนหยัดอยู่ได้
ประเมินแล้วทั้งซีซั่นที่ไร้แฟนบอลเข้ามาชมเกมน่าจะสร้างความเสียหายให้ไม่น้อยนกว่า 120 ล้านยูโรด้วยกัน ไหนจะมีจากทางอื่นเข้ามาสร้างปัญหาอีก ไม่แปลกหรอกที่ทางออกจะอยู่ที่การขาดผู้เล่น
แต่พอกระแส ไรโอล่า เดินสายเจรจาขาย ฮาแลนด์ ตีกลับกลายเป็นลบเกือบทั้งสิ้น ผู้บริหารของดอร์ทมุนด์จึงออกข่าวในทำนองว่าไม่ต้องการขายหรอก
คนที่อยู่ในข่ายพิจารณาคือ เจดอน ซานโช่ มากกว่า โดยวางแผนว่าจะเก็บ ฮาแลนด์ เอาไว้
สวนทางข้อมูลของสื่อต่างๆที่ยืนยันว่าดอร์ทมุนด์ขอค่าตัว ฮาแลนด์ ไว้ที่ 154 ล้านปอนด์หรือราว 180 ล้านยูโร ซึ่งสูงลิบในยุค New Normal เลยจริงๆ
พวกเขาต้องเอาตัวรอดให้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้และเงินก้อนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะได้ครอบครองทั้งหมด ต้องแบ่งให้เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์กต้นสังกัดเดิมก่อนคว้าตัวมาด้วย
แล้วเมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาไม่มีเหตุผลเลยที่ดอร์ทมุนด์จะต้องดิ้นรนรั้ง ฮาแลนด์ เอาไว้ เพราะหากปล่อยให้ถึงซัมเมอร์ 2022 ค่าฉีกระบุไว้ที่ 75 ล้านยูโรจะมีผลทันที
อีกทั้งยังมีเรื่องผลงานในซีซั่นปัจจุบันมาเป็นตัวแปร หากตกรอบควอเตอร์ไฟนั่ลยูซีแอล รวมถึงหลุดท็อปโฟร์บุนเดสลีกา ไม่มีทางเลยที่ ฮาแลนด์ อยากจะอยู่ต่อ
และความพอใจของดีลนี้ขึ้นกับผลประโยชน์เป็นหลัก เงินถึงคือสิ่งสำคัญ
-------------------
อีกประเด็นที่น่าสนใจมากๆ เห็นจะเป็นเรื่องค่าดำเนินการหรือพูดให้ง่ายเข้าไว้คือเงินกินเปล่า ซึ่งทางตัวแทนจะได้รับ
ข่าวระบุว่าทั้ง มิโน ไรโอล่า และ อัลฟ์ อิงเก้ ฮาแลนด์ เรียกไปคนละ 20 ล้านยูโร ในขณะที่ตัวนักเตะฟัน 30 ล้านยูโรต่อปี
จริงเท็จอย่างไรไม่รู้ แต่เรื่องนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยืนกรานไว้ว่าจะไม่จ่ายให้เอเยนต์อย่างบ้าเลือดอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้เดลี่ เมล์สื่อดังอังกฤษ นำตัวเลขที่แต่ละสโมสรจ่ายเงินให้ตัวแทนนักเตะในช่วงกุมภาพันธ์ 2000 - กุมภาพันธ์ 2021 แล้วน่าตกใจมาก
เชลซีควักไปถึง 35.2 ล้านปอนด์มากกว่าใคร ตามมาด้วยแมนฯซิตี้ 30.2 ล้าน ส่วนแมนฯยูไนเต็ดอันดับ 3 รวมแล้ว 29.2 ล้าน
ในความรู้สึกของพวกสโมสรนี่เหมือนเงินที่สูญเปล่าดีๆเลย เพราะความจริงเอเยนต์ก็ได้ส่วนแบ่งจากรายได้ผู้เล่นหรือมีเงินที่รับประจำอยู่แล้ว
ปีก่อนหน้าแมนฯซิตี้ก็เสียเงินจากส่วนนี้มากเป็นอันดับสองรองจากลิเวอร์พูล ถ้าจะดึง ฮาแลนด์ จริงต้องจ่ายในเรตมากกว่า 30 ล้าน แถมยังมีพ่อเข้ามาเอี่ยวอีกมันจะดูเกินจริงไปหน่อย
อีกทั้ง ไรโอล่า เองก็ยอมรับแล้วว่าไม่ค่อยลงรอยกับ เป๊ป เท่าไรนัก รอยร้าวน่าจะเกิดตั้งแต่ ซลาตัน อิบราโมวิช นักเตะในเครือข่ายเล่นให้บาร์เซโลน่าแล้ว
ดีล ฮาแลนด์ จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายอันเกิดจากผลประโยชน์ที่ฝ่ายเกี่ยวข้องพยายามเหลือเกินจะดึงตัวเลขไปให้สูงที่สุด
หาก ไรโอล่า และ อัลฟ์ ยังแสดงพฤติกรรมไม่แคร์ใครอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ อยากทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจคนที่ลำบากหนีไม่พ้น ฮาแลนด์ นั่นแหล่ะ
เพราะหากเจอคำถามบางอย่าง เขาคงตอบไม่ได้หรือไม่กล้าตอบเลย
--------------
ได้อ่านบทความดีมีสาระกันไปแล้ว ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

Facebook Comment