breadcrumb symbol ข่าว

[ #มาเฟียจอมขี้เกียจ ? ]

อัพเดตเมื่อ : April 07, 2021 5:34am โดย : admin

จากตารางพรีเมียร์ลีกปัจจุบันอาร์เซน่อลอยู่อันดับ 10 ซึ่งหมายความว่ากึ่งกลางพอดิบพอดี
พวกเขาเหลือเกมอีกเพียงแค่ 8 นัดในฤดูกาลนี้ โอกาสจบท็อปโฟร์แทบจะเลือนราง ลำพังการห่างจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ดทีมอันดับ 4 อยู่ถึง 10 แต้ม ว่ากันในทางทฤษฎียังพอมีความเป็นไปได้
แต่พอมาทบทวนถึงฟอร์มของปืนโตขบวนนี้ ที่หามาตรฐานความแน่นอนอะไรไม่ได้เลย ต้องบอกว่าน่าผิดหวังเลยจริงๆ
ยิ่งเมื่อมองจากเกมล่าสุดโดนลิเวอร์พูลบุกมาหักกระบอกหมดสภาพ 3-0 ถึงเวลาต้องยอมรับความจริงได้แล้ว
แชมป์เอฟเอคัพเมื่อฤดูกาลก่อน พร้อมกับการสร้างปรากฏการณ์ของ มิเกล อาร์เตต้า ในฐานะกุนซือมือใหม่วัยหนุ่ม มันเรียกเสียงฮือฮาได้เพียงแค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น ใครที่อยากเห็นอาร์เซน่อลสลัดหลุดจากวังวนเดิม ต้องบอกว่าไม่มีวี่แววเลย
ปืนโตปราชัยในลีกไปแล้ว 12 เกมด้วยกัน นี่คือตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่มีการปรับมาเหลือ 20 ทีม แล้วอย่าลืมว่าซีซั่นยังไม่จบลง ด้วยอาการปวกเปียกแบบนี้ มีแนวโน้มว่าจะต้องแพ้อีกแน่นอน
ฤดูกาล 1994/95 ในช่วงสุดท้ายของ จอร์จ เกรแฮม เป็นผู้จัดการทีมปืนโตตกต่ำหนักมาก ได้แค่อันดับ 12 ในสมัยที่ลีกสูงสุดยังใช้ชื่อว่าดิวิชั่น 1 จนต้องแยกทางมีคั่นให้ สจ๊วร์ต ฮุสตัน ทำทีมก็ไม่ได้ดีขึ้น
ส่วนซีซั่นล่าสุดที่ได้อันดับ 10 ต้องย้อนไปยัง 1992/93 โดยตอนนั้นยังเล่น 42 เกมเช่นเดียวกันและพ่ายแพ้ 16 เกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าชนะด้วยซ้ำ
หลังปี 1995 เป็นต้นมาปืนโตไม่เคยจบต่ำกว่าเลขตัวเดียวเลยและนับตั้งแต่ปลายปี 1996 แต่งตั้ง อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม ยังเขย่าพรีเมียร์ลีกอย่างรุนแรงอีกต่างหาก แทบทุกฤดูกาลจะต้องได้ลุ้นแย่งแชมป์
อาร์เซน่อลมาเสียหลักบ้างก็ตอนถูกจำกัดเรื่องงบประมาณซื้อผู้เล่น ในขณะที่หลายสโมสรมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ รวมทั้งโครงสร้างใช้เงินทุ่มสู้กันมากมาย
นอกจากมีใช้น้อยแล้ว ยังต้องขายที่มีอยู่ออกไปอีกด้วย ซึ่งล้วนแต่เป็นแข้งสำคัญเกือบทั้งสิ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเดินย่ำอยู่กับที่ เหมือนถูกตอนไม่ให้เติบโต
ฤดูกาลสุดท้ายที่ได้ร่วมสังฆกรรมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกคือ 2016/17 หลังจากนั้นก็ไม่เคยย่างกรายเฉียดใกล้อีกเลย หลุดมาเล่นยูโรปาลีก 4 ปีรวดแล้ว
ตอนที่ทีมตกต่ำต้องมาเล่นในถ้วยเล็กยุโรป เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี กูนเนอร์สหลายคนรับไม่ได้ หลังจากมองว่า เวนเกอร์ ไม่สามารถเข็นไปได้ไกลกว่านี้ เสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงกุนซือเริ่มดังขึ้น
เวนเกอร์ จะน่าอิ่มตัวแล้ว ถึงเวลาที่ต้องหาความสดใหม่เข้ามาทดแทนบ้าง ดังนั้นจึงเปิดประตูให้ อูไน เอเมรี่ เข้ามากุมบังเหียน
แต่อย่างที่เราเห็นกันมันดูแย่หนักกว่าเดิมเข้าไปอีก เอเมรี่ ไม่อาจตอบสนองความต้องการ ผลงานไม่บรรลุเป้าหมาย ลำพังแค่การพาทีมวูบไหวตื่นเต้นเป็นรถไฟเหาะตีลังกา ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดและร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว ยิ่งเกิดคำถามตามมาอีก
เวนเกอร์ พาทีมจนอันดับ 5 และ 6 ในสองฤดูกาลหลังสุดของเขา ในขณะที่ เอเมรี่ กลับมาคว้าอันดับ 5 เกือบได้ท็อปโฟร์หวนคืนสู่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว
ทว่าความต้องการที่แท้จริงไม่ใช่ "เกือบ" กูนเนอร์สกระหายความสำเร็จ อย่างน้อยที่สุดต้องหวนคืนสู่เวทีใหญ่ภายในเวลาอันสั้น
เราจึงได้ยินเสียงขับไล่กุนซือกระหึ่มอีกครั้ง คล้ายกับกบเลือกนาย เอเมรี่ ถูกจับผิดและโจมตีมากมาย กระทั่งนำไปสู่การปลดเมื่อปลายพฤศจิกายน 2019 ก่อน อาร์เตต้า จะก้าวมาทำหน้าที่เพื่อกู้วิกฤต
แน่นอนว่าแชมป์เอฟเอคัพเมื่อซีซั่นที่แล้ว เปรียบเสมือนเกราะกำบัง รวมทั้งเป็นความชอบธรรมให้ยังยืนหยัดบนเก้าอี้ตัวนี้ได้ ไหนจะมีบุญเก่าสมัยเป็นนักเตะคอยคุ้มครองอีกแรง
เสียงขับไล่จึงแผ่วเบา ส่วนใหญ่แล้วบอกว่าควรให้เวลาพิสูจน์ฝีมือไปก่อน นี่คือกุนซือรุ่นใหม่มีไฟเหลือเฟือ พร้อมจะเรียนรู้ สรุปบทเรียนเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า
แต่มาถึงตรงนี้ไม่รู้ว่ากูนเนอร์สบางคนเริ่มหมดความอดทนบ้างหรือยัง เมื่อไม่ได้เห็นแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ความหวังเดียวอยู่ที่ยูฟ่า ยูโรปาลีก เงื่อนไขต้องแชมป์เท่านั้น เพื่อได้สิทธิ์ทางลัดไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้า
จนกว่าจะซีซั่นจะจบลงค่อยมาวัดกันว่าสอบผ่านหรือไม่ แต่มาถึงตรงนี้แล้วต้องยอมรับว่าน่าผิดหวัง
และคนรับผิดชอบจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก อาร์เตต้า เท่านั้น
--------------------
แกรี่ เนวิลล์ และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ สองผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เกมเพิ่งแสดงความเห็นผ่านรายการ Football Monday Night เมื่อคืนวันจันทร์เกี่ยวกับประเด็นของอาร์เซน่อล
อดีตแบ็กขวาแมนฯยูไนเต็ดแสดงความเห็นว่า ตัวการสำคัญฉุดให้ทีมกลายสภาพเป็นอย่างที่เห็นคือ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง กัปตันทีมนั่นเอง
ว่าแล้วเพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นจึงยกไปเปรียบกับ เมซุต โอซิล ว่ามีลักษณะไม่ต่างกันเลย นั่นคือขี้เกียจวิ่งกินแรงเพื่อน อีกทั้งยังไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น
สาเหตุน่าจะมาจากทั้งคู่ได้รับค่าจ้างมหาศาลที่โดดไปไกลจากผู้เล่นคนอื่นหลังการต่อสัญญาฉบับใหม่ แรงจูงใจต่างๆจึงแทบไม่เหลือ แพสชั่นแทบจะหาย ไม่หลงเหลือริ้วรอยเดิมๆ
แกรี่ ยอมรับว่าแปลกใจมากๆกับฟอร์มหลุดลุ่ยของอาร์เซน่อล จนต้องมานั่งถกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ มาร์ติน ไทเลอร์ คอมเมนเตเตอร์ชื่อดังว่าน่ามีอะไรผิดปกติแฝงอยู่
ก่อนจะมีความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน โอบาเมย็อง ไม่ได้แสดงความเป็นผู้นำและฝีเท้าชั้นยอดที่ควรฝากความหวังไว้ได้เลย
เขาเล่นตามใจตัวเอง ไม่สนใจจะประสานกับเพื่อนๆ อีกทั้งยังพยายามโชว์ให้เห็นว่ามีอิทธิพลในทีมมากแค่ไหน
มีการใช้คำว่า "กองหน้ามาเฟีย" เพราะไม่เชื่อฟังคำสั่งเล่นตามแท็คติกของเจ้านาย รวมทั้ง รอย คีน ยังเคยวิจารณ์เลยว่าทำตัวไม่เหมาะสม เรียกชื่อผู้จัดการทีมว่า มิเกล เฉยๆผ่านสื่อ
ในขณะที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ มองว่าการขาดผู้เล่นหนุ่มๆที่เต็มไปด้วยความกระหายอย่าง บูกาโย่ ซาก้า หรือ เอมิล สมิธ โรว์ คือตัวแปรสำคัญ เพราะพวกตัวเก๋าทั้ง อเล็กซงด์ ลากาแซ็ตต์ หรือ นิโกลัส เปเป้ ก็มีสภาพไม่แตกต่างจากลูกพี่หรอก
เปเป้ หรือ วิลเลี่ยน ล้วนแต่เป็นความผิดพลาดของการเซ็นสัญญา หลายครั้งที่เล่นเหยาะแหยะยึดเอาอารมณ์ความต้องการตัวเอง มากกว่าผลประโยชน์ทีม
อาจจะจริงที่ว่าเร็วเกินไปที่จะไล่ อาร์เตต้า แต่เมื่อรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนก็ต้องกำจัดหรือจัดการตรงนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้เกาะกินไปเรื่อยๆ
หากยังคงได้รับไฟเขียวให้ทำหน้าที่ต่อ จบฤดูกาลนี้คงต้องสังคายนากันใหม่ จำเป็นมากๆที่กุนซือสแปนิชที่โหดกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ปล่อยให้มีขาใหญ่หรืออภิสิทธิ์เกิดขึ้นในทีมอีกแล้ว
เพราะไม่อย่างนั้นเมื่อถึงเวลา เขาจะหนีไม่พ้นเสียงขับไล่เหมือนอย่างที่กุนซือคนก่อนๆเคยเจอมาหรอก
หากปล่อยไว้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมที่จะตามมาเช่นเดียวกัน
--------------
อาร์เตต้า คงต้องเล่นบทโหดบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจไม่มีที่นั่งในรังปืนอีกต่อไป ส่วนใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

 

 

Facebook Comment