breadcrumb symbol ข่าว

" กิเลนที่ยากจะกลับมาผยอง... "

อัพเดตเมื่อ : April 07, 2021 4:07pm โดย : บุญคำ

เป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 'มือเปล่า' ไร้ถ้วยรางวัลมาประดับตู้โชว์

แถมอันดับในตารางคะแนนก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ซีซั่น 2016 ที่เป็นแชมป์ ไทยลีก พ่วงด้วย ลีก คัพ

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2017 เป็นต้นมา อันดับของกิเลนผยองนับได้ดังนี้

2017 อันดับ 2
2018 อันดับ 4
2019 อันดับ 5
2020-21 อันดับ 7

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมืองทอง อยู่ในช่วง 'ขาลง'  อย่างแท้จริง

แม้ว่าซีซั่นนี้จะมีความกระชุ่มกระชวยของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เข้ามาให้สาวกกิเลนผยองปลื้มใจอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่หลอกตัวเอง กุนซือหนุ่มคนนี้ยังห่างไกลกับคำว่าโค้ชที่จะพาทีมไปในจุดที่ควรจะเคยเป็น

ใช่ครับ...ผมคิดเช่นนั้น โปรดอย่าเพิ่งก่นด่ากันเลยหากได้อ่านถึงบรรทัดนี้

แต่คุณต้องตั้งอยู่ในความเป็นกลาง เพราะอันดับในตารางคะแนนไม่สามารถโกหกใครได้

จริงอยู่ที่ ยูรอฟสกี้ ทำฟุตบอลได้สนุกขึ้นกว่าเก่า และเล่นเกมใหญ่ได้น่าลุ้น คือถ้าเผชิญหน้ากับทีมระดับเดียวกัน เราได้เห็นความฮึกเหิมของนักเตะและแฟนๆ ทวีคูณ

แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า ยูรอฟสกี้ นี่แหละเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความกระหาย

เกรดผู้เล่นของ เมืองทอง ณ ตอนนี้นั้นห่างไกลกับคำว่าทีมชาติไทย ชุดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่ว่านักเตะในทีมไม่ดีหรือไม่มีแวว แต่เมื่อมองจากมุมไกล คุณลองนึกดูก็ได้ว่าตั้งแต่ผู้รักษาประตูไปจนถึงกองหน้า มีแข้งกิเลนรายใดที่มีโอกาสถูกเรียกติดธงบ้าง

ตำแหน่งนายทวาร สมพร ยศ อาจได้รับคำยกย่องในระยะหลัง แต่ผลงานโดยรวมก็เป็นรอง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ ฉัตรชัย บุตรพรหม แบบไกลโพ้น แถมตัวเลือกอื่นๆ ก็จ่อรอคิวกันเพียบ ไม่นับรวม กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่รอวันกลับมาอีกครั้ง

แนวรับน่ะหนักเข้าไปใหญ่ เซนเตอร์ฮาล์ฟที่มีอยู่ทั้ง ศฤงคาร พรหมสุภะ, ชาติชาย แสงดาว หรือ มาร์โก บัลลินี่ (ไม่นับรวม สราวุธ กัลยาณบัณฑิต ที่ยืมตัวมา) นั้นยังไม่สามารถไว้ใจได้เลย

ฟูลแบ็กอาจจะดูดีหน่อย เพราะว่าทั้ง สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ และ วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร ทำผลงานได้น่าดูชมทั้งคู่ แต่ถ้าพูดถึงทีมชาติ ตำแหน่งด้านข้างสองฝั่งนั้นมีผู้เล่นฝีเท้าดีอยู่เต็มไปหมดทั้งประเทศ

แดนกลางพอหมด สารัช อยู่เย็น ที่ย้ายไป บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ผมเชื่อว่าสาวกกิเลนผยองต้องทำใจไว้หน่อยว่าคงจะไม่ได้เห็นผู้เล่น เมืองทอง ลงสนามในนามทีมชาติอีกยาว เพราะเอาแค่ทัพช้างศึกยุคปัจจุบันก็ล้นไปด้วยมิดฟิลด์คุณภาพคับแก้ว

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุมัญญา ปุรีสาย, จักรพันธ์ แก้วพรม, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ปกเกล้า อนันต์ และคนอื่นๆ อีกมากมาย

วีระเทพ ป้อมพันธ์ คีย์แมนในแผงมิดฟิลด์ เมืองทอง ดูดีมีอนาคตที่สดใสก็จริง แต่ก็ยังต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ให้มากกว่านี้ เพราะการที่กิเลนผยองจะกลับมาทวงบัลลังก์ได้นั้นจำเป็นต้องมีนักเตะที่สามารถแบกภาระของทีมได้

ไปถึงแดนหน้านี่ยากเลย เพราะว่าแต่ละรายนั้นยังดูไม่มีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ กัญยะโรจน์ ที่ฟอร์มไม่เหมือนตอนเล่นให้ ปตท.ระยอง เลยสักนิด หรือ พิชา อุทรา ผู้มาพร้อมความหวัง แต่ก็แตกต่างจากสมัยอยู่กับ สมุทรปราการ ซิตี้ โดยสิ้นเชิง

ปรเมศย์ อาจวิไล กับ กรวิชญ์ ทะสา ก็ยังเด็กเกินไปอีก

นี่คือโครงสร้างคร่าวๆ ของกิเลนผยองในชุดปัจจุบัน แม้ว่าจะมีผู้เล่นต่างชาติที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ แต่ถ้าหากนักเตะไทย ยังไม่สามารถก้าวข้ามความเป็นดาวรุ่งไปได้ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

ย้อนกับมาที่เรื่องของ ยูรอฟสกี้ ที่ผมเชื่อลึกๆ ว่าเขาจะเป็นโค้ชที่ดีได้แน่นอน ทว่าไม่ใช่ในเร็ววันนี้ นั่นก็เพราะเรื่องของ 'แท็กติก' ที่ยังดูเป็นข้อด้อยเมื่อเทียบกับกุนซือคนอื่นๆ ในลีก

เขาอาจจะโดดเด่นเรื่องจิตวิทยาที่สามารถดึงศักยภาพของผู้เล่นออกมาได้เต็มสมรรถภาพ แต่สิ่งๆ นั้นเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของฟุตบอลยุคนี้

แท็กติกต่างหากคือสิ่งที่บ่งบอกถึงความเก่งกาจของโค้ช ซึ่งเรื่องนี้ ยูรอฟสกี้ ยังต้องเรียนรู้อีกมากถึงมากที่สุด

อย่างเห็นได้ชัดเลยกับเกมที่แพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-2 จนกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ

ต้องยอมรับนะครับว่า เมืองทอง สู้ปราสาทสายฟ้าไม่ได้เลย ขนาดว่าทั้งเกม ผมเห็นผู้รักประตูของเจ้าถิ่นอย่าง ศิวรักษ์ แค่ไม่กี่หนเท่านั้น

นี่แหละครับคือสิ่งที่ อเล็กซานเดร กามา แสดงให้เห็นว่าแท็กติกคือสิ่งสำคัญ เพราะกุนซือชาวบราซิล ปิดจุดแข็งของกิเลนผยองได้ทุกส่วน จากนั้นก็โจมตีไปที่จุดด้อย และผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือสกอร์ 2-0 นั่นแหละ

ที่ผมเขียนมาทั้งหมด ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับ เมืองทอง นะครับ เพียงแต่อยากสะท้อนมุมมองของคนดูฟุตบอลคนหนึ่ง แถมผมเองก็เอาใจช่วยให้พวกเขากลับมาทวงความสำเร็จให้ได้ในอนาคต

ยิ่งในปีหน้าและปีต่อๆ ไป ผมรู้สึกว่าการแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นอีกหลายเท่าตัว

บีจี ปทุม แชมป์เก่าก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็พยายามรักษาความกระหายด้วยการเติมเต็มผู้เล่นใหม่เข้ามา

บุรีรัมย์ นี่น่ากลัวเหลือเกิน กับการมี กามา ที่รู้จักฟุตบอลไทย อย่างลึกซึ้ง หากว่าได้ตัวต่างชาติที่ลงล็อก ปราสาทสายฟ้าจะกลับมาผงาดได้แน่

การท่าเรือ เอฟซี ก็มีทรัพยากรผู้เล่นที่ครบครัน แต่ถ้าได้โค้ชที่มีบารมีสามารถซื้อใจนักเตะได้และได้อำนาจในการกำกับทีมแบบเด็ดขาด พวกเขาสามารถลุ้นแชมป์ได้ทันที

หรือ เชียงราย, สมุทรปราการ และ ราชบุรี เอฟซี กลุ่มนี้ก็มีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว ถ้ารักษาความสม่ำเสมอได้ก็เป็น 'ม้ามืด' ที่สามารถสอดแทรกได้เช่นกัน

การที่ในลีกมีสโมสรต่อสู้กันอย่างสูสีแบบนี้ ผลดีย่อมส่งผลถึงทีมชาติ และแน่นอนว่าแฟนฟุตบอลอย่างเราก็จะได้ชมการแข่งขันที่มีคุณภาพ น่าติดตามมากยิ่งขึ้น

ทว่า เมืองทอง นั้นน่าเป็นห่วงจริงๆ กับก้าวเดินก้าวต่อไปของพวกเขา เพราะถ้าคิดจะกลับคืนความยิ่งใหญ่ คงจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหลายสิ่งอย่างมากๆ

ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจจะตกอยู่ในสภาวะเดียวกับ ชลบุรี เอฟซี คู่ท้าชิงในยุค ไทยลีก เริ่มเฟื่องฟู

ซึ่งดูจากทีท่าแล้ว กิเลนนั้นยากจะกลับมาผยองจริงๆ...

ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี่มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

Facebook Comment