breadcrumb symbol ข่าว

[ #ไม่มีคำว่าบังเอิญ ]

อัพเดตเมื่อ : April 29, 2021 3:26am โดย : admin

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นที่รู้จักในวงกว้างตอนเป็นผู้จัดการทีมสวอนซี ซิตี้ในปี 2010
จริงๆจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ถ้าไม่ใช่เพราะสไตล์การเล่นของทีมดังแห่งเวลส์ที่แตกต่างไปจากฟุตบอลอังกฤษทั่วไป
จากรูปแบบที่เน้นการใช้บอลยาว อาศัยพละกำลังเข้าปะทะหนักตามแบบฉบับ สวอนซีในเวลานั้นเล่นบอลบนพื้นสวยงาม ให้บอลเท้าต่อเท้าแม่นยำ นักเตะเคลื่อนไหวได้สมดุล มีกลิ่นอายของพวกภาคพื้นยุโรป
ทุกอย่างมาจากไอเดียและแนวทางของ ร็อดเจอร์ส ทั้งสิ้น ปรับเปลี่ยนโมดิฟายเอาตามแนวทางที่ชื่นชอบหลงใหล ทำให้สวอนซียุคนั้นถูกจับตามากๆ
ผู้คนทั่วไปที่ได้เห็น รวมทั้งพวกสื่อต่างเรียกว่า "สวอนเซโลน่า" คงไม่ต้องบอกว่าได้ชื่อนี้มาเพราะอะไร
ว่ากันว่าสร้างความภาคภูมิให้กับ ร็อดเจอร์ส ยิ่งนัก นี่แหล่ะคือสิ่งที่ต้องการ ความสวยงามในการต่อบอลอันเป็นเอกลักษณ์ของทีมเล็กๆ ซึ่งไม่บ่อยนักจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ปกติแล้วฟุตบอลทรงนี้จะมักจะเป็นพวกสโมสรใหญ่นิยมใช้กัน ด้วยความที่คุณภาพของผู้เล่นมากพอ ไม่ต้องเรียนรู้อะไรกันมาก
แต่สำหรับสวอนซีแตกต่างออกไป ตรงที่ทุกคนต้องทำงานหนักร่วมกัน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและก้าวข้ามข้อจำกัดมากมายให้ได้
ยิ่งไปกว่านั้นหากเราได้รู้ปูมหลังของ ร็อดเจอร์ส แล้วจะไม่แปลกใจเลยที่ทำให้สวอนซีแปรสภาพกลายเป็นอย่างที่เห็น
แต่จะทึ่งมากกว่า เมื่อใครสักคนที่คลั่งไคล้บาร์เซโลน่าแบบเข้าเส้น มีโอกาสได้เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลและลงทุนจะทำให้เล่นออกมาสไตล์ดังกล่าว
เขาไม่เคยเถียงว่านี่คือการก็อปปี้หรือลอกเลียนแบบและถ้าจะให้ดีควรใช้คำว่าแรงบันดาลใจต่างหากที่นำสวอนซีไปสู่จุดนั้นได้
มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้สำเร็จเป็นที่ยอมรับ หากไม่มีความอดทนมุ่งมั่นจริง จะต้องพังครืนลงมาแน่นอน
-----------------
ร็อดเจอร์ส เหมือนเด็กผู้ชายอีกมากมายที่เติบโตขึ้นมาพร้อมความฝันการเป็นนักเตะอาชีพ
เขาพยายามเดินหน้าไล่ล่าเพื่อทำให้เป็นจริงขึ้นมา เริ่มจากต้นทศวรรษ 90 มีโอกาสได้ร่วมทัพเร้ดดิ้ง แต่ไม่เคยถูกดึงมาใช้งานในทีมชุดใหญ่เลย เพราะต้องเผชิญหน้าอาการบาดเจ็บเรื้อรัง
แต่ไม่ยอมแพ้ให้โชคชะตาอันโหดร้าย ดั้นด้นไปเล่นให้นิวพอร์ต , วิทนี่ย์ ทาวน์และนิวบิวรี่ ทาวน์ โดยไม่แคร์ว่าจะเป็นสโมสรโนเนม ขอให้ตอบสนองความต้องการเท่านั้นพอ
ความพยายามเขาอาจชนะเลิศไม่เป็นสองรองใครทั้งสิ้น ทว่าเมื่อไม่อาจฝืนร่างกายให้ไปต่อได้ จุดสิ้นสุดมาถึงต้องแขวนสตั๊ดในวัยเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น
ปัญหาบริเวณหัวเข่าได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามาจากสาเหตุพันธุกรรม ร็อดเจอร์ส ผิดหวังและเจ็บปวดมากๆ นี่คือวัยที่คนอื่นเพิ่งเริ่มต้น แต่ของเขากลับปิดฉากลง
การต้องมองดูเพื่อนๆได้วิ่งไล่หวดลูกหนังในสนามมันทรมานเสมอ ยิ่งเมื่อก้มลงมามองหัวเข่าเจ้ากรรม ความเจ็บช้ำก็ยิ่งโจมตี
ดังนั้น ร็อดเจอร์ส จึงต้องตอบโต้ ด้วยการหันมาศึกษาด้านโค้ช เมื่อเล่นไม่ได้ ก็ขอเป็นผู้กำหนดการเล่นเองซะเลย
ล้ำกว่านั้นเขาไม่ได้เรียนโค้ชชิ่งที่อังกฤษ แต่กลับบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลยังบาร์เซโลน่า ห้องเรียนแรกคือลา มาเซียศูนย์เยาวชนอันลือชื่อ สร้างแข้งไอ้หนูมากมายเติบใหญ่มาเป็นผู้เล่นชั้นเซียน
ร็อดเจอร์ส จึงซึมซับรับเอาดีเอ็นเอของบาร์เซโลน่ามาอย่างเต็มตัว มันไม่เกี่ยวหรอกว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน สัญชาติอะไร ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าต้องการให้เป็นแบบไหนต่างหาก
ด้วยความตั้งใจสุดๆ ผลงานของ ร็อดเจอร์ส จึงออกมาดีเยี่ยม ได้รับเสียงชื่นชมจากกุนซืออย่าง หลุยส์ ฟานกัล ซึ่งมีโอกาสได้ไปเจอกันที่นั่นด้วย
ปกติแล้วกิตติศัพท์ของ ฟานกัล เป็นที่รับรู้กัน ไม่ค่อยให้ใครเข้าถึงตัวง่ายๆ จะรักษาระยะห่างจากคนที่ไม่รู้จัก รวมทั้งยอมรับคนที่คิดว่าเจ๋งจริงๆ นิสัยย่อมเต็มไปด้วยอีโก้และความมั่นใจ
แต่พอได้ฟังเรื่องราวของ ร็อดเจอร์ส เด็กหนุ่มผู้เต็มไปด้วยแพสชั่นไฟฝัน ซึ่งมาไกลจากไอร์แลนด์เหนือจึงประทับใจ ให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง
ช่วงเวลาดังกล่าว ฟานกัล คือกุนซือชุดใหญ่บาร์เซโลน่า ส่วนผู้ช่วยมีชื่อว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ ร็อดเจอร์ส จะได้รู้จักกุนซือโปรตุกีส ซึ่งภายหลังมาสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกก่อนใครหลายคน
แน่นอนพอ มูรินโญ่ มาสร้างแรงสั่นสะเทือนที่เชลซี จึงทาบทาม ร็อดเจอร์ส มาช่วยงาน ดูแลทีมเยาวชน เน้นการพัฒนาเพื่อดันสู่ชุดใหญ่ ก่อนรับบทกุนซือของทีมสำรองในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ดีเมื่อออกจากเซฟโซนขึ้นเบอร์หนึ่งเต็มตัว การทำงานยากลำบากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นตอนคุมวัตฟอร์ดหรือเร้ดดิ้ง กว่าจะผ่านมาได้ถึงตอนทำหน้าที่นายใหญ่สวอนซี
พูดง่ายๆคือต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์แนวทางการทำงานของตนให้เป็นที่ยอมรับ ทำให้เห็นว่ามันเกิดขึ้นจริงได้ ไม่ใช่มาจากความเพ้อฝันไปตามเรื่อง
ช่วงพีกกับสวอนซี จึงไม่น่าแปลกเลยที่ ร็อดเจอร์ส ถูกโฟกัสอย่างมาก ในฐานะดาวดวงใหม่ไฟแรงแห่งวงการกุนซือ
ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสเปอร์สถึงกับอยากได้ไปคุมทัพ ตามนโยบายใช้กุนซือวัยหนุ่ม ผู้มีไอเดียสร้างสรรค์และพลังงานเต็มเปี่ยม
อย่างไรก็ดี ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจเลือกลิเวอร์พูล ท่ามกลางความกังขาของเดอะ ค็อป ซึ่งแม้ไม่อาจพาทีมครองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ แต่การทำให้ความฝันเกือบเป็นจริง ก็ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา
จากนั้นไปต่อยอดรักษาความเป็นมหาอำนาจให้กับกลาสโกว์ เซลติก ผูกขาดความยิ่งใหญ่ในสก็อตแลนด์ ซึ่งเป็นเหมือนช่วงเวลาเลียแผลใจจากความบอบช้ำด้วย
ก่อนจะหวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกอีกคำรบ เพื่อพิสูจน์น้ำเนื้อตัวตน ซึ่งตอนนี้เราน่าจะพูดได้เต็มปากแล้วว่า ร็อดเจอร์ส คือของจริง
-------------------
กว่าสองปีที่ ร็อดเจอร์ส รั้งบังเหียนเลสเตอร์ ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่ใช่น้อย
อย่างซีซั่นก่อนแผ่วปลายท้ายโค้ง จนทำให้หลุดวงโคจรท็อปโฟร์น่าน่าเสียดาย อดไปร่วมสังฆกรรมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
นอกจากนี้การเสียผู้เล่นแกนหลักในแนวรับทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ตามด้วย เบน ชิลเวลล์ ก็ย่อมส่งผลต่อระบบทีมที่รวนเหมือนกัน
แต่ ร็อดเจอรส ผ่านมาได้อย่างสง่างาม ด้วยการหาผู้เล่นมาทดแทนจากโครงสร้างของสเก๊าต์หรือแมวมองระดับคุณภาพ ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
จากโดนเบียดกระเด็นจากท็อปโฟร์ในนัดสุดท้ายซีซั่นก่อน ปัจจุบันเลสเตอร์เกาะอันดับ 3 เหนียวแน่น ทิ้งห่างที่ 5 คือเวสต์แฮมถึง 7 คะแนน โอกาสคว้าสิทธิ์ไปโม่ยูซีแอลซีซั่นหน้าแค่เอื้อม
นอกจากนี้ยังลุ้นเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้สโมสรหากได้แชมป์เอฟเอคัพเป็นครั้งแรก หลังล้มเซาธ์แฮมป์ตันมาได้สำเร็จ ไปชิงดำกับเชลซี
สำหรับสโมสรที่ไม่อยู่ในกระบวน "บิ๊กซิกซ์" นี่คือความยอดเยี่ยม ที่เราต้องให้เครดิตกับทุกฝ่ายไล่ตั้งแต่ผู้บริหาร ยันทีมงานข้างล่างที่ช่วยกันจนพามาไกลอย่างที่เห็น
ส่วน ร็อดเจอร์ส กำลังได้รับความสนใจจากสเปอร์สอีกครั้ง เมื่อดึงไปกู้วิกฤตในฤดูกาลหน้า
เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร ไม่มีใครให้คำตอบเรื่องอนาคตได้อย่างชัดเจน
รู้แค่ว่า ร็อดเจอร์ส ยกระดับกลายเป็นกุนซือยอดฝีมือคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีกไปเรียบร้อย
จากนี้ไม่มีคำว่าเซอร์ไพรส์ เพราะเลสเตอร์คือทีมใหญ่มีคุณภาพ ที่มีกุนซือเต็มไปด้วยศักยภาพ
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เต็มไปด้วยศักยภาพล่ะก็ต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment