breadcrumb symbol ข่าว

[ #มีอะไรซ่อนในดราม่า ? ]

อัพเดตเมื่อ : May 15, 2021 1:31am โดย : สมัดเจอร์

ไม่กี่วันก่อนศึกแดงเดือดเที่ยวล่าสุด ซาดิโอ มาเน่ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับกานาลปุส (Canal+) สื่อของฝรั่งเศสเอาไว้
หนึ่งในประเด็นที่นักข่าวสนใจเห็นจะเป็นเรื่องของอนาคตที่มักจะถูกตั้งคำถามเสมอว่าจะเป็นอย่างไร
อีกทั้งฤดูกาลนี้ต้องยอมรับว่า มาเน่ ฟอร์มตกลงไปไม่ใช่น้อย จากที่ยิงประตูเปรี้ยงปร้างใน 2 ซีซั่นที่ผ่านมา ปัจจุบันแตกต่างไปไม่น้อย
ฤดูกาล 2018/19 กดในลีกอย่างเดียวเพียวๆ 22 ประตูด้วยกัน ผงาดครองดาวยิงสูงสุดร่วม โม ซาลาห์ และ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง อย่างสง่างาม
พอมาฤดูกาลก่อนยอด 18 ประตูก็ไม่ได้เลวร้ายเลย สำหรับผู้เล่นแนวรุกที่ไม่ใช่เป็นหน้าเป้าหรือประจำการในกรอบเขตโทษเป็นหลัก
ตอนนี้เพิ่งยิงได้แค่ 9 ประตูเท่านั้น ในขณะที่เหลืออีก 2 นัดจะปิดฉากแล้ว ผลงานต่ำกว่ามาตรฐานเท่าตัว ทั้งที่ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บมาคุกคามกวนใจ
ส่วนหนึ่งของการเปิดใจ มาเน่ ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา นี่คือฤดูกาลที่ย่ำแย่อย่างมากในอาชีพการค้าแข้ง
มันดร็อปลงอย่างน่าใจหาย จนบางครั้งก็เกินกว่าจะหาสาเหตุได้เช่นเดียวกัน จังหวะหรือโชคชะตายามอยู่ในสนามไม่ค่อยเป็นใจเท่าไรนัก
"ยอมรับเลยว่านี่คือซีซั่นที่แย่สุดแล้ว ตลอดอาชีพนักเตะไม่เคยเจอมาก่อน ถ้าถามผมว่าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้น ผมก็จะตอบไปว่าไม่รู้เหมือนกัน ส่วนตัวพยายามคิดในแง่บวกมาตลอดแล้ว เรื่องนี้ผมก็ถามตัวเองนะ"
"อีกทั้งผมยังตรวจสอบตัวเองด้วย กินอาหารถูกต้องไหม มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า แต่ทุกอย่างมันก็โอเคหมด"
"ผมต้องทำความเข้าใจว่าชีวิตมีขึ้นมีลง ผมจะตั้งใจทำงานให้หนักที่สุด เชื่อว่าสถานการณ์คงดีขึ้น"
หากจับใจความระหว่างบรรทัด มาเน่ เองก็อดประหลาดใจไม่ได้เช่นกัน แทบทุกอย่างดูปกติดี ไม่มีอะไรผิดพลาดเลย คำตอบจึงเหมือนลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ หาเท่าไรก็ไม่เจอ
จะเป็นเรื่องของความมั่นใจอาจมีส่วน แต่คงไม่ใช่หลักใหญ่ใจความอะไร เพราะเขารู้สึกว่ายังเชื่อมั่นตัวเองเสมอ
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นเดียวกัน เมื่อฟอร์มคุณไม่เหมือนเดิม ผู้จัดการก็จำต้องปรับเปลี่ยน
จากที่การันตีตำแหน่งตัวจริงแบบผูกขาด ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว เมื่อมีสมาชิกใหม่อย่าง ดีเอโก้ โชต้า มาเป็นอีกทางเลือก ต้องลุ้นเสมอว่าจะได้ลงตัวจริงหรือไม่และหากลงแล้วจะได้เล่นครบ 90 นาทีมั๊ย
ก่อนศึกแดงเดือดเมื่อคืนวันพฤหัสบดีจะเริ่มขึ้น สถานะของ มาเน่ ไม่ได้มั่นคงเท่าไรนัก อย่างเกมเจอแอสตัน วิลล่าวันที่ 10 เมษายน เขาเป็นตัวสำรองถูกส่งมาใน 15 นาทีสุดท้าย
จากนั้นอีก 9 วันถัดมานัดเสมอลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ได้ออกสตาร์ตเล่นไป 70 นาทีก็ต้องถูกถอดออกให้ โม ซาลาห์ มาทำหน้าที่แทน
ส่วนนัดเฆี่ยนเซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 มาเน่ เป็นคนโขกประตูขึ้นนำก่อน ซึ่งมาจากการครอสมาให้อย่างแม่นยำของ ซาลาห์ ว่ากันตามสถานการณ์แล้ว ความเชื่อมั่นคงจะเริ่มกลับคืนมาบ้าง
อย่างน้อยที่สุดเกมชนปีศาจแดงซึ่งสำคัญมากๆ น่าจะถูกส่งมาเป็นตัวจริง คงไม่ต้องรอโอกาสอยู่ที่ข้างสนาม
ปรากฏว่าพอไลน์อัพออกมา มาเน่ มีชื่อเพียงแค่สำรอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความผิดหวังจะต้องจู่โจมเข้าหา
ดาวเตะเซเนกัลถูกเปลี่ยนลงมาในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ก่อนหงส์แดงชนะอย่างระทึกเป็นแดงเดือดที่สนุกดุเดือดสมราคา
ผลออกมาอย่างนี้แข้งทีมเยือนย่อมยิ้มแย้มยินดี แต่สีหน้าของ มาเน่ บอกบุญไม่รับ เหมือนไม่สนใจชัยชนะอันสวยงามเหนืออริสำคัญ
เขาจับมือกับผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ดบางคน เร่งฝีเท้าเดินเข้าห้องแต่งตัวด้วยอารมณ์หงุดหงิด จังหวะเดียวกันนั่นเอง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมเดินปรี่มาแตะหมัดกับ ดีน เฮนเดอร์สัน และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ตามมารยาท
จากนั้นเลี่ยงมายัง มาเน่ ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ลูกทีมหันมานิดหนึ่ง พอเห็นก็ไม่สนใจรีบฉีกตัวเองออกมา
ช็อตแบบนั้นมันคือซิทคอม แต่อีกทางหนึ่งมันคล้ายตลกร้าย เพราะพอจะเข้าใจความรู้สึกของ คล็อปป์ ได้ไม่ยาก เมื่อต้องมาเผชิญปฏิกิริยาของลูกทีมแบบนี้
ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวจังหวะดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว นักข่าวจึงไปถาม คล็อปป์ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม้จะพอเดาสถานการณ์ได้ว่า มาเน่ ไม่พอใจเรื่องอะไร
ในฐานะผู้จัดการทีมเป็นเจ้านายโดยตรง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้คำตอบแบบกลางๆเอาไว้ ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องโยนเชื้อให้ไฟมันลุกโชนขึ้นอีก
"มันไม่ได้เป็นปัญหาเลย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอแหล่ะ ไม่ว่าวงการไหนมันก็มีหมด"
"จริงๆผมตัดสินใจจัดทีมเลือกผู้เล่นช้ากว่าเดิมเลยนะ เรื่องมันก็มาจากจะเอา โชต้า ลงแทน มาเน่ นั่นเลย"
"แล้วผมก็ควรจะอธิบายแจกแจงเหตุผลให้ตัวจริงที่ลงเล่นบ่อยๆทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่เราไม่ได้มีเวลาเหลือมากพอ มันเลยเกิดความโกรธ ไม่เข้าใจอย่างที่เห็นบ้าง"
"ถ้าจะหาคนผิดก็คือผมเองที่เลือกทีมช้าเกินไป นักเตะต่างก็รอฟังอยู่ เราต้องโรเตชั่นเป็นธรรมดา ทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีอะไรต้องน่าวิตก"
คล็อปป์ พยายามที่กลบสถานการณ์ให้ราบเรียบ ไม่มีเหตุต้องมากังวลกัน แต่อย่างที่เห็นท่าทีของ มาเน่ มันดึงดูดความสนใจได้มาก
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นอย่างนี้ เขาเคยหงุดหงิดใส่ ซาลาห์ เพื่อนร่วมทีม ซึ่งคิดว่าไม่ค่อยจะส่งบอลให้ จนต้องมาเคลียร์ใจกันวุ่นวายพอสมควร
นานวันเข้ายิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ระหว่าง มาเน่ กับ ซาลาห์ เหมือนเพื่อนร่วมทีมกัน พยายามทำหน้าที่ตัวเองให้ดีสุด
ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล แสดงความเห็นไว้อย่างไม่แคร์ใครว่า คู่นี้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนอาจส่งผลกระทบต่อฟอร์มโดยรวมในสนาม
ประเด็นมันอยู่ที่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ มาเน่ นั่นเอง จึงเกิดดราม่าก้อนใหญ่อย่างไม่มีทางเลี่ยง คำถามต่างๆ ความสงสัยจึงว่อนไปหมด
ในความไม่มีอะไรของ คล็อปป์ ดูเหมือนไม่ค่อยได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับหลายคนที่เห็นช็อตนั้นเลย
แม้กุนซือเฮฟวี่เมทัลมักจะออกมาพูดเกี่ยวกับอนาคตของลูกทีมบางคน ไม่ว่า ซาลาห์ หรือกระทั่ง มาเน่ ซึ่งไม่มีแผนจะปล่อยตัวออกไป แต่หากถึงเวลาที่สุกงอมจริงๆ ต้องยอมรับว่าอะไรจะเกิดก็ต้องว่ากันตามนั้น
เพราะซีซั่นนี้ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงบอบช้ำมาจากของลิเวอร์พูล กราฟผลงานที่ดิ่งเหวอย่างน่าใจหาย ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปัญหาบาดเจ็บของผู้เล่นในเกมรับอย่างเดียว แต่ประสิทธิภาพเกมรุกก็คืออีกปมที่เห็นได้ชัด
อย่างที่หลายคนเคยพูดไว้ มันคงถึงรอบของการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว คล็อปป์ เองก็คงคิดไม่ต่างกัน
แม้ตัวนักเตะแทบจะไม่พูดถึงเรื่องการอำลาลิเวอร์พูล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องอยู่ต่อในซีซั่นหน้า
ดราม่าครั้งนี้อาจจะให้คำตอบที่ชัดเจนเมื่อฤดูกาลจบลง
----------
ได้อ่านเรื่องราวของ มาเน่ กันไปแล้ว เพื่อนๆคนไหนกำลังมองหาอะไรใหม่ๆ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------

 

Facebook Comment