breadcrumb symbol ข่าว

[ บอลไทยชัดเจน by บุญคำ : #เต็งแชมป์ไทยลีก !! ]

อัพเดตเมื่อ : September 01, 2021 4:01pm โดย : บุญคำ

เป็นธรรมดาที่ก่อนเปิดฤดูกาลจะมีการคาดเดากันว่า 'ใคร' จะเป็นแชมป์ ไทยลีก ในบั้นปลาย
ดังนั้นวันนี้ผมขออนุญาตมาวิเคราะห์ว่าทีมใดมีโอกาสมากที่สุดสำหรับที่จะเป็นสโมสรอันดับหนึ่งของเมืองไทย ในซีซั่น 2021-22
ก่อนอื่นเลยต้องออกตัวว่าทั้งหมดนี้เป็น 'ความคิดเห็นส่วนบุคคล' นะครับ
ทีแรกผมยกให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 1 แต่ต้องเปลี่ยนใจ เพราะสถานการณ์การจัดการแข่งขันล่าสุดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ปรับให้สนามกีฬาเปิดได้แล้ว
แพลนเดิมนั้นหลายๆ ทีมในจังหวัดพื้นที่สีแดง (กรุงเทพมหานคร คือหนึ่งในนั้น) จะต้องไปเดินทางกันจ้าละหวั่น ขณะที่ บุรีรัมย์ จะได้เล่นในบ้านเกือบทุกนัดในเดือนแรก
ทว่าพอสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทุกทีมสามารถใช้รังเหย้าของตัวเองได้แล้ว ตรงจุดนี้ทำให้ทุกทีมไม่ต้องใช้สนามของสโมสรอื่นเป็นรังเหย้า ทุกอย่างจึงกลับมาเหมือนเดิม เพียงแค่แข่งขันกันแบบไม่มีผู้ชม ยกเว้นจังหวัดที่ทาง ศบค. อนุญาตเท่านั้น  
นั่นจึงทำให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด คือ 'เต็ง 1' ในมุมมองของผม
เหตุผลที่ผมยกให้ บียู มีโอกาสหยิบแชมป์มากที่สุดคือผู้ชายที่ชื่อ ธชตวัน ศรีปาน
ผมเคยเขียนไว้บ่อยๆ ว่า 'โค้ชแบน' มีจุดเด่นเรื่องแท็กติกที่ยอดเยี่ยม แต่กลยุทธ์ของเขาจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อมันถูกใช้โดยมีนักเตะที่ฝีเท้าถึงพอ เหมือนตอนที่พี่แกคุม เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2016


 
แบงค็อก ในเวลานี้ก็จัดว่ามีผู้เล่นระดับท็อปของลีกอยู่ครบทุกตำแหน่ง แถมยังได้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มาเติมแดนกลางอีก ผมจึงมองว่า บียู นี่แหละจะเป็นแชมป์ ไทยลีก ในฤดูกาลนี้
แดนบนของพวกเขาถือว่าจัดจ้านมาก เพราะมีทั้ง วานแดร์ ลุยซ์ กับ เฮแบร์ตี้ ที่อันตรายทุกจังหวะ และถ้า แอนโธนี่ คาร์เตอร์ ศูนย์หน้ารายใหม่ที่เพิ่งย้ายมาปรับตัวได้ไว มันจะยิ่งเป็นผลดีกับพวกเขาอีกเท่าตัว
ไหนจะมี ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม และ ชนานันท์ ป้อมบุปผา ที่รอโอกาสอยู่ข้างสนามอีก
ปัญหาเดียวที่น่ากังวลคือแนวรับนั่นแหละ แม้ว่า มานูเอล ทอม บีรห์ จะมีความแข็งแกร่ง-ดุดัน แต่ต้องยอมรับว่ายังเชื่องช้าและมีจังหวะโฉ่งฉ่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งตัว 'โค้ชแบน' ย่อมรู้ดี จึงน่าจะมีแผนการแก้ไขไว้แล้ว
มากันที่ 'เต็ง 2' คือ บุรีรัมย์ ที่มือเปล่าเป็นหนแรกในรอบ 10 ปี พวกเขาจึงมีความกระหายสุดๆ ที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่
ที่ผมยกให้ปราสาทสายฟ้ามีโอกาสนั้นเนื่องจากว่า อเล็กซานเดร กามา คือกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเมืองไทย ยุคปัจจุบัน
ผลงานกับ บุรีรัมย์ และ เชียงราย ยูไนเต็ด มี 2 แชมป์ ไทยลีก (2015, 2015), 3 แชมป์ เอฟเอ คัพ (2015, 2017, 2018) และ 2 แชมป์ ลีก คัพ (2015, 2018) เท่านี้ก็พอจะการันตีความเก่งกาจของกุนซือคนนี้ได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งการนำทีมปราสาทสายฟ้าที่ย่ำแย่ในช่วงเลกแรกของซีซั่น 2020-21 มาจบด้วยอันดับ 2 ของฤดูกาลนั้นก็พิสูจน์ให้เห็นว่า กามา ร้ายกาจเพียงใด
นักเตะไทย ในทีมก็กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะบรรดาดาวรุ่งอย่าง รัตนากร ใหม่คามิ, สุภโชค สารชาติ และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่พัฒนารุดหน้าต่อเนื่อง
บวกกับการได้ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี มาเติมเต็มแดนกลางแบบเหมาะเจาะ ยิ่งทำให้ บุรีรัมย์ น่าเกรงขามอีกเท่าตัว
ปัญหาเดียวของอดีตแชมป์ ไทยลีก 7 สมัยคือเกมรับที่ยังน่าเป็นห่วง เพราะแข้งไทย ยังไม่สามารถสร้างความอุ่นใจได้เลย และต้องลุ้นว่า ดิเกา เซนเตอร์ฮาล์ฟบราซิล จะเป็นของจริงหรือไม่ เช่นเดียวกับ เรบิน ซูลาก้า ปราการหลังทีมชาติอิรัก ที่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด
แต่โดยรวม ประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์, โค้ชเก่งและความกระหายที่จะกลับมาประสบความสำเร็จนี่แหละคือปัจจับที่ทำให้ บุรีรัมย์ มีโอกาสหยิบแชมป์ไม่น้อยทีเดียว
มากันที่ 'เต็ง 3' ผมมองว่าเป็น บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ที่ผมมองเช่นนั้นเนื่องจาก 'อายุ' ของผู้เล่นกระต่ายแก้วค่อนข้างสูง ฉัตรชัย บุตรพรม (34), วิคตอร์ คาร์โดโซ่ (31), อันเดรส ตูเนซ (34), สุมัญญา ปุริสาย, (34), ธีรศิลป์ แดงดา (33) และ ดีโอโก้ ลุยส์ ซานโต้ (34)
นี่คือคีย์แมนของ เดอะ บลู แมชีน ล้วนๆ เลยนะครับ ซึ่งทั้งหมดเลยเลข 3 ไปหมดแล้ว แถมหลายคนยังเข้าวัยสามสิบกลางๆ อีกด้วย
ไทยลีก มีพัฒนาการในทางบวกขึ้นทุกปี การแข่งขันจะสูสีกัน ทีมใหญ่กับทีมเล็กไม่แตกต่างกันสุดกู่เหมือนแต่ก่อน ดังนั้นเรื่องของร่างกายจึงสำคัญมากๆ
ยังดีที่ บีจี ปทุม มีขนาดทีมค่อนข้างใหญ่ ตัวจริง-ตัวสำรองอาจจะทดแทนได้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็พอฟัด-พอเหวี่ยงเปลี่ยนลงสนามไม่เคอะเขิน
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดว่าพวกเขาเป็นรองทีมอื่นคือผมเองไม่คิดว่า ออเรลิโอ วิดมาร์ จะทำให้ทีมกระต่ายแก้วไปได้ไกล เนื่องจากเขายังต้องเข้ามาเรียนรู้ฟุตบอลไทย อีกครั้งหนึ่ง ซึ่มันต่างจากหนแรกที่เคยคุมทีม บางกอกกล๊าส (ชื่อเดิมของ บีจี ปทุม) เมื่อปี 2016--17
เขาคงต้องเผชิญหน้ากับความเป็นฟุตบอลไทย ที่มักจะมีอะไรแปลกๆ มาเซอร์ไพรส์เสมอ ซึ่งมันจะทำให้เฮดโค้ชชาวออสเตรเลีย หัวเสียได้
ทว่าพะยี่ห้อแชมป์เก่าและในทีมก็อุดมไปด้วยทรัพยากรชั้นเยี่ยมจึงเป็นแต้มต่อที่ เดอะ บลู แมชีน มีเหนือกว่าคู่แข่งทีมอื่นๆ


 
ปิดท้ายกันที่ การท่าเรือ เอฟซี 'เต็ง 4' ในมุมมองของผม
การได้ ดุสิต เฉลิมแสน มาทำหน้าที่กุนซือและผมเองทราบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า 'โค้ชโอ่ง' จะได้สิทธิ์ในการกำกับทีมแบบเต็มเหนี่ยว ซึ่งนั่นย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับโค้ชทุกคน
อย่างไรก็ตาม การท่าเรือ ที่มีขุมกำลังแนวลึกที่ทดแทนกันได้ แต่ต้องยอมรับว่าเกมรับคือจุดบอดที่ยังไม่แก้ไม่ตกสักทีสำหรับพวกเขา
ผู้รักษาประตูก็เวียนใช้ ไม่มีใครเป็นมือหนึ่งถาวรสักที ขณะที่แดนหลัง ฟูลแบ็ก 2 ฝั่งจะเป็นทีมชาติทั้งคู่ แต่กวาดตาดูที่เซนเตอร์ฮาล์ฟนั้นยังอ่อนกว่าบรรดาทีมในเกรดเดียวกัน
จุดนี้แหละจะเป็นปัญหาให้สิงห์เจ้าท่าไปไม่ถึงฝั่งฝัน
ทว่าการได้ 'โค้ชโอ่ง' ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องแท็กติกที่เขี้ยวลากดิน อีกทั้งเกมรับก็เป็นสิ่งที่เขาแสดงความสามารถมาแล้วกับ บีจี ปทุม ก็พอจะอุ่นใจได้ว่าพี่แกจะเข้ามาขันจุดอ่อนให้แข็งแรงขึ้น
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะใช้ขุนพลในแนวรุกที่มีอยู่ยั้วเยี้ยไปหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร เพราะถ้าทุกอย่างลงตัว ผมว่า การท่าเรือ ก็พร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เช่นกัน
ทั้งหมดนี้คือ 'ทีมเต็ง' ในมุมมองของผม ขอย้ำนะครับว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น
หากไม่ถูกใจผู้อ่านท่านใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน
เว็บไซด์ไหนที่คนอยากมาร่วมสนุกมากที่สุดคงหนีไม่พ้น MYSBOBET ที่มั่นคง ปลอดภัย ไว้ใจได้ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment