breadcrumb symbol ข่าว

[ #กว่าจะเป็นเทพนิยาย ]

อัพเดตเมื่อ : September 09, 2021 2:51am โดย : admin

เราเพิ่งได้เห็นภาพ เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า เปิดตัวกับเรอัล มาดริดพร้อมเสื้อเบอร์ 25 ที่จะใส่โม่แข้งในฤดูกาลนี้ไปเรียบร้อย
นี่คือกองกลางวัยเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น แต่ตกเป็นเป้าหมายของหลายสโมสรใหญ่ในยุโรปเมื่อตลาดซัมเมอร์ที่ปิดตัวไปไม่นาน โดยที่นักเตะตัดสินใจอย่างดีแล้วว่าต้องการย้ายมามาดริด
แม้จะมีความเสี่ยงสูงลิบ โอกาสจะดับสนิทไม่ได้น้อยไปกว่าแจ้งเกิดเปรี้ยงปร้าง แต่ดูเหมือน กามาวินก้า จะมั่นใจว่าต้องฝ่าอุปสรรค เดินหน้าไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน
อาจเพราะว่าชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องฝ่าฟันมาสารพัด สองข้างทางเต็มไปด้วยพงหนาม แทบไม่เคยเห็นกลีบกุหลาบอันโรแมนติกเลย มันต้องใช้พลังมหาศาลเพื่อก้าวมาถึงจุดนี้ ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นต้องกลัวอีกแล้ว
แม้จะเพิ่งอายุแค่ 18 ปี แต่จากนี้มันอาจเป็นกำไรหรือโบนัสในความรู้สึกของ กามาวินก้า
เรื่องราวของเขามันไม่ใช่ถูกล็อตโต้แจ็คพ็อตแตก ทว่ามันยิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำไป
----------------
ช่วงกลางทศวรรษ 90 เกิดสงครามใหญ่ในประเทศซาอีร์หรือชื่อปัจจุบันคือดีอาร์คองโก เป็นความขัดแย้งที่มีชนเผ่าฮูตูและทุตซี่ จากรวันดาและอูกันดาเข้ามาเกี่ยวข้อง
การสู้รบอย่างโหดเหี้ยมกินเวลาสองช่วงด้วยกัน ก่อนจะถูกบันทึกว่านี่คือสงครามครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของแอฟริกา ความสูญเสียเป็นรองเพียงแค่สงครามโลกทั้งสองครั้งเท่านั้น
มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตมากกว่า 5 ล้านคน กลายเป็นเหยื่อของกลุ่มคนที่บ้าอำนาจ ผู้คนมากมายต้องอพยพหนีตายกันจ้าละหวั่น เพราะกองกำลังฝั่งตรงข้ามรัฐบาลทั้งแข็งแกร่งและโหดร้ายมาก ฆ่าหมดยกครัว ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกเล็กเด็กแดง
พ่อแม่ของ กามาวินก้า เผชิญหน้ากับความเป็นความตายเท่ากัน พยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด กระทั่งเดินทางมาถึงค่ายอพยพที่หมู่บ้านเเล็กๆของประเทศแองโกลา จึงได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เพื่อคิดหาหนทางกันต่อ
ปี 2002 ให้กำนิดลูกชายซึ่งก็คือ กามาวินก้า นั่นแหล่ะ เขาเติบโตที่ค่ายอพยพดังกล่าว มันแน่อยู่แล้วว่าไม่ได้สะดวกสบายอะไรเลย ต้องอยู่ไปตามสภาพ การเข้าถึงโอกาสการศึกษาหรือการเรียนรู้ แตกต่างไปจากเด็กปกติมากมาย
อายุไม่ครบ 2 ขวบดี เซเลสติโน่ ผู้เป็นพ่อที่เดินเรื่องเพื่อขอย้ายไปประเทศฝรั่งเศสมาตลอดก็ทำสำเร็จ ปลายปี 2003 จึงย้ายครอบครัวไปอาซัยที่ฟูกิเร่ส์ เมืองเล็กๆห่างจากแรนส์ไปราว 50 กิโลเมตร
แม้จะมาอยู่ในประเทศที่เจริญศิวิไลซ์มากยิ่งขึ้น ได้เห็นโลกใหม่และมีโอกาสที่ดีกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะง่ายดายซะหมด กามาวินก้า เป็นลูกคนที่ 3 จากพี่น้องทั้งสิ้น 6 คน พ่อแม่จึงต้องทำงานหนักเพื่อหาอาหารให้ครบทั้งสามมื้อ
อาศัยว่าได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรการกุศลต่างๆ จึงผ่านช่วงที่แสนสาหัสมาได้อย่างกระท่อนกระแท่น
ด้วยความที่เป็นเด็กดื้อ ชอบใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา แม่จึงต้องส่ง กามาวินก้า ไปเรียนยูโด เพื่อจะได้หาทางปลดปล่อย ไม่ต้องมาทำลายข้าวของที่บ้านเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีก
เพราะยามไม่พอใจอะไร กามาวินก้า มักจะพังสิ่งของที่อยู่ใกล้มือ หากไม่หาทางปรับเปลี่ยนตั้งแต่ยังเล็ก หวั่นใจว่าโตไปอาจจะหนักข้อกว่าเดิม
หลังจากนั้น เซเลสติโน่ ผู้เป็นพ่อชักนำเข้าสู่วงการฟุตบอล ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กน้อยมากๆ โดยพาไปฝากไว้ที่สโมสรท้องถิ่น ซึ่งภายหลังได้ส่วนแบ่งค่าตัวของ กามาวินก้า จากการย้ายไปมาดริดด้วย
"ผมไม่รู้อะไรหรอก พ่อของผมพาไปที่นั่น ผมจำได้ว่าเลี้ยงบอลวนไปรอบๆ" เขารำลึกอดีตตอน 7 ขวบให้ฟัง
ไม่นานนักก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ฉายความสามารถและพรสวรรค์ได้ดีตามลำดับ จนกระทั่งไปเข้าตาแมวมองของแรนส์ สโมสรชั้นนำของลีกเอิง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไรนัก
กามาวินก้า ได้เซ็นสัญญากับอะคาเดมี่ของแรนส์ในปี 2003 หรือตอนอายุ 11 ปี สถานการณ์เริ่มไปได้ด้วยดี โอกาสเปิดกว้างบนเส้นทางสู่แข้งอาชีพในอนาคต
แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ช็อกก็เกิดขึ้นกับครอบครัว เมื่อบ้านของ กามาวินก้า ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน 8 ชีวิต โดนเพลิงเผาผลาญวอดวายแทบไม่เหลืออะไรเลย
กามากินก้า ในวัยยังไม่ครบ 12 ขวบ จำเหตุการณ์แต่ละฉากได้อย่างแม่นยำ มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่เกาะกินเรื่อยมา
"ผมยังจำได้เหมือนเกิดขึ้นเมื่อวาน ผมอยู่ที่โรงเรียน มองออกจากนอกหน้าต่างออกไปเห็นนักดับเพลิงหลายคน"
"หลังเลิกเรียนแล้ว คุณครูมาหาผมและน้องสาวคนเล็ก ค่อยๆเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ก่อนพ่อจะมารับไปยังที่บ้าน ทุกอย่างถูกเผาวอดวายเสียหายหมดสิ้น"
นิโกลัส มาร์ติเนียส ซึ่งเป็นโค้ชคนแรกๆของ กามาวินก้า เล่าว่าสมาชิกในครอบครัวต่างร้องให้กับความสูญเสียที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้นชนิดไม่ทันตั้งตัว มันหดหู่มากสำหรับคนที่ได้พบเห็น
แม้จะมีองค์กรการกุศล รวมทั้งสโมสรแรนส์เองก็ยื่นมือมาช่วยเหลือบ้าง แต่ก็ต้องใช้เวลาสร้างกันใหม่อีกนาน
หลังจากวันนั้น กามาวินก้า ไปซ้อมฟุตบอลด้วยความผ่อนคลายมากขึ้น ฟุตบอลช่วยให้ลืมความเศร้า ชำละล้างความเจ็บปวดได้บ้าง
วันหนึ่งพ่อเดินมาบอกกับลูกชาย ด้วยประโยคที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน แต่มันก็เกิดขึ้นจริงภายหลัง
"อย่าห่วงเลย ลูกจะได้เป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ ได้สร้างบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัว"
ประโยคนี้เองเหมือนไปปลุกกระตุ้นพลังในตัว กามาวินก้า ให้ลุกโชนขึ้นมาทันทีทันใด ตั้งความหวังไว้ชัดเจน มีเป้าหมายจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้
"ผมยากให้ครอบครัวมีความสุขและผมรู้ว่ามันต้องเกิดขึ้น" -- กามาวินก้า ไม่พูดเยอะไปกว่านี้และเลือกที่จะลงมือทำ
----------------
อายุเพียงแค่ 16 ปี 1 เดือน เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า ถูกผลักดันขึ้นทีมชุดใหญ่แรนส์ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์สโมสร
จากนั้นอีก 3 เดือนถัดมา ได้ประเดิมสนามในเกมลีกเอิงเจออ็องเช่ร์เมื่อ 6 เมษายน 2019 ก่อนเสมอกันดุเดือด 3-3
18 สิงหาคมเขาสร้างสถิติอีกครั้ง เป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดแอสซิสต์ได้ในลีกเอิง รวมทั้งคว้าแมนออฟเดอะแมตช์ในเกมดวลปารีส แซงต์ แชร์กแมงอีกต่างหาก
11 พฤศจิกายน กามาวินก้า ถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี แทนที่ มัตเตโอ เกนดูซี่ ซึ่งอัพไปเล่นชุดใหญ่
27 สิงหาคม 2020 เขาถูกเรียกทัพเลส์เบลอส์ครั้งแรก หลังจาก ปอล ป็อกบา ติดโควิด-19 ต้องถอนตัว กลายเป็นแข้งน้อยสุดนับตั้งแต่ปี 1932 ด้วยอายุ 17 ปี 9 เดือน 17 วัน
อีก 12 วันถัดมาได้เล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสครั้งแรก ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกเจอโครเอเชีย ลงเป็นสำรองแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ตอนนั้นอายุ 17 ปี 9 เดือน 29 วัน นับว่าน้อยสุดตั้งแต่ปี 1914
เขาลงเล่นให้แรนส์เกือบ 80 นัดในทุกรายการ ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น ก่อนสานฝันเป็นจริงย้ายมาเรอัล มาดริดในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา
"ผมต้องการเล่นให้มาดริด ผมอาจถนัดยืนหน้าแผงหลัง แต่จริงๆแล้วเล่นได้ครอบคลุมในแดงกลาง ผมต้องเรียนรู้ ต้องทำงานหนัก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมพร้อมเสมอ"
นั่นคือบางส่วนของบทสัมภาษณ์หลังย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวรวมแอดออนส์ 34 ล้านปอนด์ จากสัญญาที่เหลือกับแรนส์แค่ปีเดียว
สตอรี่ของ กามาวินก้า เปรียบเหมือนเทพนิยาย แต่นี่คือชีวิตจริงที่ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยที่ไม่มีใครรู้ตอนจบเลย
-------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment