breadcrumb symbol ข่าว

[ #แรงจูงใจไปสู่แชมป์ ]

อัพเดตเมื่อ : September 15, 2021 4:17am โดย : admin

ฤดูกาล 1996/97 แมนฯยูไนเต็ดหักด่านผ่านไปถึงรอบรองชนะเลิศ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมในเวลานั้นจึงตั้งเป้าถึงแชมป์
คู่ต่อกรคือโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งทำผลงานได้ร้อนแรงเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีแข้งชั้นนำทั้ง แอนดี้ โมลเลอร์ , เปาโล ซูซ่า และ คาร์ลไฮนซ์ รีดเล่ อยู่ในทัพขบวนดังกล่าว
เลกแรกไปเยือนที่เวสต์ฟาเล่น โดนเสือเหลืองบด 1-0 ย้ายวิกมาเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในเลกสอง แมนฯยูไนเต็ดเป็นฝ่ายปูพรมโหมหนัก มีโอกาสยิงเกือบ 15 ครั้ง แต่ไม่เฉียบขาดเอง
ผลจบลงซ้ำรอยเลกแรก รวมสองนัดดอร์ทมุนด์ชนะ 2-0 ทะยานผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่มิวนิคสำเร็จ ทิ้งความชอกช้ำให้กับ เฟอร์กี้ ยิ่งนัก
เพราะวันรุ่งขึ้น เอริก คันโตน่า หัวใจสำคัญในแนวรุกมาแจ้งว่า อยากจะเลิกเล่นหรือรีไทร์จากอาชีพค้าแข้ง
เฟอร์กี้ บรรยายความรู้สึกไว้ว่าเหมือนใครกระแทกหมัดเข้าท้องน้อย มันจุกเสียดจนแทบพูดไม่ออก แต่ลึกลงไปยังเชื่อว่าอาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบได้เหมือนกัน พอได้คุยทำความเข้าใจ มีโอกาสเปลี่ยนใจภายหลัง
คันโตน่า มีความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด อ่อนไหวง่าย บางครั้งความคิดอาจแตกต่างจากแข้งอาชีพทั่วไป
ตอนโดนโทษแบนจากคดีกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ เกือบจะเลิกเล่นไปแล้วเหมือนกัน ต้องเกลี้ยกล่อมกันยกใหญ่ บินไปหาถึงฝรั่งเศส จนโน้มน้าวให้กลับมา
ถ้ามีบางสิ่งบางอย่างมากระทบจิตใจ แล้วมันรับไม่ได้จริงๆ คันโตน่า อาจเดินออกมาอย่างที่ไม่มีใครคิดได้เช่นเดียวกัน
เฟอร์กี้ ปลอบใจตัวเองไว้ พยายามมองโลกในแง่บวก ไว้ฤดูกาลปิดฉากค่อยหาเวลาคุยกัน หรือหากนักเตะไม่แจ้งมาปล่อยเงียบไป นั่นน่าจะหมายถึงพร้อมค้าแข้งต่อ
ตอนนั้นต้องรวบรวมสมาธิ โฟกัสไปยังการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกก่อน เพราะโดนไล่ล่าอย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว
หลังจากเร่งเครื่องจนเข้าป้ายครองลีกสูงสุดสมัยที่ 4 ในรอบ 5 ซีซั่นหลัง เฟอร์กี้ คิดว่าเรื่องน่าจะเงียบไปเอง แต่ที่ไหนได้ไม่นานหลังฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก เลขาส่วนตัวโทรมาบอกว่า คันโตน่า อยากเข้าพบ
จากนั้นเมื่อนัดวันได้เรียบร้อยที่มอธแธรม ฮอลล์ ทั้งสองคนก็มาเจอกัน โดยทางโรงแรมจัดพื้นที่ไว้ให้อย่างดี มิดชิดมากๆ เร้นรอดจากสายตาพวกเหยี่ยวข่าวทั้งหลาย
แต่สำหรับ เฟอร์กี้ แล้วไม่มีความสุขเอาซะเลย ความหวังจะให้แข้งคู่บุญเล่นต่อไปแทบไม่หลงเหลือเลย สัญญาณเตือนมันฟ้องชัดเจนอยู่แล้ว
พอเห็นหน้าคร่าตากัน บรรยากาศดูเงียบงันตึงเครียดแปลกๆ นอกจากทักทายกันตามธรรมเนียม ก็พยายามเฉไฉเบี่ยงคุยเรื่องอื่นกันไปก่อน
เฟอร์กี้ สังเกตมาสักพักแล้วว่า ก็องโต้ ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับเกมสักเท่าไร มาตรฐานตกไปจากเดิม อาจด้วยสภาพร่างกายที่โรยไปตามวัยก็ส่วนหนึ่ง แต่ความกระหายหรือแรงจูงใจแตกต่างออกไป
เดิมทีคิดว่าอยากจะย้ายไปเล่นในสเปนกับบาร์เซโลน่า ซึ่งเวลานั้นพร้อมคว้านักเตะระดับโลกทุกคนไปร่วมทัพ
ช่วงต้นปี 1997 เฟอร์กี้ เคยอนุญาตให้ คันโตน่า ไปเล่นเกมการกุศลที่คัมป์ นูตามคำเชิญ โดยไปร่วมกับ จอร์ดี้ ครัฟฟ์ เพื่อนร่วมทีมซึ่งเพิ่งย้ายมาจากบาร์ซ่านั่นเอง
พอกลับมาสองคนนี้ดูสนิทสนมกันอย่างมาก อีกทั้งปฏิกิริยาต่างๆ คันโตน่า ไม่ค่อยเหมือนเดิมและเป็นที่รู้กันว่ามีความปรารถนาแรงกล้า ประสบความสำเร็จในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ขณะเดียวกันเกมตัดเชือกทั้งสองเลกซึ่งปราชัยให้ดอร์ทมุนด์ ต้องยอมรับว่าผลงานส่วนตัว คันโตน่า ดูจะน่าผิดหวัง ไม่เป็นไปอย่างที่คาดเอาไว้
หลังพูดคุยสัพเพเหระไปสักพัก คันโตน่า ก็เป็นฝ่ายเปิดฉากเริ่มก่อน โดยยืนยันว่าใคร่ครวญมาอย่างดีแล้ว อยากจะตัดสินใจรีไทร์ แม้อายุยังแค่ 31 ปีก็ตาม
เฟอร์กี้ ต้องถามกลับไปถึงเหตุผลทำให้เลือกแบบนั้น เพราะมันต้องมีอะไรผิดปกติจริงๆ
ก่อน คันโตน่า แจกแจงว่ามีสาเหตุ 2 ข้อหลักทำให้ต้องแขวนสตั๊ด
อย่างแรกเลยก็คือ รู้สึกตัวเองกลายเป็นสินค้าในเมกกะสโตร์ของสโมสร ทั้งชื่อ เบอร์เสื้อหรือกระทั่งรูป ต่างโชว์หราเพื่อดึงดูดให้แฟนๆควักกระเป๋าจ่ายอย่างง่ายดาย
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดีนัก มองว่าผู้บริหารมุ่งหวังเรื่องกำไรมากเกินไป เห็นผลประโยชน์เหนือเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น
แล้วในยุคนั้นยังไม่มีการทำสัญญาเรื่องค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ต่างๆด้วย นั่นหมายความว่า คันโตน่า ไม่ได้ส่วนแบ่งหรือมีรายได้สักก้อนอย่างพวกแข้งดังในปัจจุบัน
เฟอร์กี้ ได้ฟังอย่างนั้น ก็ได้แต่นึกภาพตาม แต่ไม่อาจขัดกับ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานสโมสร ที่ต้องดิ้นรนหาเงิน แม้จะมีรายได้มากมายหลังประสบความสำเร็จครองความยิ่งใหญ่ในลีก รายจ่ายก็มากเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
เหตุผลอย่างที่สอง นับว่าน่าสนใจมากๆ คันโตน่า บอกตามตรงไม่อ้อมค้อมเลย แมนฯยูไนเต็ดในเวลานั้นขาดความทะเยอทะยาน
เขาไม่ได้ตื่นตาตื่นใจกับแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกต่อไปแล้ว ความท้าทายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกต่างหากที่เข้ามาทดแทน แต่กลับมองเห็นแสงสว่างริบหรี่ที่ปลายทาง มันยากมากหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลัง
สโมสรมีระบบอะคาเดมี่ที่ยอดเยี่ยมก็จริง ปลุกปั้นแข้งดาวรุ่งขึ้นมาขบวนใหญ่ จนกลายเป็นตัวหลักมีอนาคตที่สดใส แต่นั่นต่อกรได้เฉพาะในประเทศเท่านั้น พอขึ้นเวทียุโรปฝีเท้าและประสบการณ์นักเตะคือสิ่งสำคัญ
นี่เป็นอีกเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ เฟอร์กี้ เพราะตอนนั้นคณะกรรมการบริหาร วางกฎเพดานค่าจ้างพวกผู้เล่นเอาไว้ จึงไม่มีทางไปดึงแข้งต่างชาติชั้นนำมาเสริมได้เลย
ค่าตัวพอจ่ายไหว แต่เมื่อมองไปยังค่าจ้างแล้ว คงต้องถอยกลับมา ทั้งที่ตัวเขาเองก็ต้องการผู้เล่นเวิล์ดคลาส มายกระดับเช่นเดียวกัน
ในช่วงดังกล่าว เฟอร์กี้ ให้ความสนใจ โรนัลโด้ ดาวถล่มประตูทีมชาติบราซิล , กาเบรียล บาติสตูต้า และ มาร์กเซย์ เดอไซญี่ มากๆ
พอได้พูดคุยกับเอเจ้นท์เรียบร้อย เห็นตัวเลขก็ต้องถอนสมอเลย ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งต่อรองด้วยซ้ำ หากฝ่ายบริหารยังวางกฎเหล็กไว้อย่างนั้น
เมื่อเห็นว่าสโมสรขาดความทะเยอทะยาน สร้างแรงจูงใจเพื่อประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ คันโตน่า ก็ตัดสินใจเดินจากมา
แมนฯยูไนเต็ดจึงต้องเสียเพชรเม็ดงามก่อนเวลาอันควรอย่างแท้จริง
-----------------------
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน เชื่อกันว่าการกลับมาอีกครั้งของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รวมถึงแมนฯยูไนเต็ดเสริมผู้เล่นคุณภาพอย่าง ราฟาแอล วาราน และ เจดอน ซานโช่ สะท้อนถึงความทะเยอทะยานไม่ต้องสงสัย
ว่ากันว่าผู้เล่นเหล่านี้ช่วยเป็นแรงจูงใจ รวมทั้งกระตุ้นให้พวกผู้เล่นชุดเดิมเกิดความฮึกเหิม กระหายเพื่อคว้าแชมป์มาครอง
ปอล ป็อกบา ที่ไม่ค่อยมั่นใจในอนาคตอาจตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็เช่นเดียวกัน มีสิทธิ์ต้องการฝากอนาคตไว้ที่นี่ด้วย
ส่วนพวกดาวรุ่งก็กระตือรือร้น เร่งโชว์ฝีเท้าให้ดีเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีม
แต่การที่สโมสรแสดงถึงความทะเยอทะยานด้วยการทุ่มทุนคว้านักเตะดังมาร่วม ไม่ได้หมายความว่าจะการันตีความสำเร็จเสมอไป
ฉะนั้นมาติดตามดูกันว่า วิธีการดังกล่าวจะใช้ได้กับแมนฯยูไนเต็ดในปัจจุบันหรือไม่?
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment