breadcrumb symbol ข่าว

[ #ของดีที่ถูกมองข้าม? ]

อัพเดตเมื่อ : October 14, 2021 7:25am โดย : admin

จนถึงเวลานี้ สตีฟ บรู๊ซ ยังคงรักษาสถานภาพการเป็นผู้จัดการทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดต่อไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
เพราะในรอบเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายทุนใหม่นำโดยกลุ่มใหญ่จากซาอุดิอาระเบียเข้าเทคโอเวอร์ คาดกันว่าอย่างแรกที่จะปรับกันเลยคือกุนซือนี่แหล่ะ บรู๊ซ เตรียมโดนเชือดได้เลย
ผลงานฟ้องอยู่แล้วว่าสาลิกาดงทรุดหนักแค่ไหน นั่นยังไม่รวมทรงบอลที่แย่มากๆ ปรับตำแหน่งนักเตะจนมั่วซั่วยุ่งเหยิงกันไปหมด เล่นเอาทูน อาร์มี่มากมายเอือมระอาไปตามๆกัน เรียกร้องให้ปลด
แต่ในยุคของ ไมค์ แอชลี่ย์ ยังมีอำนาจ เชื่อกันว่าคงไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะไม่อยากจ่ายค่าชดเชยหลายล้านปอนด์ จึงซื้อเวลายื้อต่อไปก่อน ไปดึง แกรม โจนส์ มาเป็นกุนซือเงาพลางๆ
พอเปลี่ยนเจ้าของ บรรดาสื่อทั้งหลายต่างโหมกระแสเชือด บรู๊ซ อย่างหนัก โดยชี้ไปว่าเกมเจอท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ที่เซนต์ เจมส์ พาร์คสุดสัปดาห์นี้ จะให้ทาง โจนส์ คุมชั่วคราวก่อน เพื่อสร้างบรรยากาศให้คึกคักต้อนรับสิ่งใหม่ๆ
อย่างไรก็ดีเรายังได้เห็นภาพ บรู๊ซ คุมซ้อมตามปกติ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แทบไม่มีริ้วรอยของคนทุกข์ใจหรือตึงเครียดอะไรเลย
ในขณะเดียวกันบริษัทรับพนันถูกกฎหมายมากมาย ต่างก็หั่นราคา บรู๊ซ เป็นผู้จัดการทีมคนต่อไป มีโอกาสหลุดจากตำแหน่งมากสุดเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย
จากไม่กี่วันก่อนอยู่ที่ 3-1 คือแทง 1 จ่าย 3 แต่เวลานี้ปาเข้าไป 1-19 คือต้องลงทุนถึง 19 เพื่อเอาแค่ 1 เท่านั้น เรียกว่านอนมาแบบไร้คู่แข่ง
สมมุติมีใครมั่นใจไปเดิมพันอัตราดังกล่าวเอาไว้ อาจเริ่มเสียวสันหลังเมื่อกัน เมื่อไรจะปลดให้รู้แล้วรู้รอดสักที วันอาทิตย์ดีเดย์ที่นิวคาสเซิ่งลงเตะกับสเปอร์สก็ขยับใกล้เข้ามามากขึ้นแล้ว
แต่เอาเข้าจริงแทบร้อยทั้งร้อยไม่มีใครเชื่อหรอกว่า บรู๊ซ จะได้นั่งเก้าอี้ตัวเดิมต่อไป อย่างช้าที่สุดก็น่าจะภายในวีกเอนด์นี้แหล่ะ
ทูน อาร์มี่ต่างมองไปยังข้างหน้าด้วยความหวังอันเจิดจ้า มีการทำโพลสำรวจมากมาย โดยเฉพาะประเด็นอยากได้ใครมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่
ดิ แอธเลติกสื่อดังก็จัดทำผลสำรวจด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมั่นใจว่าเสียงต้องออกมากมาย ตามรสนิยมและความชอบส่วนตัวบุคคล
ผลปรากฏว่าตัวเลขใกล้เคียงสูสีจริงๆ ไม่ได้มีใครนำโด่งขาดลอยอย่างที่คาดไว้เลย
อันโตนิโอ คอนเต้ มือดีกระบี่มือหนึ่งที่กำลังว่างงาน ครองใจทูน อาร์มี่มากสุดคือ 29 เปอร์เซนต์
ไม่มีใครกังขาฝีมือของกุนซืออิตาเลี่ยนหรอก แต่อาจคาใจว่าพร้อมแค่ไหนจะมารับงานนี้ ต่อให้ได้รับการสนับสนุนเรื่องงบประมาณเสริมทัพอย่างเต็มที่ก็ตามที
ต้องยอมรับว่าชื่อชั้นดีกรีของเดอะ แม็กพายส์ ยังห่างไกลจากระนาบคำว่า "สโมสรใหญ่ของยุโรป" นี่จึงเป็นส่วนสำคัญสำหรับการตัดสินใจของ คอนเต้ อย่างแท้จริง
ส่วนอันดับ 2 จากโพลได้แก่ ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งเคยคุมนิวคาสเซิ่ลมา 3 ปีเต็ม ก่อนแยกทางในปี 2019 แล้วให้ บรู๊ซ เข้ามาเสียบแทนนั่นเอง
แม้ปัจจุบันจะเป็นนายใหญ่เอฟเวอร์ตัน ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ แต่ทูน อาร์มี่ไม่น้อยยังศรัทธาเลื่อมใส เทโหวตมาถึง 24 เปอร์เซนต์ด้วยกัน
สาเหตุที่ ราฟา ไม่สนใจทำต่อ มาจากความขัดแย้งกับ แอชลี่ย์ เจ้าของเดิม ซึ่งไม่ค่อยสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็น ปล่อยให้ผู้จัดการทีมโดดเดี่ยว แก้ปัญหาตามลำพัง จนหมดความอดทน
กุนซือสแปนิชแสดงให้เห็นความสามารถกันไปแล้ว ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมตอบสนองดีมาก ท่ามกลางข้อจำกัดและเงื่อนไขสารพัด
นั่นจึงทำให้สาวกสาลิกายังคงโหยหาอาลัยอาวรณ์ มองว่านี่คือคนที่ใช่ สมควรไปดึงกลับมาอีกครั้ง ยิ่งในวันที่มีเงินทุนมหาศาล รับรองว่าผลงานกระฉูดแน่นอน
อันดับ 3 ตกเป็นของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ ซิตี้นาทีนี้ ถือเป็นคนรุ่นใหม่วิสัยทัศน์แจ่มมาก ทำทีมมีสไตล์ชัดเจน เน้นเกมรุกต่อบอลบนพื้น ตามแบบฉบับของบาร์เซโลน่า ซึ่งไปร่ำเรียนวิชามาจากที่นั่น ฟันไปทั้งสิ้น 14 เปอร์เซนต์
ตามด้วย เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือหนุ่มอีกคน 13 เปอร์เซนต์ , สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซึ่งประสบความสำเร็จงดงามกับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส 12 เปอร์เซนต์
ส่วนรั้งท้ายที่มีการเปิดเผยคือ ซีเนดีน ซีดาน 5 เปอร์เซนต์ อาจเพราะมองว่าไกลเกินเอื้อมถึง กุนซือที่เคยพาเรอัล มาดริดครองแชมป์ยุโรป 3 ปีติดต่อกัน คงไม่ยอมโอเคเซย์เยสง่ายๆหรอก
อย่างไรก็ตามผู้ที่จะได้รับความไว้วางใจให้มากอบกู้นิวคาสเซิ่ล อาจไม่ได้อยู่ในลิสต์โพลสำรวจนี้เลย
--------------
สื่อหลายสำนักให้จับตาดูการเคลื่อนไหวของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับตำแหน่งผู้ตัดการทีมคนใหม่นิวคาสเซิ่ลให้ดี
นับตั้งแต่โดนเชลซีปลดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แลมพ์ส หลบเลียแผลใจเงียบๆ แทบไม่ตกเป็นข่าวเลย แม้กระทั่งออกสื่อแสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์เรื่องต่างๆ
ถามว่าเขาล้มเหลวในบทบาทกุนซือสิงห์น้ำเงินหรือเปล่า? คงพูดเต็มปากเต็มคำอย่างนั้นไม่ได้หรอก
เพียงแต่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหารมากกว่า จึงต้องตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึกอย่างที่เห็น
ข้อเสียของเขาคือเรื่องประสบการณ์ ที่ขึ้นชั้นเร็วเกินไป เพิ่งคุมดาร์บี้ เคาน์ตี้ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพซีซั่นเดียว ก็กดลิฟท์มาทำงานใหญ่ที่สโมสรเก่าทันที
ชั่วโมงบินน้อย มาเจอพลังคาดหวังสูงลิบ จึงเป็นเรื่องลำบากที่จะต้านทานแรงเสียดสีได้ อีกทั้งรู้อยู่ว่าการเมืองในมุ้งเชลซีรุนแรงแค่ไหน ไม่เจ๋งจริงเอาตัวรอดลำบาก
อย่างไรก็ดี แลมพ์ส มีต้นทุนในเรื่องความกล้าหาญและตัดสินใจ ในภาวะที่ต้องเผชิญหน้ากับโทษแบนห้ามซื้อผู้เล่น เขาไม่รีรอจะดันกลุ่มดาวรุ่งที่มีแววขึ้นมา ก่อนได้รับการตอบสนองน่าพอใจ
เมสัน เมาท์ , แทมมี่ อับราฮัม , รีซ เจมส์ , ฟิกาโย่ โทโมริ หรือ บิลลี่ กิลมอร์ ล้วนเป็นผลผลิตจากสโมสรที่น่าปลาบปลื้ม
ใครที่เคยตำหนิเชลซีว่าดีแต่ทุ่มเงินซื้อผู้เล่น มาเจอเคสนี้เข้าก็คงต้องถอยไปตั้งหลักกันใหม่ เพราะมันไม่ใช่อย่างที่ถูกกล่าวหาซะเลยทีเดียว
บทเรียนที่ได้รับจากความผิดพลาด อาจจะช่วยหล่อหลอมให้ แลมพาร์ด สามารถสรุปถึงข้อด้อยของตน รวมทั้งนำไปปรับใช้ในอนาคตข้างหน้าได้อีกต่างหาก
แน่นอนว่าหาก แลมพ์ส รับงานนี้ ไม่ว่าตัวเขาเองหรือนิวคาสเซิ่ลต่างก็ยืนอยู่บนความเสี่ยงด้วยกันอยู่แล้ว
หากมองว่ากุนซือหนุ่มที่มีความกล้าหาญ คือตัวแทนคนรุ่นใหม่ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอันสดใสในวันข้างหน้า เขาก็ย่อมตอบโจทย์ในระดับน่าพอใจ
แม้ในมุมของทูน อาร์มี่มากมาย จะไม่ได้คิดว่า แลมพาร์ด อยู่ในสายตา ผลโพลมันก็บอกอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดจะถูกตัดสินด้วยผลงานต่างหาก
ผู้คนมักพิพากษาเขาว่าล้มเหลว แต่ความจริงไม่ใช่เลย อย่าลืมว่าเขามีเวลาน้อยเกินไปหากเทียบกับอีกหลายเคส รวมถึงมีอุปสรรคขวากหนามพอสมควร
แลมพ์ส อาจเป็นทางเลือกน่าสนใจสำหรับนิวคาสเซิ่ล โดยขึ้นอยู่ว่าแนวทางของผู้บริหารจะเป็นแบบไหน
อีกไม่นานเราจะได้รู้กันว่า แลมพาร์ด จะรีเทิร์นสู่เก้าอี้ผู้จัดการทีมอีกครั้งหรือไม่?
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment