breadcrumb symbol ข่าว

[ #กล้าพอไหมที่จะทำแบบนี้ ? ]

อัพเดตเมื่อ : October 30, 2021 3:09am โดย : admin

1 วันก่อนนำแมนฯยูไนเต็ดโม่แข้งท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวหรือที่เรียกว่าเพรสคอนเฟอเรนซ์ตามปกติ
แต่ครั้งนี้มีสื่อให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ มาร่วมฟังและถามอย่างหนาตา เพราะอาจเป็นการคุยก่อนเกมครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะผู้จัดการทีมปีศาจแดง
หลายคนเชื่อว่า โซลชา สมควรโดนปลดหลังจบเกมแดงเดือดอัปยศที่พ่ายให้ลิเวอร์พูลหมดสภาพคาบ้านแล้ว ไม่อยากคิดว่ายังหนังเหนียวเคี้ยวยากหยัดยืนบนเก้าอี้ได้ต่อไป
ท่ามกลางกระแสข่าวการสนับสนุนจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือผู้มากบารมีอย่างเต็มตัว
การปรากฎตัวของ เฟอร์กี้ ที่ศูนย์ซ้อมแคร์ริงตันช่วงสายวันอังคาร มันทำให้เชื่อกันไปหมดทั้งบางแล้วว่า โซลชา เส้นใหญ่จริง
แม้จะมีการตอบโต้จากแหล่งข่าววงใน แท้จริงแล้ว เฟอร์กี้ ไปที่นั่นเพื่อจัดการธุระบางอย่าง โดยเฉพาะวัดตัวตัดสูทสำหรับออกงานอีเวนต์สโมสร
นอกจากนั้นยังมี มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ อดีตเจ้าของสโมสรไปด้วย ซึ่งมันเกิดการคาดเดาได้ทั้งสองขั้ว แล้วแต่จะตีความกันเอง
ตอนแรกนักข่าวบางคนได้ข้อมูลเบื้องลึก ยืนยันว่า โซลชา ไม่ได้คุยอะไรกับ เฟอร์กี้ เลยสักนิด ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง
เรื่องนี้ทำให้สื่อเกิดความสงสัย เลยเก็บไว้แล้วเอามาถาม ช่วงเพรสคอนเฟอเรนซ์เมื่อบ่ายวันศุกร์ ก่อนได้รับคำตอบเองว่าคุยกัน แต่แค่เล็กน้อย เหมือนทักทายธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ
โซลชา ขยายเพิ่มอีกด้วยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ต้องเข้าร่วมงานนั้นเช่นเดียวกับ เฟอร์กี้ น่าจะเป็นงานใหญ่ของสโมสร เน้นบุคคลสำคัญ
อีกหนึ่งประเด็นที่ตกอยู่ในความสนใจก็คือ จากสถานการณ์ที่เผชิญหน้าอยู่ คลื่นลมรุนแรง มรสุมลูกใหญ่พัดกระหน่ำใส่ จะทนทานได้นานสักแค่ไหน โดยเฉพาะกับความกดดัน
เขาย้ำว่าหากรับมือไม่ไหวคงตัดสินใจถอยแล้ว ประสบการณ์ลักษณะนี้ใช่ว่าไม่เคยเจอมาเลย ก่อนหน้า 2-3 ครั้งก็สั่นคลอน แต่ก็ยังฝ่าวิกฤตมาได้ ต่อให้เที่ยวนี้ดูสาหัสสุดก็ตาม
นักข่าวรายงานว่าน้ำเสียงของ โซลชา ดูปกติดี ไม่มีสัญญาณแสดงถึงความหวาดกลัวหรือประหม่า ส่วนภาษากายก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ยิ้มน้อยลง ไม่ว่าอย่างไรมันก็ต้องตึงเครียดอยู่แล้ว
ไม่มีใครรู้ว่าลึกลงไปเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ มีความเชื่อมั่นมากแค่ไหน ตามที่บอกไว้นี่คือช่วงเวลาที่หนักหนาสุดแล้วในอาชีพกุนซือ
แมนฯยูไนเต็ดจะต้องทำทุกอย่างเพื่อบุกไปชนะสเปอร์สสถานเดียว แทบไม่มีทางเป็นอื่นเลย หากต้องการการันตีได้อยู่ในตำแหน่งต่อ
จากนั้นค่อยมาว่ากันอีก 2 เกมที่ถูกขีดเส้นไว้ เยือนอตาลันต้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกและแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ต้อนรับซิตี้ในช่วงสุดสัปดาห์หน้า
มีการทำนายอนาคตกันมากมาย หลายคนบอกว่ายากเหลือเกินที่จะผ่านได้สำเร็จ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ โซลชา เท่านั้น แต่ยังมีตัวแปรอื่นโดยเฉพาะผู้เล่นด้วย
หากประเมินจากเกมโดนลิเวอร์พูลปูพรม เราพูดได้เลยว่านักเตะไม่น้อยไร้ใจ ไม่สู้แล้ว สารภาพตั้งแต่ชั่วโมงแรก รอเวลานกหวีดสุดท้ายดังเท่านั้น
อย่างไรก็ตามแข้งแกนหลักอย่าง ลุค ชอว์ เป็นคนแรกที่ให้สัมภาษณ์สนับสนุนเจ้านาย พร้อมโทษตัวเองกับเพื่อนๆว่าดีไม่พอ ต้องแก้ไขกันอีกมาก
จากนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นอีกคนชัดเจนมากในเรื่องนี้ ปลุกกระตุ้นสู้เพื่อ โซลชา โยนอาการเฉื่อยชาทิ้งไป แล้วใส่ความกระหายเข้าไปแทน ไม่มีเวลามานั่งฟูมฟายอีกแล้ว
รวมถึง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่เป็นกัปตันทีมเปิดใจผ่านเว็บไซต์สโมสร หวังจะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด อยากให้มองว่าเส้นทางในฤดูกาลยังอีกยาวไกล พรีเมียร์ลีกยังมีความหวังหากเค้นฟอร์มเก่งได้ทันเวลา
ส่วนยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็มีโอกาสสูงจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ เก็บไปแล้ว 6 แต้มจาก 3 เกม เอฟเอคัพก็ยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสิน
ว่าแล้วก็ขอแรงเร้ด อาร์มี่ให้ส่งใจช่วยกันเต็มที่เลย โดยเฉพาะพวกที่จะไปเชียร์ถึงขอบสนาม พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นกองเชียร์ตัวเองอีกต่างหาก
เกมกับเลสเตอร์ก็โชว์ผลงานอันย่ำแย่ จากนั้นกว่าจะเฆี่ยนอตาลันต้าได้ก็ต้องมาฮึดในครึ่งหลัง ก่อนหมดสภาพเมื่อเจอลิเวอร์พูล
มองอย่างนี้แล้ว เราพอจะบอกได้หรือเปล่าว่า พวกเขาผิดพลาดกันมาก่อน แต่กลับไม่แก้ไขให้ดีขึ้นเลย จนกระทั่งมาตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอกอย่างที่เห็น
แล้วครั้งนี้จะทำได้จริงหรือ? นี่คือคำถามที่ทุกคนรอคำตอบอยู่
-----------------
สิ่งที่เป็นเหมือนหนามแหลมแทงใจ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องแท็คติก จัดทีมแต่ละครั้งช่างน่ากังขา ไหนจะเรื่องการตัดสินใจที่เป็นจุดอ่อนสุดๆ
กว่าจะเข่นอตาลันต้าลงได้เมื่อกลางสัปดาห์ก่อนก็แทบรากเลือด แทนที่จะปรับขบวนกันใหม่ เห็นแล้วว่าจุดไหนไม่เวิร์คต้องแก้ แต่กลับเพิกเฉยเล่นมันแบบเดิมๆ ผู้เล่นก็ซ้ำซาก
มาถึงเกมบุกสเปอร์ส น่าสนใจตรงที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นหรือตัวนักเตะบางคน ซึ่งถูกพูดถึงในแง่ลบและควรไปนั่งรอโอกาสข้างสนามหรือเปล่า
สื่อที่เกาะติดชนิดแนบชิดอย่างแมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เชื่อว่าในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ โซลชา ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หากยังยึดมั่นตามเดิมที่เคยใช้ แล้วจุดจบเหมือนเคย คราวนี้อาจพังพาบจริงๆ
แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วแพ้ ยังก็ได้เห็นความพยายาม มีมุมมองที่แตกต่างและกล้าตัดสินใจ ไม่เป็นพวกปอดกระเส่าขี้กลัว
เพราะไม่ว่าอย่างไร บรรยากาศในการฝึกซ้อมรวมทั้งที่ห้องแต่งตัว ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว มีแต่ทรุดมากหรือน้อยเท่านั้นเอง
ผู้เล่นอย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ถูกพูดถึงมานานเหลือเกิน แล้วเกมนี้ ปอล ป็อกบา ต้องมารับใช้โทษแบน จึงเป็นโอกาสดีอย่างมากสำหรับการใส่ชื่อไว้เป็นตัวจริง
ไม่ใช่แค่แฟนบอลคลางแคลงใจกัน แต่เพื่อนนักเตะด้วยกันก็สงสัยว่าทำไมบอสถึงไม่ให้โอกาสบางคนที่แสดงให้เห็นถึงความพยายาม พัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อหวังจะได้ลงเล่นบ้าง
เอาจริงๆยากมากที่มีใครจะคาดเดา 11 ผู้เล่นของ โซลชา ได้ถูกหมด มีรายงานแล้วว่าแกนหลักที่ขาดหายไปมีเพียง ป็อกบา รายเดียวที่โดนกัก แข้งที่เหลือสมบูรณ์ ราฟาแอล วาราน ก็น่าจะพร้อมเช่นกัน
กล้าดร็อป เฟร็ด กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือเปล่า , กล้าใช้ เจดอน ซานโช่ ยืนทางขวาไหม , กล้าส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เอดินสัน คาวานี่ ลงเป็นตัวจริงพร้อมกันหรือไม่
เรื่องนี้ล้วนตกอยู่ในโฟกัสทั้งสิ้น เพราะความกล้าและการเปลี่ยนแปลง ดูจะเป็นปมของ โซลชา เรื่อยมาในยุคหลัง
มันอาจเป็นไปได้ว่าประสบการณ์เลวร้ายเมื่อครั้งคุมคาร์ดิฟฟ์ยังคงหลอกหลอนอยู่ ตอนนั้นเปลี่ยนผู้เล่นตลอด โรเตชั่นมั่วไปหมด จนตกชั้นและอีกไม่นานก็ต้องสังเวยโดนปลด
หากคุณอยากเห็นผลลัพธ์ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง นั่นหมายถึงว่าคุณเองจะเป็นผู้แพ้
เชื่อกันหรือเปล่าว่า โซลชา จะเปลี่ยนจริง?
-----------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment