breadcrumb symbol ข่าว

[ U-Turn เลือดพล่าน ]

อัพเดตเมื่อ : November 02, 2021 12:53am โดย : admin

หากไม่มีเหตุผิดพลาดคลาดเคลื่อน อันโตนิโอ คอนเต้ น่าจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
หลังบอร์ดบริหารของสโมสรประชุมเร่งด่วนวาระพิเศษเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนจะได้บทสรุปว่าควรเปลี่ยนแปลง ช่วงสายๆวันจันทร์ก็ประกาศทันทีปลด นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้
อย่างนี้แหล่ะที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า sack in the morning โดนเด้งตอนเช้าของจริง คือผลงานบ่ายวันนั้นห่วย แล้วรุ่งขึ้นถัดไปหรือวันมะรืน คอจะพาดเขียงเตรียมโดนสับสังหารได้เลย
นูโน่ เพิ่งคุมทัพไก่เดือยทองลงโม่แข้งได้แค่ 17 เกมทุกรายการเท่านั้นเอง ผลงานแกว่งไปมาเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา ยากนักที่จะคาดเดาได้
อาจจะเริ่มต้นด้วยความมั่นคง ดูน่าไว้เนื้อเชื่อใจ ในลีกชนะรวด 3 เกม ไม่เสียประตูเลย ขึ้นไปนั่งยืดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
จากที่ไม่ค่อยชอบนักในตอนแรกยิด อาร์มี่บางคนเริ่มไขว้เขว โอเคสไตล์อาจไม่เร้าใจเท่าไรนัก ไม่ได้เน้นเกมรุก แต่หากชนะอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันก็ลุ้นความสำเร็จ
แมวสีไหนก็ไม่ต่างกัน ขอแค่ให้จับหนูได้ก็เป็นพอ ไม่จำเป็นต้องสนใจวิธีการ แล้วสเปอร์สเองก็รอโทรฟี่มานานนับสิบปีแล้ว ไม่เคยได้สัมผัสเลย เต็มที่แค่เข้าชิงแล้วต้องเป็นฝ่ายอกหัก
แต่ นูโน่ ไม่อาจประคับประคองทีมไปได้ตลอดรอดฝั่ง สักพักแผลก็เริ่มเปิดกว้างมากขึ้น เกินกว่าจะมาอุดเลือดรักษากันไหว สุดท้ายก็หนีชะตากรรมไม่พ้น ทั้งที่ออกตัวด้วยตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคมอีกต่างหาก
อย่างที่เคยบอกเอาไว้ แฟนหมดหมดศรัทธา ยังไม่หนักหนาเท่าลูกทีมไม่เอาแล้ว ความเชื่อมั่นที่เคยมีให้แตกสลายสิ้น สูญเสียการควบคุม ห้องแต่งตัวไม่เสถียรภาพอีกต่อไป
ด้วยความที่มีบุคลิกเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดค่อยจา สีหน้าเรียบเฉย สะกดอารมณ์ความรู้สึกเก่ง ทำให้ดูเข้าถึงยาก ตรงนี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง
นูโน่ ดูมีการรักษาระยะกับลูกทีม มันอาจกระทบต่อเรื่องความเข้าใจ ซึ่งเกิดจากปัญหาสื่อสารด้วย
พอข่าวปลดแพร่กระจายออกไปแล้ว แฟนบอลสเปอร์สต่างยินดีปลาบปลื้มกันถ้วนหน้า หลายคนออกมาแสดงความรู้สึกผ่านโซเชี่ยล ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นเร็วอย่างนี้
เพราะกุนซือคนใหม่ทำงานไปได้แค่ 1 ใน 4 เท่านั้นเอง เส้นทางของฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล บางทีบอร์ดบริหารอาจให้เวลาอีกสักหน่อยค่อยตัดสิน
อย่างไรก็ดี ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์ ไม่รีรอเลยงัดความเด็ดขาดขึ้นมาจัดการทันที ไม่สนใจด้วยว่าปล่อยให้คุมอีก 2 เกม ก็จะเบรกทีมชาติแล้วด้วย
คือกองเชียร์ส่วนใหญ่คาดว่า คงรอดูเกมยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีกกับวิเทสส์และบุกเอฟเวอร์ตันในศึกพรีเมียร์ลีกซะก่อน แล้วจะเป็นช่วงฟีฟ่าเดย์ ซึ่งนี่แหล่ะที่เหมาะมากกับการเปลี่ยนแปลง เพราะมีเวลาให้ทบทวนพิจารณากัน
ทว่าเมื่อมองรอบด้าน ชั่งน้ำหนักหาส่วนดีส่วนเสียแล้ว เลวี่ ไม่ต้องรอให้ถึงตอนนั้น ตัดไฟแต่ต้นลมเลย ในสถานการณ์อย่างนี้ ยิ่งเร็วเท่าไร ก็น่าจะดีกับสโมสรมากเท่านั้น
เปล่าประโยชน์ที่จะปล่อยให้แฟนบอลโห่ไปเรื่อยๆระหว่างเกมหรือตะโกนด่าอย่างหมดความเชื่อมั่น ถ้าคุณคิดไว้แล้วว่าต้องปลดจะไปรออะไรกัน
เคสตรงนี้ต้องบอกว่าแตกต่างจากแมนฯยูไนเต็ดหลังโดนลิเวอร์พูลบุกมายัดเยียดความปราชัยอย่างย่อยยับเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อน
ตอนนั้นมีข่าวว่าผู้บริหารของแมนฯยูไนเต็ด นัดหารือกันอย่างด่วนจี๋เช่นกัน พวกเกลเซอร์ซึ่งอยู่ที่ดูไบ เพื่อเจรจาซื้อทีมคริกเก็ต ต้องประชุมผ่านทางวิดีโอ คอนเฟเรนซ์
หลายคนเชื่อว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงไม่รอด ครั้งนี้มันเจ็บจนเกินกว่าอภัยได้อีกต่อไป ไม่สมควรได้รับโอกาสอีกแล้ว
ปรากฏว่าทุกอย่างเงียบกริบ บทสรุปของการประชุมคือให้ โซลชา ทำงานเช่นเดิม อาจจะวัดอีก 3 นัดจากนี้แล้วค่อยว่าอีกที บอร์ดยังเชื่อมั่นในโปรเจคต์ของกุนซือนอร์วีเจี้ยน ไม่อย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนไปแล้ว
เอ็ด วู้ดเวิร์ดส ซีอีโอเป็นหัวเรือใหญ่ที่ยืนกรานว่าจะไม่ปลด มองว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย
อีกทั้งไม่เคยแม้กระทั่งติดต่อ อันโตนิโอ คอนเต้ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอีกฝ่ายกำลังรอข้อเสนออย่างใจจดใจจ่อ นักข่าวใกล้ชิดบอกในทำนองเดียวกันว่า นี่คืองานที่กุนซืออิตาเลี่ยนต้องการอย่างมาก
แต่เมื่อไม่มีสายเรียกจากแมนเชสเตอร์เข้ามา นั่นทำให้ คอนเต้ พอจะเดาไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น
ยิ่งแมนฯยูไนเต็ดกู้ชื่อด้วยการบุกต้อนสเปอร์ส 3-0 ชนิดข่มกันอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ต้องคิดให้ดีว่าจะเอาอย่างไร
พอใจจะรอต่อไปอย่างไม่มีกำหนดที่แน่ชัดอย่างนั้นหรือ?
ระดับ คอนเต้ ซึ่งฝากฝีมือไว้มากมายกับยูเวนตุส , เชลซีและอินเตอร์ มิลาน ยังไงก็หัวกะไดไม่แห้งอยู่แล้ว
เมื่อทางลอนดอนต่อสายมาอีกครั้ง ทุกอย่างจึงดูราบรื่นง่ายดาย ราวกับว่าเตรียมการไว้ล่วงหน้าไม่มีผิด
------------------
เชื่อกันว่าในที่ประชุมบอร์ดท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ใช้เวลากันนานหลายชั่วโมง กว่าจะมีมติสั่งปลด นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้
เพราะต้องเข้ากระบวนการสรรหาคนจะมาแทนในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเลย ก่อนจะยกให้เป็นหน้าที่ของ ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งมีคอนเน็กชั่นทางฝั่งอิตาลีมาอย่างดี
ที่สำคัญคือ ปาราติชี่ เคยร่วมงานกับ อันโตนิโอ คอนเต้ มาก่อนสมัยอยู่ยูวนตุส จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
สองคนนี้เริ่มงานไล่เลี่ยกัน ปาราติชี่ โยกจากตำแหน่งผู้อำนวยการทั่วไปที่ซามพ์โดเรีย มารับบทบาทใหม่ที่ยูเว่ในปี 2011 จากนั้นอีกเพียงแค่ปีเดียว คอนเต้ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทรนเนอร์
ปาราติชี่ ปราดเปรื่องมากๆในเรื่องจัดการบริหาร เชี่ยวชาญอ่านใจคน รวมทั้งมีจิตวิทยาเป็นเลิศ มีวิชั่นดีเยี่ยมอีกต่างหาก จนมีคนแซวว่าเขาน่าจะเอาดีทางด้านนี้ตั้งแต่หนุ่มๆ มากกว่าจะเลือกเป็นนักเตะอาชีพ
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่าเขามีความรู้เรื่องฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่มาทำงานตรงนี้เพราะเก่งกาจเศรษฐศาสตร์การเงินอย่างเดียว
ในขณะเดียวกัน ปาราติชี่ ก็รู้ดีว่าสิ่งที่ คอนเต้ ต้องการคืออะไร เมื่อเจรจากับทาง ดาเนี่ยล เลวี่ เรียบร้อยก็ค่อยยื่นข้อเสนอไปให้
คาดกันว่าค่าจ้างเกือบ 16 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงเบอร์ต้นๆในพรีเมียร์ลีก เป็นรองเพียงแค่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เท่านั้นเอง รวมถึงงบประมาณสำหรับเสริมทัพก้อนแรกในตลาดมกราคม ก็จะได้รับการตอบสนองเช่นกัน
การเจรจากันคงไม่กินเวลามากนัก เพราะเคยถกมาก่อนแล้วช่วงซัมเมอร์ ก่อนโต๊ะล้ม นี่จึงเป็นการยูเทิร์นเลี้ยวกลับมาอีกครั้ง
หากปิดดีลเรียบร้อย เป้าหมายแรกของ คอนเต้ คือสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเตะ กระตุกมันกลับมาอีกครั้งให้ได้
ด้วยบุคลิกและความสามารถ เขาน่าจะเคลียร์ปัญหาตรงนี้ได้ไม่ยากนัก จากนั้นปรับแท็คติกที่เหมาะสมสำหรับทีม แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์กันว่าเป็นอย่างไร
ถ้ากลับมาอีกครั้ง คอนเต้ จะเขย่าพรีมียร์ลีกเหมือนยุคคุมเชลซีได้หรือไม่?
อีกไม่นานเราคงได้คำตอบกัน
----------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment