breadcrumb symbol ข่าว

[ #เกิดอะไรขึ้นที่คาร์ดิฟฟ์ ? ]

อัพเดตเมื่อ : November 14, 2021 2:52am โดย : admin

ฤดูกาล 2011/12 มัลกี้ แม็คคาย สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการนำคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้หักด่านจนถึงรอบชิงชนะเลิศลีกคัพอย่างน่าทึ่ง ทั้งที่เป็นสโมสรจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ
คู่ต่อกรคือลิเวอร์พูลยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าคาร์ดิฟฟ์เป็นรองหลายทุกกระบวนเพลง แต่พอฟาดฟันกันปรากฎว่าสูสีเหลือเกิน
ทีมรองบ่อนเป็นฝ่ายออกนำก่อนด้วย จากนั้นลิเวอร์พูลเอาคืนได้สำเร็จ 1-1 ตรึงสกอร์นี้ใน 90 นาที ทำให้ต้องยื้อกันด้วยช่วงเวลาพิเศษอีก 30 นาที เดิร์ค เคาท์ ช่วยให้หงส์แดงออกนำ 2-1 ในนาทีที่ 108
เวลางวดเข้าสู่โค้งสุดท้าย คาร์ดิฟฟ์ส่อเค้าว่าต้านทานไม่ไหว แต่แล้ว เบน เทอร์เนอร์ ตีเสมอ 2-2 โดยที่เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น เป็นการต่อลมหายใจที่ทำให้แฟนลิเวอร์พูลใจไม่ดีเลยเมื่อต้องยิงจุดโทษตัดสิน
ในสถานการณ์ดังกล่าวโมเมนตัวต้องเหวี่ยงมายังคาร์ดิฟฟ์อยู่แล้ว ทีมรองทวงคืนในช่วงเหลืออีกไม่กี่นาทีของการต่้อเวลาพิเศษ ฉะนั้นแรงใจลูกฮึดมาอีกเยอะแน่เมื่อต้องตัดสินยิงจุดโทษกัน
แฟนคาร์ดิฟฟ์เองดูมั่นใจมากๆ ทุกอย่างดูยอดเยี่ยมเมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ชาลี อดัม ยิงพลาดในสองคนแรก
แต่แล้วประสบการณ์สู้กับความกดดันคือปัจจัยชรี้ขาดอย่างแท้จริง เมื่อสามผู้เล่นคนสุดท้ายของคาร์ดิฟฟ์ ซัดพลาดกันเรียบ โดยเฉพาะ แอนโทนี่ เจอร์ราร์ด ญาติของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซึ่งถูกจับตามากเป็นพิเศษ
ส่งผลให้ลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์สำเร็จ คว้าชัยดวลเป้า 3-2 ครองแชมป์อย่างระทึก แต่ผู้เล่นคาร์ดิฟฟ์ก็สามารถชนะใจแฟนบอลได้เล่นกัน สู้ยิบตาไม่ยอมแพ้เลย จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
แม็คคาย ได้รับคำชมล้นหลามเช่นเดียวกัน สร้างและปลุกปั้นคาร์ดิฟฟ์จนกลายเป็นทีมชั้นนำเดอะ แชมเปี้ยนชิพ
แล้วฤดูกาล 2012/13 พวกเขาก็ผงาดครองแชมป์ลีก ทะยานขึ้นพรีเมียร์ลีกอย่างสง่างาม ทิ้งห่างฮัลล์ ซิตี้อันดับ 2 ถึง 8 คะแนนเลยทีเดียว เรียกว่าเหนือชั้นมาก
ในขณะเดียวกัน วินเซนต์ ตัน เจ้าของทีมชาวมาเลเซีย ดูปลาบปลื้มไม่น้อยไปกว่าใครทั้งสิ้น ความฝันเป็นจริงแล้วที่ได้ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดและเป้าหมายไม่ได้แค่การเอาตัวรอดเท่านั้น
แต่ต้องจบครึ่งบนของตาราง รวมทั้งมีสไตล์การเล่นที่น่าประทับใจอีกด้วย มันคือภารกิจโหดหินของ แม็คคาย อย่างแท้จริง
ระหว่างฟาดฟันกำลังจะเข้าสู่ครึ่งทางของซีซั่น แต่ผลงานของคาร์ดิฟฟ์ไม่น่าประทับใจเลย วนเวียนอยู่ท้ายตารางส่วนใหญ่ จนกระทั่งพ่ายเซาธ์แฮมป์ตันคาบ้าน 0-3 ฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง
เขาโดนปลดในวันที่ 27 ธันวาคม 2013 หลังจากที่ได้เข้าคุยกับผู้อำนวยการฟุตบอลเรียบร้อย เป็นการฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่อย่างเศร้าเหลือเกิน
ก่อนไล่ แม็คคาย พ้นตำแหน่ง วินเซนต์ ตัน เริ่มเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมบ้างแล้ว
เขาส่ง เมห์เม็ต ดัลมาน หนึ่งในผู้บริหารของทีมบินไปคุยกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่นอร์เวย์ หวังทาบทามมานั่งเก้าอี้กุนซือนำบลูเบิร์ดส์บินสูงอย่างที่ตั้งใจไว้
ตอนนั้นชื่อ โซลชา กำลังมาเลยทีเดียว หลังพาโมลด์ผงาดแชมป์ลีกสูงสุดนอร์เวย์ 2 สมัยติดต่อกัน เริ่มมีบางสโมสรในพรีเมียร์ลีกได้รับความสนใจ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้นทุนของ โซลชา นั้นมีสูงเลยทีเดียว เพราะเคยสร้างผลงานไว้ตอนเป็นนักเตะแมนฯยูไนเต็ด รวมทั้งบทบาทซูเปอร์ฮีโร่ในปี 1999 ยิงประตูชัยล้มบาเยิร์น มิวนิคในนาทีสุดท้าย
ขณะเดียวกันบุคลิกที่ดูดี หน้าตาเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใส ก็ดูเหมือนจะช่วยเพิ่มน้ำหนักความได้เปรียบเข้าไปอีก
2 มกราคม 2014 คาร์ดิฟฟ์ประกาศอย่างเป็นทางการแต่งตั้ง โซลชา เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ท่ามกลางความตื่นเต้นและคาดหวังของแฟนๆ
ตอนนั้นทีมยังไม่ตกอยู่ในโซนแดงแต่อันดับ 16 หมิ่นแหม่ขนาดนั้นมันก็ทำลายความรู้สึกของ วินเซนต์ ตัน ไปมากพอแล้ว
ไม่ช้า โซลชา ก็ได้เรียนรู้ว่าการต่อสู้ในพรีเมียร์ลีกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเดียว เขายังไร้เดียงสาเกินกว่าจะยืนหยัดอยู่ได้ง่ายๆ
เขาคุมทีมคว้าชัยเพียงแค่ 3 เกมจากทั้งหมดในลีกและ 8 เกมที่เสียมากกว่า 3 ประตู เรียกว่าหละหลวมเหลือเกิน แตกต่างไปจากยุค แม็คคาย อย่างเห็นได้ชัด
คาร์ดิฟฟ์ต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่อยากเชื่อ กลับลงไปเล่นเดอะ แชมเปี้ยนชิพภายในฤดูกาลเดียว แต่สำหรับผู้จัดการทีมยังคงเดิม วินเซนต์ ตัน ยังมั่นใจว่าสายตาไม่ผิดพลาด
เจ้าของทีมชาวมาเลเซียเชื่อว่าปัญหามันสั่งสมมาจาก แม็คคาย เป็นกุนซือแล้ว ดังนั้นคงต้องให้เวลา โซลชา ค้นหาทีมของตัวเอง ซึ่งในเวทีเดอะ แชมเปี้ยนชิพน่าจะพิสูจน์ได้
จึงให้งบประมาณเต็มที่ รวมทั้งไฟเขียวสำหรับการเสริมทัพ มีนักเตะใหม่ที่ซื้อขาด เซ็นฟรีและยืมตัวหลั่งไหลมาเป็นแข้งคาร์ดิฟฟ์ถึง 20 รายด้วยกัน
โซลชา ใช้คอนเน็กชั่นกับแมนฯยูไนเต็ดไปดึง เฟเดริโก้ มาเคด้า และยืม ราเวล มอร์ริสัน มาเพิ่มพลังเกมรุก ปลุกความตื่นเต้นให้แฟนๆอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังใช้งบอีก 15 ล้านปอนด์กวาดต้อนผู้เล่นที่ต้องการมาช่วย เป้าหมายไม่มีอะไรมากกว่าการคืนสู่พรีเมียร์ลีกให้เร็วที่สุดภายในซีซั่นเดียว
แม้จะเสียแกนหลักอย่าง แกรี่ เมเดล ไปให้อินเตอร์ มิลาน รวมทั้ง สตีเว่น คัลเกอร์ ซึ่งโยกไปควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส แต่ไม่ได้กระทบอะไรมากนัก ถือว่าขุมกำลังใหม่มีขนาดใหญ่เลยทีเดียว
สื่อเวลายังมองว่ากำลังพลของคาร์ดิฟฟ์แกร่งสุดแล้วในบรรดา 24 ทีมเดอะ แชมเปี้ยนชิพด้วยกัน
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะจับต้นชนปลายไม่ถูก หาแนวทางของตัวเองไม่เจอ จับฉ่ายใส่นั่นโยนนี่จนมั่วไปหมด
แทนที่ต้นซีซั่นจะอยู่ช่วงบนขอตาราง สร้างโอกาสให้มากยิ่งขึ้นสำหรับการเลื่อนชั้น กลายเป็นว่าจมอยู่อันดับ 17 เสียงก่นด่าจากกองเชียร์ดังมากขึ้น หมดความอดทนแล้ว ไม่เห็นวี่แววอะไรเลย
นั่นแหล่ะ วินเซนต์ ตัน จึงล้มเลิกความเชื่อตัวเอง เด้งกุนซือนอร์วีเจี้ยนอย่างไม่มีทางเลือก
ทั้งหมด 30 เกมลงทำหน้าที่ทุกรายในช่วง 8 เดือน ชนะเพียงแค่ 9 เกมเท่านั้นเอง อีกทั้งยังเห็นชัดว่า โซลชา เกิดความสับสนมากๆ เปลี่ยนผู้เล่นแทบไม่ซ้ำกันเลย
นั่นหมายความว่าเขาไม่มีผู้เล่น 11 ตัวจริงหรือแม้กระทั่งใกล้เคียง คอยแต่ทดลองไปเรื่อยๆ ซึ่งมันไม่ควรเป็นอย่างนี้
ระบบการเล่นก็ยังไขว้เขวอีกต่างหาก จากช่วงแรกใช้สูตร 3-5-2 ยึดเซ็นแตอร์แบ็ก 3 คน ซึ่งผลงานน่าพอใจ แทนที่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ดันกลับไปเล่นแบ็กโฟร์อีก แล้วยังสลับตำแหน่งผู้เล่นวุ่นวาย
คนถนัดทางปีกซ้ายย้ายไปปีกขวา ในขณะเดียวกันคนไหนเล่นดีทางซ้ายก็ยังโดนสั่งยืนด้านขวา
ลูกทีมหลายคนมึนมาก ไม่เข้าใจเจ้านายตัวเองต้องการอะไรกันแน่ กระทั่งต้องถึงเวลาแยกจากกันนั่นแหล่ะ
เมื่อย้อนอดีตสมัยคุมคาร์ดิฟฟ์ แล้วนำมาเทียบเคียงปัจจุบัน เราจะเห็นภาพความใกล้เคียงบางอย่าง
เพราะกับแมนฯยูไนเต็ดที่คุมมาแล้วเกือบ 3 ปี ก็ยังไม่อาจหาทีมของตัวเองได้ รวมทั้งระบบการเล่นด้วย
ไม่ได้เกินเลยไปหรอก หากเราจะบอกว่า โซลชา ไม่ได้มีคุณสมบัติมากพอสำหรับการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก
เพียงแต่ว่าเราบอกไม่ได้ว่าเขาจะยังได้รับโอกาสจนถึงเมื่อไรเท่านั้นเอง
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
--------------------------------------------
Facebook Comment