breadcrumb symbol ข่าว

[ #คาร์ริคผู้ถูกมองข้าม ]

อัพเดตเมื่อ : November 23, 2021 3:02am โดย : admin

หลังจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดนเชือดพ้นผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดเรียบร้อย แทบไม่มีใครสนใจเลยว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งมาคุมแทนแบบฉุกเฉินจะเป็นอย่างไรกัน
ส่วนใหญ่โฟกัสไปที่ใครจะมารักษาการณ์จนจบฤดูกาลหรือได้สัญญาถาวรเลยตามที่บอร์ดบริหารวางนโยบายเอาไว้ พร้อมออกแถลงการณ์อย่างชัดเจน
แฟนผีจึงลุ้นกันตัวโก่งจะเป็นใครทั้ง ซีเนดีน ซีดาน , เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ , เบรนแดน ร็อดเจอร์ส , เอริก เทน-ฮาก , โลร็องต์ บล็องก์ , ราล์ฟ รังนิก หรือแม้กระทั่ง สตีฟ บรู๊ซ ยังมามีเอี่ยวด้วยเลย เรียกว่ากระแสแรงจริงๆ
เป็นธรรมดานั่นแหล่ะ เมื่อทีมอย่างแมนฯยูไนเต็ดเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตำแหน่งกุนซือ ต้องเรียกความสนใจได้เสมอ
ช่วงเวลาเดียวกัน คาร์ริค ซึ่งต้องรับงานแบบฉุกละหุกชนิดไม่ทันตั้งตัว แทบไม่มีเวลาหายใจหายคอเลย พอได้รับแจ้งจาก เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารในวันอาทิตย์สายๆ
จากนั้นก็ต้องเรียกประชุมทีมทั้งสต๊าฟฟ์และนักเตะอย่างเร่งด่วนเลย เพราะวันจันทร์ต้องบินไปสเปน เตรียมทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดสำคัญ ห้ามพลาดเด็ดขาด
แม้จะคุ้นเคยกับสโมสรแห่งนี้อย่างดี ย้ายจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์มาตั้งแต่ปี 2006 จากนั้นค้าแข้งลากยาวจนถึงปี 2018 รีไทร์จากนักเตะก็ผันมาเป็นโค้ชเลย เริ่มจากทีมสต๊าฟฟ์ในยุค โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมจนทำหน้าที่ถึงปัจจุบัน
แต่ในสถานการณ์ที่ต้องเจอไม่ง่ายเลยที่จะรับมือไหว เกิดความสงสัยมากมายว่าเขาจะทำได้ดีขนาดไหน? ต่างจาก โซลชา หรือเปล่า? แนวทางจะแบบเดิมหรือไม่? เพราะบุคลิกดูคล้ายกัน เงียบเฉยเกินกว่าจะเหมาะกับตำแหน่งนี้
คาร์ริค ซึ่งเปิดใจเรียบร้อย รวมทั้งเข้าเพรส คอนเฟเรนซ์คุยกับสื่อก่อนทำศึกยูซีแอล ยืนยันว่าไม่ได้สนใจเรื่องจะได้คุมทีมกี่นัด นั่งเก้าอี้กี่วัน อีกทั้งมีวิถีของตนเอง ไม่ต้องไปก็อปปี้ลอกใครทั้งสิ้น
เป้าหมายอยู่ที่การทำอย่างไร เพื่อให้ทีมได้รับผลอย่างที่น่าพอใจกลับออกมาจากบียาร์เรอัล
ต่อให้แฟนบอลกลุ่มใหญ่ ไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไรนัก แต่จากจุดที่ยืนอยู่ ยังไงก็ต้องแบกความกดดันไว้พอสมควร ต้องพยายามประคับประคองผ่านให้สำเร็จ
เท่าที่ผ่านมาในสายตาแฟนบอล คาร์ริค ไม่ได้แตกต่างจาก โซลชา เท่าไรนัก นั่นคือยืนหยัดบนเส้นทางนักเตะอาชีพให้กับทีมอย่างสง่างาม แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นโค้ชแล้ว ยังไม่อาจพิสูจน์ให้ยอมรับ
คือแฟนบอลยอมรับคุณในฐานะนักเตะ แต่ไม่ใช่เลยเมื่อเป็นโค้ช
เกมเจอบียาร์เรอัลก็ใช่ว่าจะช่วยตอกย้ำน้ำหนักอะไรมากมายนัก แต่หากเริ่มต้นได้ดี นั่นหมายความว่าคุณจะกุมความได้เปรียบเอาไว้แล้ว
-------------------
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประทับใจ ไมเคิ่ล คาร์ริค มาพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจยื่นข้อเสนอขอซื้อจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ในซัมเมอร์ 2006
ความจริงยิ่งกว่าก็คือชื่นชอบตั้งแต่เป็นดาวรุ่งของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถูกดันสู่ชุดใหญ่ไม่นาน ฉายแววอย่างน่าพอใจ จนมีการนำไปเปรียบกับตำนานอย่าง เทรเวอร์ บรู๊คกิ้ง
สิ่งที่ เฟอร์กี้ มองเห็นในตัวกองกลางรายนี้คือความเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ ประมาณของจริงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก
การเล่นบอลง่าย ไม่เน้นครองนานคือจุดแข็งที่บอสมองเห็นในตัว ถ้าโดนฝั่งตรงข้ามรุมเข้ามา เขาไม่เคยดื้อดึงจะอวดเก่ง อย่าลืมว่าคุณไม่ใช่ ดีเอโก้ มาราโดน่า หรือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่จะเอาตัวรอดได้ในพื้นที่แคบหรือแบบฉุกเฉิน
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าเพลย์เซฟ ส่งคืนหลังเป็นส่วนใหญ่ เหมือนอย่างที่หลายคนชอบล้อกันว่าเป็นเฮียแปะบ้าง อาแปะบ้าง
หลายครั้งที่เราได้เห็นการสวิตช์บอลเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็วอย่างแม่นยำ ปรับจังหวะจากรับเป็นรุกทันที
คาร์ริค อยู่โยงกับแมนฯยูไนเต็ดถึง 12 ปี คว้าแชมป์หลักๆคือพรีเมียร์ลีก 5 สมัย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับยูฟ่า ยูโรปา ลีกอย่างละหนึ่ง อีกทั้งยังผงาดแข้งยอดเยี่ยมประจำสโมสรในฤดูกาล 2012/13 ด้วย
เวย์น รูนี่ย์ ที่เคยร่วมงานกันหลายปีแสดงความชื่นชมต่อ คาร์ริค อย่างไม่มีอะไรต้องปิดบัง นี่คือหนึ่งในเพื่อนสนิทที่เป็นคนดีมากๆ เป็นสุภาพบุรุษเสมอและความนิ่งเงียบของเขา กลับเป็นอาวุธที่ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องแต่งตัว
ในขณะเดียวกัน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งถือเป็นมิดฟิลด์ดีสุดคนหนึ่งในยุคนี้ของแมนฯยูไนเต็ด เป็นเพลย์เมคเกอร์เต็มไปด้วยบทบาทและความคาดหวัง ก็ปลาบปลื้มมากๆ หลังจากได้ร่วมงานด้วย สัมผัสแบบโดยตรง
หลังย้ายมาไม่นานนัก บรูโน่ ได้เห็นผู้ช่วยรายนี้ในสนามซ้อม วิธีการติวเข้มต่างๆ สะท้อนเลยว่านี่คือมิดฟิลด์หัวกะทิของจริง ได้ความรู้ล้ำค่ามากมายหลายสูตร สามารถนำไปต่อยอดอย่างสบาย
ในอีกด้านดาวเตะโปรตุกีสรู้ดีว่า เฟร็ด เพื่อนร่วมทีม เล่นตำแหน่งเดียวกับ คาร์ริค จึงแนะนำเลยว่าให้พยายามศึกษาเรียนรู้ เก็บเกี่ยววิชามากสุด แล้วจะพัฒนาในทิศทางที่ดีแน่นอน
แน่นอนว่า เฟร็ด อาจทำไม่ได้เหมือนทั้งหมด แต่การมีอาจารย์ชั้นเซียน ก็ย่อมช่วยเหลือได้มากมายเช่นกัน
คาร์ริค อาจจะเงียบขรึม เหมือนมีโลกส่วนตัวสูง สีหน้าที่เรียบเฉยเป็นส่วนมาก คาดเดาลำบากว่ากำลังมีความรู้สึกอย่างไร
แต่บรรดาผู้เล่นในทีมเข้าถึงได้ไม่ยากอะไรเลย ลึกลงไปเขามีมนุษยสัมพันธ์ดียอดเยี่ยม ยินดีให้คำแนะนำทุกอย่าง ขอแค่เปิดปากถามเป็นพอ
เรื่องที่ คาร์ริค ย้ำกับ เฟร็ด เสมอในวันที่เล่นแย่ ฟอร์มไม่เอาไหน โดนสื่อวิจารณ์จัดหนัก อย่าไปกังวลกับเสียงคนอื่นมากเกิน ฟุตบอลคือเกมต้องใช้เวลา ตอนนี้ไม่ดีไม่ได้หมายความว่าจะต้องล้มเหลว
ในฐานะผู้ช่วยของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คาร์ริค เองก็ต้องปะทะกับการแสดงความคิดเห็นในแง่ลบมากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้า ไม่ใช่ว่ากุนซือใหญ่จะรับมาคนเดียว
เงียบเกินไป ไร้การกระตุ้น ไม่มีแพสชั่น ขาดดีเอ็นเอของผู้ชนะ เสียงในทำนองนี้เขาผ่านมาหมดแล้ว แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้สะทกสะท้านเท่าไรนัก
อย่างที่ให้สัมภาษณ์ไว้ล่าสุด ตัวเขาเองอาจมีความคล้ายคลึง โซลชา หลายอย่าง ซึ่งความจริงก็เป็นอย่างนั้น แต่สำหรับรายละเอียดบางเรื่องที่ทุกคนอาจไม่รู้ นั่นคือสิ่งที่จะนำมาเพิ่มเติมเอง
ขณะเดียวกันสิ่งชัดเจนก็คือ เขาไม่ได้ยึดติดเลยว่าจะได้รับตำแหน่งยาวจนจบฤดูกาลอย่างที่หลายคนพูดถึงกัน ขอรับบทแค่ระยะสั้นๆ ทำงานตอบแทนสโมสรและความไว้วางใจเท่านั้นเอง
ไม่มีใครให้คำตอบได้หรอกว่า เกมวันอังคารนี้กับบียาร์เรอัล จะออกมาดีมากน้อยแค่ไหน จนกว่าจะจบ 90 นาที
แต่เกมนี้ไม่ได้มีความสำคัญกับแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งมีส่วนชี้ชะตาเข้ารอบน็อกเอาท์เท่านั้น ยังอาจส่งผลโดยตรงมายัง คาร์ริค อีกด้วย
อย่าเพิ่งมองผ่านคนที่เราคิดว่าจะไม่อาจเดินข้ามภูเขาลูกใหญ่ได้
จนกว่าเราจะได้เห็นเขาเดินแล้วนั่นแหล่ะ
-------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment