breadcrumb symbol ข่าว

[ #จากจอนนี่ถึงรังนิก ]

อัพเดตเมื่อ : December 03, 2021 6:05am โดย : admin

ความคิดเห็นของ แกรม ซูเนสส์ เมื่อสัก 3-4 วันก่อน น่าจะสร้างอารมร์ขุ่นเคืองให้แฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดไม่น้อยเลยทีเดียว
ในขณะที่กูรูส่วนมากชื่นชมกับการแต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิก มาเป็นผู้จัดการทีมรักษาการณ์จนจบซีซั่นแต่ ซูเนสส์ กลับเป็นไม่กี่คนที่เห็นต่างออกไป รวมทั้งบอกเหตุผลอย่างชัดเจน ไม่ต้องมีกั๊กอีกด้วย
ประเด็นอยู่ที่ รังนิก สวมบทบาทกุนซือแค่ 6 เดือน จากนั้นจะถอยลงมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งคาดกันว่าคงทำหน้าที่คล้ายผู้อำนวยการกีฬา ดูแลและพัฒนาผู้เล่นโดยตรง เป็นการสนับสนุนผู้จัดการทีมอย่างเต็มที่
ในมุมมองของ ซูเนสส์ เชื่อว่าแมนฯยูไนเต็ดไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองกันขนาดนี้ ควรจะแต่งตั้งใครสักคนที่เหมาะสมไปเลย แม้ตัวเลือกที่ว่าจะน้อยนิดก็ตาม
"ผมว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับแมนฯยูไนเต็ดในเวลานี้เลย พวกเขาต้องการใครสักคนที่สร้างพลังให้กับทีม ต้องการคนที่เค้นศักยภาพนักเตะที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด"
"คนเห็นก็รู้ว่าเวลานี้ผู้เล่นยูไนเต็ดไม่น้อยผลงานแย่มาก แล้วผู้จัดการทีมคนนี้ไม่มีประสบการณ์ทำงานในอังกฤษมาก่อนเลย เขามีความสามารถแค่ไหน ผมไม่รู้ แต่ไม่เห็นต้องทำอย่างนี้เลย"
"ถ้าคุณกำลังมีโปรเจคต์วางแผนโครงสร้างระยะยาว 5-10 ปี มันก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่นี่ต้องไม่ลืมว่าแค่ 6 เดือนเท่านั้นเอง"
"เสร็จแล้วก็ขึ้นไปกินตำแหน่งที่ปรึกษา มันคืองานทำให้เขาได้เงินบำนาญมหาศาลเลย เขาอายุ 63 แล้ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแมนฯยูไนเต็ดต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย"
หากเราตัดความเป็นลิเวอร์พูลของเขา ในฐานะคู่แข่งขั้วตรงข้าม ซึ่งเคยเป็นทั้งนักเตะและผู้จัดการทีมออกไปก่อน พอจะคล้อยตามในเหตุผลดังกล่าวว่าพอมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ
ซูเนสส์ ไม่เข้าใจทำไมต้องเสียเวลาโดยไม่จำเป็น เช่นเดียวกับเสียเงินก้อนใหญ่ในการว่าจ้างอีก ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติของแมนฯยูไนเต็ดในยุคนี้ไปแล้ว
อีกทั้งเขาเองก็น่าจะพอเข้าใจเงื่อนไขเรื่องการเฟ้นหาผู้จัดการทีมที่เหมาะสม จากสถานการณ์ปัจจุบัน คงต้องใช้เวลาพักใหญ่ รวมทั้งทุ่มพลังภายใน ภายนอก เงินตรามหาศาล
ทว่าหากทีมอย่างแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งมีปัจจัยความเพียบพร้อมแทบทุกอย่าง เดินหน้าชนไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โอกาสจะได้กุนซือที่เหมาะสมจริง ก็พอจะเป็นไปได้
คือแฟนบอลส่วนใหญ่มองว่ามันยากมากที่จะไปโน้มน้าว ซีเนดีน ซีดาน ที่กำลังว่างงาน แต่ไม่เปิดใจให้สักนิดเดียว
แล้วก็คงยากจะไปตอแยทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง , เลสเตอร์หรืออาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อไปดึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ , เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หรือ เอริก เทน-ฮาก เข้ามาในช่วงระหว่างฤดูกาลอย่างนี้
แต่อย่างน้อยที่สุด ซูเนสส์ ก็ต้องหาคนที่ใช่ได้ ยื่นสัญญาเบื้องต้นก่อน 18 เดือน เหมือนตอน โธมัส ทูเคิ่ล มารับงานเชลซีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ความเห็นนี้คล้ายอยากจะชี้ถึงการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพของฝ่ายบริหาร ฟุ่มเฟือยเงินทองไม่พอ ยังคิดว่ามีเวลาเหลือเฟือสำหรับการลองผิดลองถูกจากแผนงานที่คลุมเครือไม่ชัดเจน
มันน่าคิดตรงที่ รังนิก จะมาคุมทีมแค่ 6 เดือน ซึ่งจากสภาพอันสะบักสะบอมของแมนฯยูไนเต็ด ยากมากๆสำหรับการกอบกู้กลับคืนความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เวลาแค่นี้มันน้อยเกินไป
รากฐานจากการปูทางไว้ของเขายังไม่น่าจะแน่นหนาพอ สำหรับยื่นไม้ให้กุนซือคนใหม่มาสานงานต่อ แม้จะเชื่อกันว่า รังนิก มีส่วนพิจารณาเลือกสรรด้วยตัวเอง เพื่อประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องราบรื่นก็ตาม
ไม่ใช่แค่นั้นยังตั้งคำถาม ไปยังบทบาทที่ปรึกษา ซึ่งจะตามมาเมื่อซีซั่นปิดฉาก หากเทียบกับค่าจ้างในเรตสูงลิบ คิดว่าจะคุ้มค่าการลงทุนจริงๆหรือ?
มันไม่มีใครตอบได้ในเวลานี้หรอก จนกว่าจะทำงานและใช้ผลลัพธ์เป็นเครื่องพิสูจน์
แต่ถือว่าความคิดเห็นที่ขัดแย้งของ ซูเนสส์ สร้างความสนใจและแรงกระเพื่อมได้ไม่น้อยเลย
-------------------
ในฐานะนักเตะ แกรม ซูเนสส์ คือหนึ่งในตำนานของลิเวอร์พูล หลังย้ายมาจากมิดเดิ้ลโบรช์ในปี 1978 ก็มีส่วนร่วมกับความสำเร็จอย่างมากมาย
ช่วงเวลา 6 ปีกวาดโทรฟี่และได้เหรียญรางวัลมาคล้องนับไม่ถ้วน ดิวิชั่น 1 เดิมหรือเทียบเท่าพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน 5 สมัยด้วยกัน , ยูโรเปี้ยนคัพหรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 3 ครั้ง เช่นเดียวกับลีกคัพที่ผงาด 3 ปีติดต่อกัน
เขาถูกยกย่องในบทบาทกองกลางที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความมุ่งมั่น เหมือนประเภทบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ในยุคนี้
อย่างไรก็ตาม ซูเนสส์ ให้ความนับถือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ด เคยร่วมงานกันในทีมชาติสก็อตแลนด์มาก่อน โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 1986 ต่างเคารพและมอบความไว้วางใจให้กัน
ซูเนสส์ วิจารณ์แมนฯยูไนเต็ดไว้ในทำนองว่า นับตั้งแต่ เฟอร์กี้ วางมือไปแล้ว ต้องเผชิญปัญหาสารพัด ที่ไม่อาจจัดการบริหารได้ผลตามเป้าหมายเลย
ยิ่งเรื่องนักเตะด้วยแล้ว หลายคนที่ถูกสร้างมาอย่างดีจากอะคาเดมี่ จนเติบใหญ่กลายเป็นกำลังหลัก กลับถูกปล่อยออกไปอย่างไม่ใยดี ทั้งที่ควรจะเก็บเอาไว้ใช้งานในระยะยาว
ว่าแล้วก็ยกตัวอย่าง จอนนี่ อีแวนส์ ซึ่งโดน หลุยส์ ฟานกัล มองข้ามแล้วขายไปยังเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนในปี 2015 ทั้งที่ยังน่ามีประโยชน์ หากเลือกใช้งานให้ถูกต้อง
จากนั้นก็เปรียบเทียบกับผู้เล่นเซ็นเตอร์แบ็กปัจจุบันที่มีอยู่ ซูเนสส์ ฟันธงเปรี้ยงเลยว่า เหนือกว่าทุกคน
นั่นหมายถึง อีแวนส์ เจ๋งกว่าทั้ง ราฟาแอล วาราน , แฮร์รี่ แม็กไกวร์ , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ อีกทั้งมีจุดแข็งที่ความภักดี อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ระดับเยาวชน
สิ่งที่ ซูเนสส์ แสดงความเห็นเพิ่มอีกก็คือ ผู้เล่นหลายต่อหลายคนที่แมนฯยูไนเต็ดซื้อมาในราคาแพงๆภายหลัง ไม่เคยได้ยินใครจะออกมาแสดงความรับผิดชอบเลยสักนิดว่าเลือกมาเอง บอร์ดบริหารอยากได้หรือคือความต้องการของผู้จัดการทีม
มันน่าเศร้ามากๆสำหรับแฟนแมนฯยูไนเต็ด ที่ต้องมาเห็น อีแวนส์ กลายเป็นกระดูกสันหลังให้เลสเตอร์ ซิตี้ สวมบทบาทผู้นำในแนวรับอย่างเต็มตัว โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ถึงขั้นเคยมีข่าวว่าปีศาจแดงอยากดึงกลับมา
ในขณะเดียวกันเลสเตอร์ได้เงินจากแมนฯยูไนเต็ด 80 ล้านปอนด์ เป็นค่าตัวของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยที่การสูญเสียแข้งที่คิดว่าสำคัญมากๆเมื่อปี 2019 แทบไม่ส่งผลอะไรเลยเพราะ อีแวนส์ ทดแทนได้อย่างสบาย
แม้ตอนนี้จะอายุ 33 แล้ว แต่ยังยืนหยัดได้อย่างดี ไม่ใช่แค่ฝีเท้าโอเคช่วยทีมได้เท่านั้น ยังมีภาวะความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
อีแวนส์ อาจไม่ได้เหนือกว่า วาราน ในสายตาของใครหลายคนหรอก แต่สิ่งที่ ซูเนสส์ ต้องการชี้ให้เห็นก็คือการทำงานที่ผิดพลาดซ้ำซากครั้งแล้วครั้งเล่าของผู้บริหารแมนฯยูไนเต็ดนี่แหล่ะ
ก่อนจะมาตั้งคำถามถึงเคส ราล์ฟ รังนิก ว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีได้ขนาดไหนกัน จากเงื่อนไขที่เป็นอยู่
ตามที่บอกไว้ เราคงต้องรอคำตอบกันไปก่อนและถ้าไม่เป็นอย่างที่คาดหวังกัน
มันจะยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวของบอร์ดชุดนี้อย่างสิ้นเชิง
------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment