breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่าปล่อยให้แก่จนดัดยาก ]

อัพเดตเมื่อ : December 06, 2021 3:12am โดย : admin

ราล์ฟ รังนิก ผ่านเกมแรกในบทบาทผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดไปเรียบร้อย ด้วยชัยชนะเหนือคริสตัล พาเลซ พร้อมทั้งเก็บคลีนชีตได้สำเร็จ
นับเป็นการเอาฤกษ์ดีที่เลยทีเดียว หากมองในแง่ได้ 3 คะแนนสำคัญ เพื่อภารกิจไล่ล่าพื้นที่ท็อปโฟร์ แถมด้วยไม่เสียประตูที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 16 เกม
ไม่ผิดเลยว่านี่คือสัญญาณดีสำหรับแฟนบอล ซึ่งตั้งความหวังไว้สูงเลยทีเดียวกับกุนซือคนใหม่ อย่างน้อยคือได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางกระเตื้องขึ้น
อย่างไรก็ตามหากเจาะลึกลงละเอียดแบบรายตัว จะเห็นว่ายังมีจุดต้องปรับจูนแก้ไขกันอีกพอสมควร
เกมรับเหนียวแน่นแข็งแกร่งขึ้นทันตาเห็น มีการจัดระเบียบที่ดี ไม่เลินเล่อหรือประมาทจนพลาดง่ายๆเหมือนอย่างเคยเห็นประจำ
แต่ประสิทธิภาพเกมรุก ดูไม่ค่อยดีอย่างที่ควรจะเป็น โอกาสเข้าทำเยอะก็จริง ทว่าแบบใกล้เคียงจะแจ้งเห็นน้อยมาก จังหวะเผด็จศึกยังขาดๆเกินๆ มักไปตกม้าตายกันเองในกรอบเขตโทษของพาเลซ
ในสายตาสื่อหรือแฟนบอลทั้งหลายมองว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เจดอน ซานโช่ สอบผ่านแบบเฉียดฉิว ยังไม่ดีพอจะเอ่ยปากชม แต่อีกทางก็ไม่ได้แย่เกินไปนัก
ต่างจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่แทบไม่มีบทบาทเพิ่มพลังเกมรุก เสียบอลง่ายๆและยังไม่เปลี่ยนสไตล์การเล่นแบบเดิมๆ
MEN หรือแมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์สื่อท้องถิ่นตัดเกรดให้คะแนนความสามารถของ แรชชี่ แค่ 5 จากเต็ม 10 เท่านั้นเอง ถือว่าน่าผิดหวังอีกตามเคย
ลักษณะที่เห็นไม่ใช่เพิ่งมาเกิดขึ้น แต่เป็นมาสักพักใหญ่แล้ว ไม่มีการปรับปรุงให้ดีไปกว่าเดิม วนเวียนซ้ำซากจนทำแฟนบอลหลายคนชักเอือมระอา
ฤดูกาลนี้เขาเล่นไปแล้วทั้งสิ้น 11 เกม ยิงไป 3 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ไม่สมราคาหรือความคาดหวังเลย
ยิ่งหากเทียบกับซีซั่นก่อน 21 ประตู 15 แอสซิสต์จากทุกรายการ ฟ้องอยู่แล้วว่ามาตรฐานตกลงไป ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บเลย หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดหัวไหล่จนหายขาดแล้ว
ว่ากันตามตรง แรชฟอร์ด เป็นกองหน้าที่มีคุณสมบัติสำคัญเด่นชัดหลายจุด ทั้งรูปร่างสูงใหญ่ ปราดเปรียวมีความว่องไว สปิรนท์ก็รวดเร็ว สามารถคุกคามฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ยาก
สกิลส่วนตัวก็จัดว่าโอเค จังหวะจบสกอร์ไม่ได้เลยร้าย มักทำประตูสำคัญได้ด้วย แต่จนแล้วจนรอดขึ้นไม่ถึงขีดสุดอย่างที่หลายคนอยากเห็น
แรชชี่ สร้างชื่อตั้งแต่อายุ 18 ปี ทำลายสถิติต่างๆมากมาย ไม่ว่าในสีเสื้อแมนฯยูไนเต็ดหรือก้าวกระโดดไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ กลายเป็นหนึ่งในวันเดอร์คิดถูกจับตามากๆ ถูกจับโยงกับสโมสรระดับท็อปของยุโรปเรื่อยมา
ทำนายอนาคตแล้ว น่าจะไปได้สวยบนเส้นทางค้าแข้ง ด้วยวัยเพียงแค่ 18 มีเวลาให้เรียนรู้พัฒนาอีกเยอะเลย ก่อนเบญจเพสคงจะเป็นดาวอีกดวงประดับวงการโลกฟุตบอล
ตัดภาพมาปัจจุบัน แรชชี่ ยังไม่ได้ขยับเดินไปข้างหน้าสักเท่าไรเลย เขาเพิ่งครบ 24 ปีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ในความรู้สึกของใครต่อใครหลายคน ยังเหมือนดาวรุ่งคนหนึ่ง ไม่ได้โตเต็มวัยเลย
เมื่อ 2-3 วันก่อน ปาทริช เอวร่า อดีตแบ็กซ้ายแมนฯไนเต็ด พูดถึงการมาของ ราล์ฟ รังนิก ไว้อย่างน่าสนใจ
เอวร่า เชื่อว่ากุนซือเยอรมันคงจะเข้ามาวางระบบกันใหม่ ส่วนไหนที่ไม่เวิร์คคงต้องรื้อถอนจัดการ โดยเฉพาะทัศนคติของผู้เล่นบางคนควรได้รับการแก้ไขให้ดีกว่าที่เคย
ชัดเจนแล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใจดีเกินกว่าจะละลายพฤติกรรมของผู้เล่นที่ทำผิดแบบเดิมๆ ไม่สามารถปราบได้จริง ปล่อยให้คาราคาซังมานาน เชื่อมั่นในคำปลอบใจพูดจาหวานๆว่าจะได้ผล
ว่าแล้ว เอวร่า ยกตัวอย่าง แรชฟอร์ด ขึ้นมาพร้อมให้ความเห็นว่า รังนิก คงจะปลุกกระตุ้นให้ดีกว่าที่เห็นได้
"ผมอยากเห็น รังนิก ปรับทัศนคตินักเตะแมนฯยูไนเต็ด โดยเฉพาะ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ต้องเน้นกันหน่อย"
พอได้ยิน เอวร่า ว่ามาอย่างนี้ หลายคนพยักหน้าตามเห็นด้วย แรชชี่ อาจมีสถิติยิงประตูไม่ได้เลวร้าย แต่ว่ากันถึงภาพรวมแล้ว มันน่าผิดหวังที่ต้องมาเห็นอะไรเหมือนเดิมสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า
เอาเข้าจริงๆนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เอวร่า จี้มายังกองหน้ารุ่นน้อง ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว หลังแมนฯยูไนเต็ดเปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ก็แสดงความเห็นในทำนองดังกล่าวเอาไว้
ในเกมสำคัญและสถานการณ์คับขัน แรชชี่ ควรเป็นที่พึ่งได้ แต่กลับกลายว่าลงมาเพื่อเป็นภาระมากกว่า
เอวร่า ตั้งข้อสังเกตไว้ ไม่ว่าสื่อหรือแฟนบอล มักจะพุ่งเป้าไปที่ ปอล ป็อกบา ในวันที่เล่นแย่ แต่กลับไม่แคร์ว่า แรชฟอร์ด ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไร
"บอกตามตรง ผมผิดหวังกับผลที่ออกมานะ รวมทั้งฟอร์มการเล่นของนักเตะบางคน น่าแปลกใจผู้คนกลับมุ่งเน้นโจมตีและใช้คำพูดที่รุนแรงกับ ปอล ป็อกบา เพียงคนเดียว"
"ผมไม่เห็นมีใครใช้คำพูดแบบเดียวกันนี้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เลยทั้งที่เกมนี้เขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน"
นั่นหมายความว่า เอวร่า มองเห็นมานานแล้วและไม่ได้เก็บงำเอาไว้ พูดออกสื่อเพื่อให้ได้รับรู้ทั่วกัน แต่ก็นั่นแหล่ะ ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นอย่างที่บอก
ทำให้ แรชชี่ ถูกมองว่าได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง จนเกิดความเคยตัวหรืออีกมุมหนึ่งคือเล่นด้วยความมั่นใจแบบผิดๆเช่นเดิม
----------------------
เกราะที่ช่วยปกป้อง มาร์คัส แรชฟอร์ด จากเสียงวิจารณ์ โดยเฉพาะจากแฟนบอลทีมตัวเองคือ การเป็นเด็กท้องถิ่น เกิดที่แมนเชสเตอร์ เข้าสู่อะคาเดมี่ปีศาจแดงตั้งแต่ 8 ขวบ
แน่นอนว่าเขาจะต้องได้รับการยกย่องในฐานะนักเตะนำความภาคภูมิใจมาให้ ไหนจะติดทีมชาติอังกฤษตั้งแต่น้อยๆ เป็นความหวังใหม่ที่ไม่ใช่แค่ในระดับสโมสร
ขณะเดียวกันสถิติการถล่มประตูก็โอเค ซัลโวได้ต่อเนื่อง แม้จะต้องถ่างออกไปเล่นตัวนอก ไม่ใช่ยืนหน้าเป้าอย่างที่เคยชินเหมือนตอนยังเด็ก
อีกเกราะที่ทำให้ แรชชี่ รอดพ้นอันตรายจากเสียงวิจารณ์เรื่อยมาก็คือการทำประโชชน์เพื่อสังคม ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลืออาหารกลางวันกลุ่มเด็กๆที่ครอบครัวขัดสน ยิ่งในช่วงโควิดระบาดหนักตั้งแต่ต้นปีก่อน
จากที่จะตัดส่วนนั้น บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีต้องเปลี่ยนใจมาสนับสนุนอาหารเช่นเดิม ส่วนหนึ่งมาจากเสียงที่ดังมากๆของ แรชชี่ นี่แหล่ะ
ด้วยความที่ผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน แม่ต้องทำงานหนักเพื่อแลกกับอาหารที่มีคุณภาพให้กับลูก เขาจึงเข้าใจอย่างดี
ไม่ใช่แค่เป็นกระบอกเสียง แต่ยังเจียดรายได้ส่วนหนึ่งเข้าองค์กรการกุศลช่วยเหลืออีกด้วย รวมถึงระดมทุนได้อย่างน่าพอใจ
เขาเพิ่งเข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE จากราชวงศ์อังกฤษ เป็นการเชิดชูเกียรติที่ทำประโยชน์ให้สังคม
ไม่แปลกเลยที่หลายคนจะเกิดความเกรงใจ ไม่อยากวิจารณ์ แรชฟอร์ด หนักๆ ทั้งที่สมควรโดน หรือหากจะพูดขึ้นมาก็ไม่เต็มปากเต็มคำเท่าไรนัก เหมือนติดอะไรบางอย่าง
แต่ความจริงแล้วควรต้องแยกแยะจากกัน ผลงานในสนามก็ส่วนหนึ่ง ผลงานนอกสนามที่เป็นฮีโร่ก็อีกส่วน
อย่างน้อยต้องทำให้ แรชชี่ รู้ตัวเอง คำวิจารณ์เหล่านั้นจะต้องเหมือนกระจกให้เขาส่องเพื่อรู้ถึงความผิดพลาดที่ผ่านมา อีกทั้งปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมด้วย
หากปล่อยไว้นานเข้า จะเหมือนพวกไม้แก่ที่ดัดยากแล้ว ถึงตอนนั้นคำว่าสายเกินไปก็คงไม่ช่วยอะไรเลย
-------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment