breadcrumb symbol ข่าว

[ #ถ้ายอมฉีดตั้งแต่แรก ]

อัพเดตเมื่อ : December 16, 2021 4:22am โดย : admin

ถึงตรงนี้เกมลูกหนังเจอปัญหาเดิมกลับมาเล่นงานจนทำท่าจะอ่วมหนักกันอีกครั้งแล้ว
ฤดูกาลที่แล้วการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 ทำเอาฟุตบอลลีกแต่ละประเทศปั่นป่วนอย่างหนัก กว่าจะกลับมาหวดกันได้อีกครั้ง สูญเสียกันไปไม่ใช่น้อย
หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ยอดผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ โปรแกรมรันตามเดิม แฟนบอลเข้าสนามได้ วัคซีนที่ผลิตออกมาได้ผลอย่างน่าพอใจ ไม่น่าจะมีอุปสรรคขัดขวางอีก
แต่หลังจากนั้นเชื้อกลับมาลามมากขึ้น ประเทศใหญ่ๆในยุโรปทียอดวันละหลายหมื่น ยังดีที่ว่าจำนวนเสียชีวิตไม่มาก จึงไม่น่าวิตกเท่าไร
อย่างไรก็ดีกลายเป็นว่าบรรดานักเตะต่างหากที่เป็นฝ่ายได้รับผลกระทบโดยตรงแทน กลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนถูกตรวจพบเชื้อจำนวนไม่น้อย
ไม่ว่าจะในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ บุนเดสลีกาของเยอรมันและลาลีกาของสเปน ผู้เล่นต่างตบเท้าแยกไปกักตัวมากมาย บางเกมต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน เพราะเหลือแข้งชุดใหญ่ไม่ครบตามจำนวน
แม้จะมีการรณรงค์ให้พวกนักเตะฉีดกันครบโดส เพื่อความปลอดภัยของทุกคน รวมทั้งจะได้ไม่ส่งผลกระทบกับสโมสร ทว่าเป็นแค่การขอความร่วมมือ เรื่องนี้บังคับกันไม่ได้ ไม่มีกฎหมายอะไรทั้งสิ้น
ท่ามกลางผลการวิจัยและความคิดเห็นของแพทย์ทั่วโลกที่แตกต่างกันมากมาย ทำให้ผู้เล่นบางคนเกิดความกังวล ไม่ใช่แค่เอฟเฟคต์จากการฉีดในช่วงแรก ซึ่งอาจมีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย เป็นผื่นคันหรือปวดหัวตามปกติเท่านั้น
แต่เรื่องผลกระทบระยะยาวก็ยังเกิดเครื่องหมายคำถาม ชนิดที่ว่าไม่มีคำตอบที่ชัดแจ้งแทงทะลุ
นักเตะไม่น้อยหวั่นว่าหากวัคซีนเข้าสู่ร่างกายในระยะแรกอาจไม่มีปัญหามากนัก แต่หลังจากนั้นอีก 3-5 ปี มีโอกาสจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ บางข้อมูลยืนยันว่าปอดเองก็ได้รับผลด้วย
สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ อวัยวะทั้งสองสำคัญอย่างยิ่ง หากเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา มันหมายถึงต้องยุติ ทิ้งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทองและความฝัน
นี่เองที่ทำให้หลายคนไม่ยอมฉีด แม้จะถูกอ้อนวอนขอร้องก็ตาม เลือกที่จะใช้วิธีการดูแลและป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด สวมแมสก์เสมอเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ หมั่นล้างมือและชโลมเจลแอลกอฮอล์ประจำ
แต่เมื่อวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องพบปะเจอผู้คนเป็นปกติ โดยเฉพาะยามฝึกซ้อมต้องใกล้ชิด มีการสัมผัสกับผู้อื่น ซึ่งหากคุณยังไม่ได้รับวัคซีน ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นอีก
อย่างเคสของ ปอล ป็อกบา ที่ตรวจพบเชื้อเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ยอมรับเลยว่าต้องต่อสู้อย่างหนัก ใช้เวลาไม่น้อยสำหรับการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเหมือนเดิม
อาจไม่ส่งผลต่อการเสียชีวิต แต่เมื่อเชื้อลงปอดไปแล้ว ต่อให้เป็นนักกีฬาแข็งแรงขนาดไหน ก็ต้องมีทรุดอย่างไม่ต้องสงสัย
มันทำให้ฟอร์มของเขาดร็อปลงไปด้วย เมื่อร่างกายไม่เหมือนอย่างที่เคย เหนื่อยง่ายและการหายใจติดขัด
การฉีดวัคซีนอาจเสี่ยง แต่สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว ยอมเสี่ยงดีกว่าก่อนที่จะมีอาการป่วยเกิดขึ้น
เข้าข่ายอนาคตยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันสำคัญสุด คุณต้องยืนหยัดในวันนี้ให้ได้ก่อน
---------------
โจชัว คิมมิช คีย์แมนของบาเยิรน์ มิวนิค ถูกตรวจพบเชื้อโควิดช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทุกคนในสโมสรรู้ดีว่า คิมมิช คือนักเตะไม่กี่คนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน แล้วพอสัมผัสกับครอบครัวที่ได้รับเชื้อจึงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงถูกส่งตัวไปตรวจ PCR อย่างละเอียด ผลปรากฏว่าเป็นบวก ดังนั้นจึงต้องแยกไปกักตัวอย่างน้อย 14 วัน
ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เทรนเนอร์ของบาเยิร์นได้แจ้งกับทางนักเตะไว้แล้ว โดยขอความร่วมมือให้ทุกคนรับวัคซีน เพื่อความปลอดภัยและสบายใจของทุกฝ่าย จะได้เดินหน้ากันไปอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีคงบังคับกันไม่ได้หรอก แต่มีข้อแม้ว่าใครก็ตามที่ไม่ยอมฉีด แล้วติดโควิดขึ้นมาจริง ช่วงที่ต้องกักตัว 2 สัปดาห์ สโมสรจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างให้ เพราะถือว่าสโมสรแบกภาระเยอะแล้ว นักเตะเองก็ควรมีส่วนช่วยเหลือกันด้วย
เดิมที คิมมิช จะสูญเงินราว 100,000 ยูโร จากการหายหน้าไปกักตัวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตามกำหนด โดยเงินจำนวนที่หักไปนั้นสโมสรไม่ได้จ่ายเต็มตามปกติ คิดเป็นเปอร์เซนต์จากค่าจ้างอย่างที่ได้แจ้งไว้แล้ว
นอกจาก คิมมิช แล้วยังมี แซร์จ นาบรี้ กับ จามาล มูเซียล่า ที่ไม่ยอมฉีดมาก่อนเช่นกัน ก่อนที่จะต้องยอมในภายหลังโดย นาบรี้ ฉีดครบสองเข็มเรียบร้อย
ทางบาเยิร์นต้องออกมาตรการเช่นนี้ เพราะช่วงโควิดระบาดหนัก เกมต้องหยุดเตะชั่วคราว ห้ามแฟนบอลเข้าสนาม ธุรกิจสเตเดี้ยมหยุดชะงัก ส่งผลให้รายได้หายไปมากกว่า 100 ล้านยูโร
แล้วรายจ่ายส่วนที่เป็นค่าจ้างของนักเตะคือภาระหนักอึ้งที่สุดแล้ว ซูเปอร์สตาร์หลายคนฟันมากกว่า 20 ล้านยูโรต่อปี จึงสมควรจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ หากใครที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน
กักตัวเรียบร้อยแล้ว คิมมิช กลับมายังสโมสรตามปกติ หลังตรวจไม่พบเชื้ออีก แต่สภาพร่างกายแย่มาก เพราะเชื้อลงไปสู่ปอด ทำให้ต้องทำการบำบัดรักษากันต่อ โดยเขาใช้เวลาเบื้องต้นในการกักตัวถึง 1 เดือนเต็มๆด้วยกัน
เขาอาจไม่ได้มีอาการรุนแรง ตามประสานักกีฬาอาชีพที่ร่างกายแกร่งกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าคอร์สฝึกซ้อมได้ตามปกติเลย
ทีมแพทย์ของบาเยิร์นต้องสแกนปอดและระบบการทำงานภายในของ คิมมิช กันอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวนักเตะจะรู้สึกผิดบาปอย่างมาก เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเจนต่อไป แต่ดูเหมือนทำตัวไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก จนทำให้หลายฝ่ายต้องวุ่นวายกันหมด
คิมมิช ได้โพสต์ทางอินสตาแกรมของตน ยืนยันว่าจะไม่ได้ลงเล่นอีกแล้วในปีนี้ ต้องรอหลังจากเบรกพักหนีหนาว 3 สัปดาห์ แล้วมาเริ่มในครึ่งฤดูกาลหลัง จากนั้นค่อยมาว่ากัน
ล่าสุดเขายอมรับว่าสถานการณ์คงไม่เลวร้ายอย่างที่เห็น หากตัดสินใจฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับสายตาและการวิจารณ์ในเชิงตำหนิอีกด้วย
แม้เขาจะไม่ได้มีความผิดโดยตรง อีกทั้งเหตุผลของการปฏิเสธฉีดวัคซีนในตอนแรกมาจากความกลัวขึ้นสมอง แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องตกอยู่ในฐานะคล้ายจำเลยอยู่ดี แต่ไม่ต้องขึ้นศาลตัดสินเท่านั้น
คิมมิช ยอมรับเองเลยว่า จนกว่าจะเจอด้วยตัวเองเสียก่อน ถึงจะเข้าใจว่าหนักหนาแค่ไหนและการตัดสินใจฉีดวัคซีนตั้งแต่แรก ย่อมเป็นทางเลือกดีที่สุด
ขณะเดียวกันก็ยอมรับอย่างไร้เงื่อนไขกับค่าจ้างบางส่วนที่ต้องโดนหั่นไป นั่นคือสิ่งที่คุยและทำความเข้าใจกันมาก่อนแล้ว
สำหรับนักเตะอาชีพ อีกทั้งมีความสำคัญอย่างมากกับสโมสร การต้องมานั่งดูเพื่อนร่วมทีมลงเล่น มันไม่มีความสุขหรอก
แน่นอนว่าเมื่อหายดีแล้วและถึงเวลาฉีดวัคซีนได้ เขาจะไม่ลังเลอย่างเด็ดขาด อีกทั้งอยากจะให้นักเตะอีกหลายคนที่ไม่กล้าฉีดดูไว้เป็นตัวอย่าง
สิ่งที่น่ากลัวกว่าวัคซีน คือการไม่ฉีดวัคซีนนั่นแหล่ะ
ถ้าไม่ฉีดแล้วติดเชื้อขึ้นมา บางทีคุณอาจไม่โชคดีอย่าง คิมมิช ก็เป็นได้
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment