breadcrumb symbol ข่าว

[ #ทำไมเลือกเรือใบแชมป์ ]

อัพเดตเมื่อ : December 20, 2021 3:00am โดย : admin

หลังเกิดสะดุดพ่ายคริสตัล พาเลซเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แมนฯซิตี้ก็เข้าเกียร์ห้า เหยียบคันเร่งแบบเต็มสูบ คว้าชัยในพรีเมียร์ลีก 8 นัดติดต่อกัน กวาดเรียบ 24 คะแนน
มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซิตี้ก็โชว์ให้เห็นประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมบ่อยๆ ชนะติดต่อกันยาวนาน สะท้อนถึงมาตรฐานอย่างแท้จริง
ต้องให้เครดิต เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับทีมงานที่สร้างทีมแข็งแกร่งขนาดนี้ แม้ในอีกด้านจะโดนวิจารณ์เรื่องทุ่มเงินซื้อผู้ชั้นนำค่าตัวแพงๆมามากมายก็ตาม
ต่อให้คุณมีเงินชอปนักเตะกระจาย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำทีมประสบความสำเร็จเสมอไป หลายครั้งหลายเคสที่เราเห็นว่าพวกเจ้าบุญทุ่มล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ก่อนบุกไปปูพรมถล่มนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-0 เมื่อวันอาทิตย์ โจ โคล อดีตแข้งตัวรุกของลิเวอร์พูลและเชลซี ฟันธงเปรี้ยงว่าแมนฯซิตี้จะผงาดแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้ แม้จะยังไม่ถึงครึ่งทางดีเลยก็ตาม
"นี่เป็นครั้งแรกที่ผมขอบอกว่าแมนฯซิตี้จะเป็นแชมป์ ก่อนหน้านั้นผมเลือกเชลซี แต่พอมาสถานการณ์ปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่า โธมัส ทูเคิ่ล ทำแต้มหายเยอะมาก ที่สำคัญซิตี้มีประสบการณ์สูงในการขับเคี่ยวลักษณะนี้"
ในขณะที่ เจอร์เมน จีนาส ซึ่งเคยเล่นให้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็มีมุมมองที่คล้ายกัน แมนฯซิตี้มีนักเตะคุณภาพมากมาย ด้านลิเวอร์พูลเองน่าจะไปได้สวยกับถ้วยยุโรปมากกว่า
หากเราย้อนกลับไปยังต้นเดือนตุลาคม บรรดากูรูบิ๊กเนมของสกาย สปอร์ตส์อย่าง รอย คีน , ริโอ เฟอร์ดินานด์ หรือ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ต่างก็จิ้มแมนฯซิตี้อย่างพร้อมเพรียง
เดิมที ริโอ ดูมั่นใจในศักยภาพของเชลซี เชื่อว่าหลังสอยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองเรียบร้อย ลำดับต่อไปคือพรีเมียร์ลีกนี่แหล่ะ น่าจะถึงเวลาได้ฉลองอย่างเต็มที่แล้ว
แต่พอมาเห็นบอลของซิตี้ที่แรงดีไม่มีตก แถมเวลาเจอทีมใหญ่ด้วยกัน ยังทำผลงานได้น่าพอใจ เลยเปลี่ยนมาเลือกดีกว่า
ส่วนอีกสองคนชี้ให้เห็นว่าทีมของ เป๊ป แกร่งทั่วแผ่นเหลือเกิน นอกจากจะคว้าชัยเหนือทีมอื่นแบบง่ายดายอยู่บ่อยๆ ยังมีคุณสมบัติเป็นทีมที่ยากจะเอาชนะอีกต่างหาก
พวกเขามีผู้เล่นที่สามารถแบกรับความกดดันได้อย่างดี บางครั้งช่วงท้ายเกมต้องการประตูสำคัญ ก็มักทำได้เสมอ นี่แหล่ะคือสิ่งที่ทีมไหนก็ตามจะประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีติดตัวเอาไว้
แล้วที่ต้องยอมรับก็คือ เป๊ป มีการเตรียมพร้อม ต่อปัจจัยและตัวแปรต่างๆจากสภาพแวดล้อมอย่างดีเยี่ยม ทำการบ้านครบถ้วนแทบไม่มีขาดตกกันเลย
อย่างเช่นการฉีดวัคซีนของนักเตะในทีม เขาจะกำชับให้ทุกคนได้รับเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เพราะหากใครก็ตามที่ต้องตรวจเจอ ผลเสียจะตกมาถึงสโมสรด้วย
ไม่ใช่แค่นักเตะติดคนเดียว แต่ยังอาจแพร่ไปให้เพื่อนร่วมทีมอีกมากมาย จากการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ลองนึกดูแล้วกันเมื่อต้องไปกักตัวกัน เสียทั้งเวลาและสุขภาพ ส่วนทีมก็เสียหายหนักจริง
เป๊ป จึงขอความร่วมมือและอธิบายให้ทุกคนรับรู้ มองเห็นภาพชัดเจน หากไม่ยอมฉีดวัคซีนกัน
เพราะโควิด-19 กำลังทำให้ชีวิตของใครต่อใครมากมายเปลี่ยนไป ฉะนั้นไม่ใช่แค่ความพยายามปรับตัวอย่างเดียว แต่ต้องหาวิธีป้องกันให้ดีที่สุดด้วย
ในขณะที่เชลซีเองก็เจอทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บผู้เล่นโจมตีและบางคนติดเชื้อ จนส่งผลลงเล่นแต่ละนัดด้วยสภาพสะบักสะบอมเหลือเกิน แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นเลย
6 นัดหลังสุดชนะแค่ 2 เกมเท่านั้น จนทำแต้มหล่นอย่างต่อเนื่อง โอกาสจะเบียดลุ้นแชมป์กับแมนฯซิตี้และลิเวอร์พูล เริ่มเลือนรางกว่าเดิม
เมื่อเหลือบดูตารางคะแนน พร้อมประเมินจากสถานการณ์ ภาพรวมต่างๆแล้ว กูรูบางคนบอกว่าบางทีอาจเหลือม้าแค่สองตัวในการลุ้นแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
---------------
จุดแข็งของแมนฯซิตี้ที่เราเห็นกันชัดๆก็คือ คุณภาพของผู้เล่นส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับสูง แถมมีขนาดทีมโอเค นั่นส่งให้ขุมกำลังแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ดังนั้นนักเตะจึงสามารถทดแทนกันได้ หากขาดคีย์แมนสักคน ก็ไม่ได้กระทบเท่าไร ในเมื่อมีคนพร้อมลงเล่น ชนิดที่แทบไม่ได้แตกต่างกันเลย
อีกสิ่งที่สำคัญและดูเหมือนว่าส่งให้แมนฯซิตี้กุมความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เห็นจะเป็นเรื่องผู้เล่นที่ทำท่าฟอร์มจะดร็อป ล้มแล้วลุกขึ้นมาลำบาก แต่สุดท้ายกลับมาเรียกผลงานเปรี้ยงปร้างได้
อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซึ่งมีข่าวต่อเนื่องว่าอาจโดนปล่อยในซัมเมอร์หน้า จากสาเหตุแผ่วลงอย่างน่าใจหาย อีกทั้งตัวนักเตะเองก็เปรยๆเองว่าพร้อมย้าย หากยังต้องคงสถานะสำรองไปเรื่อยๆ
ปรากฏว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หาทางกระตุ้นจน สเตอร์ลิ่ง ค้นหาตัวตนคนเดิมได้อีก 6 นัดหลังที่ลงโม่ในพรีเมียร์ลีก ซัลโวไปถึง 4 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ทวงตำแหน่งตัวหลักคืนได้สำเร็จ
จังหวะเดียวกันนั้นเอง แจ็ค กรีลิช เริ่มดร็อปลงก็ได้ สเตอร์ลิ่ง ก้าวมาสลับอย่างถูกที่ถูกเวลาพอดิบพอดี
นอกจากนี้ช่วงต้นซีซั่น แบร์นาร์โด้ ซิลวา ซึ่งไม่ค่อยได้เล่นอย่างที่ตั้งความหวังไว้ เริ่มงอแงอยากจะย้ายเหมือนกัน เป๊ป ยังยอมรับเองว่าลูกทีมไม่ค่อยมีความสุข พร้อมรับฟังข้อเสนอจากทีมอื่น
ไม่นานนักกลับทวงตัวจริงได้ พร้อมยกระดับการเล่นจนเป็นแกนหลักอีกด้วย มีบทบาทกับเกมรุกสม่ำเสมอ รวมทั้งขยันขันแข็งลงมาช่วยเกมรับไม่ขาดตกบกพร่อง ได้รับคำชมในฐานะแข้งคนสำคัญ
เขาจัดการไปแล้ว 7 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ พร้อมทั้งแบ่งเบาภาระ เควิน เดอ บรอยน์ ที่มักจะเป็นตัวปั้นสร้างสรรค์โอกาสสวยๆส่วนใหญ่
อีกคนที่น่าสนใจคือ กาเบรียล เชซุส ที่ดูเหมือนว่าจะปรับจูนให้เข้ากับระบบของเจ้านาย รวมทั้งทำได้อย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ด้วย
เพราะสูตรการเล่นที่ไม่มีกองหน้าเป้าตายตัว ใช้วิธีการสลับการโจมตีในเขตอันตราย เชซุส จึงไม่จำเป็นต้องเน้นยิงประตูเท่านั้น สามารถหลอกมาเปลี่ยนแอสซิสต์ ทำทางให้เพื่อนร่วมทีมได้
จนถึงตอนนี้เขาทำไปแล้ว 9 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าเยอะมาก พัฒนาอย่างเด่นชัดจากซีซั่นที่แล้ว 42 นัดแค่ 4 แอสซิสต์ในทุกรายการ แตกต่างกันอย่างลิบลับ
หากเทียบกับลิเวอร์พูล ซึ่งเริ่มมีเรื่องโควิดเล่นงาน ขาดผู้เล่นเสาหลักอย่าง เฟอร์กิล ฟานไดค์ และ ฟาบินโญ่ ถือว่าส่งแรงกระแทกเข้าที่กลางลำเข้าอย่างจัง
ต้องยอมรับว่าคุณภาพผู้เล่นตัวจริงกับสำรองหงส์แดง มีช่องว่างความแตกต่างมากกว่าแมนฯซิตี้ ไม่อาจทดแทนกันได้แบบใกล้เคียง ดูแค่เวลาไร้ ฟานไดค์ ก็น่าจะเข้าใจแล้ว
นอกจากนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะต้องเตรียมหาทางออกให้ดีสุด หากว่าแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์หวดกันตามโปรแกรมที่วางเอาไว้ จะต้องเสียทั้ง โม ซาลาห์ , ซาดิโอ มาเน่ และ นาบี เกอิต้า กลับไปรับใช้บ้านเกิดช่วงต้นเดือนมกราคม
ส่วนแมนฯซิตี้จะต้องปล่อย ริยาด มาห์เรซ ไปให้แอลจีเรียใช้งาน ซึ่งกระทบน้อยกว่า เมื่อพวกเขามีตัวรุกดีๆในทีมเยอะ แทนก็ได้แบบไม่เห็นความแตกต่างอย่างที่บอกไว้
นั่นคือปัญหาใหญ่ที่ คล็อปป์ ต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด ไม่ว่าอย่างไรก็เสียเปรียบเรือใบสีฟ้าอยู่ดี
จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจว่าบรรดากูรูทั้งหลายถึงเลือกแมนฯซิตี้ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จ
แม้จะเพิ่งผ่านมาแค่ครึ่งทางเท่านั้นก็ตาม
-----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment