breadcrumb symbol ข่าว

[ #ล้างบางแบบเฟอร์กี้ ]

อัพเดตเมื่อ : January 08, 2022 2:53am โดย : admin

พฤศจิกายน 1986 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เริ่มงานผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ด โดยมีความท้าทายใหญ่รออยู่เบื้องหน้า
ที่ต้องบอกว่าท้าทายเพราะช่วงดังกล่าวผลงานของปีศาจแดงทรุดหนัก ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย จมอยู่อันดับรองสุดท้ายตารางอย่างไม่คู่ควรกับการเป็นสโมสรใหญ่ของอังกฤษเลยสักนิดเดียว
ภารกิจของ เฟอร์กี้ ที่รู้กันก็คือต้องดึงให้กลับมายังจุดที่เหมาะสม แต่สิ่งที่ต้องเริ่มทำก็คือจัดการปัญหาภายในที่สั่งสมมานานให้เรียบร้อย
ยุคของ รอน แอ็ตกินสัน เป็นกุนซือไม่ได้แย่เท่าไรนัก อย่างน้อยมีแชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัยมาประดับบารมี โทรฟี่ได้เข้าไปอยู่ในตู้โชว์ ทว่านานวันเข้าวัฒนธรรมการดื่มดูจะลามหนักไม่หยุดง่ายๆ
หากนักเตะอาชีพยังคงดื่มกันหนักหน่วงอย่างนี้ ที่สำคัญเกิดขึ้นในทีมแมนฯยูไนเต็ด ดังนั้นอย่าหวังเลยว่าจะได้เห็นความสำเร็จในฐานะแชมป์ลีก การต่อสู้ที่เข้มข้นยาวนาน 9 เดือน คุณต้องมีความพร้อมทุกอย่างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
ก่อนตัดสินใจรับงานนี้ เฟอร์กูสัน ได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างว่า แข้งแมนฯยูไนเต็ดดื่มจัดกันขนาดไหน แล้วพอเข้ามายังสโมสรครั้งแรกก็ไม่ได้แปลกใจเลย เมื่อได้เห็นกฎหนึ่งข้อเกี่ยวกับการดื่ม
"ห้ามนักเตะดื่มก่อนเกมมาถึง 2 วัน" เฟอร์กี้ จัดการเปลี่ยนกฎทันที หากอยู่ในฤดูกาลปกติ เกมยังคงแข่งขันเช่นเคย ห้ามทุกคนดื่มอย่างเด็ดขาด หากเป็นหลังจบเกมอนุโลมให้นิดหน่อยได้ 1-2 ไพน์ แก้กระหายผ่อนคลายธรรมดา ไม่ใช่เมามายถึงขั้นขาดสติ
ขณะเดียวกันเขาเจอการท้าทายอีกด้วย เพราะเริ่มงานอย่างเป็นทางการวันพฤหัสบดี แล้ววันเสาร์ต้องมีเกมเยือนอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด
แต่วันพฤหัสฯนั้นเองที่ แอ็ตกินสัน จัดงานงานเลี้ยงอำลาของตน แล้วแน่นอนว่านักเตะหลายคนต้องไปร่วมด้วย เพราะเจ้านายอยู่กับทีมมานาน 5 ปีด้วยกัน ถือว่าไม่ใช่ช่วงเวลาน้อยๆ เป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตา
เฟอร์กี้ ได้ยินแล้วก็รู้สึกแย่ อย่างน้อยน่าจะเข้าใจกันบ้าง ไม่ควรจะมาจัดกันในตอนนี้เลย อย่างน้อยรอให้ผ่านเกมไปก่อน ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
ดังนั้นแมตช์เปิดตัวจึงน่าผิดหวังพ่ายอ็อกซ์ฟอร์ด 0-2 เฟอร์กี้ เห็นชัดเลยว่าผู้เล่นมากมาย ไม่ได้ฝีเท้าห่วยอะไรหรอก แต่สภาพร่างกายไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นตลอด 90 นาทีเท่านั้นเอง
เขาสังเกตไปอีกสักพักว่าบุคลิกแต่ละคนเป็นอย่างไร โดยวัดจากตอนซ้อมเป็นหลัก จากนั้นก็เรียกบางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มมาคุยแบบรายตัว
ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันทีมไม่ใช่เป็นหัวโจกในสนามอย่างเดียว ยังรับบทบาทผู้นำในผับด้วย แต่เวลาซ้อมนั้นจริงจังเสมอ แทบไม่เคยขาดหรือมาสาย เคร่งครัดวินัยอย่างยิ่ง
อีกทั้งเวลาซ้อมก็มุ่งมั่นจริงจังเหลือเกิน ราวกับว่าอยู่ในสังเวียนแข้งจริง รวมถึงผลงานแทบไม่ได้ดร็อปลงเลยมาตรฐานยอดเยี่ยมเรื่อยมา
เข้าบอลแม่นยำ อ่านเกมดี คอนโทรลบอลเยี่ยม ทะลุไปยิงประตูหรือแอสเซิสต์ได้ เช่นเดียวกับวุฒิภาวะเป็นผู้นำอันสูงลิบ พร้อมปกป้องเพื่อนร่วมทีมและสโมสร
ในสายตาของ เฟอร์กี้ แล้วต้องยอมรับว่า ร็อบโบ้ เป็นนักเตะมหัศจรรย์ ต้องเป็นข้อยกเว้น ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้
แต่อีก 2 คนที่เป็นขาประจำเมาหยำเปคือ นอร์แมน ไวท์ไซด์ กับ พอล แม็คกรัธ ซึ่งก็ร่วมแก๊งเดียวกับ ร็อบสัน จำต้องเรียกมาคุยกันหน่อย
จริงๆเมื่อย้อนกลับไปวันแรกที่ เฟอร์กี้ เข้ามาแล้วเรียกประชุมทีม ได้มีการแนะนำตัว บอกกล่าวในบางเรื่องกันบ้าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องตามมา ซึ่งสังเกตจากปฏิกิริยาของผู้เล่นบางคน ดูไม่ค่อยแคร์สักเท่าไรนัก เหมือนอยากจะท้าทายพิสูจน์อะไรบางอย่าง
เฟอร์กี้ ซึ่งผ่านประสบการณ์คุมนักเตะมาไม่น้อย โดยเฉพาะในลีกสก็อตแลนด์ย่อมรู้ดี รวมทั้งเตรียมพร้อมหาทางรับมือ
ไวท์ไซด์ เป็นคนแรกที่ถูกเรียกมาพูดคุยทำความเข้าใจ เฟอร์กี้ ชื่นชอบแข้งรายนี้มากๆ เห็นครั้งที่เดอะ คลิฟฟ์ (สนามซ้อมเก่า) แทบตะลึงในลีลา สกิลอันยอดเยี่ยม ความปราดเปรียว เรียกว่าฟ้าประทานพรสวรรค์มาให้
จึงอธิบายไปว่าหากอยากจะค้าแข้งได้ยาวนาน ต้องงดดื่มบัดนี้เลย ไม่อย่างนั้นจะต้องวนเวียนรักษาอาการบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องรีไทร์ก่อนกำหนด
ตัวรุกเจ้าของฉายา "เจ้าหนูจอมเกเร" ตกปากรับคำบอสคนใหม่ว่าจะพยายามลดการดื่มลง นั่นทำให้ เฟอร์กี้ รู้สึกสบายใจมากขึ้น
จากนั้นเป็นคิวของ แม็คกรัธ ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเก่งกาจสุดคนหนึ่งในยุคนั้นเลย รูปร่างสูงใหญ่ แข็งแกร่ง อ่านเกมขาด เชิงดี สง่างาม เรียกว่าครบเครื่อง
แต่ดีกรีการดื่มอันหนักหน่วงต้องยอมรับเลยว่าน่ากลัวเลยทีเดียว หนักหนากว่า ไวท์ไซด์ ด้วยซ้ำไป
เฟอร์กี้ ยอมรับว่าการเข้าถึงตัวตนของกองหลังคนนี้ มันไม่ง่ายเอาซะเลย นิ่งเงียบมากๆ สีหน้าแววตาเรียบสนิท ยากต่อการเดาว่าคิดอะไรอยู่
แม็คกรัธ พยักหน้าช้าๆ เมื่อได้ยินคำเตือนจากเจ้านาย ดูเหมือนรับฟังด้วยดี แต่เชื่อเถอะว่าเป็นการตัดปัญหาไปก่อนเท่านั้นเอง เฟอร์กี้ ดูออกเลยว่าลูกทีมคนนี้พร้อมพยศ
ไม่นานจากที่ได้คุยกัน แม็คกรัธ นัด ไวท์ไซด์ ไปดื่มกันอย่างหนักเมาไร้สติ ขับรถชนรั้วเกิดอุบัติเหตุ ดีไม่เป็นอันตรายอะไรมาก
ซีซั่นถัดมา เฟอร์กี้ ยอมปล่อย แม็คกรัธ ให้แอสตัน วิลล่าที่ราคา 400,000 ปอนด์ ซึ่งจริงๆน่าสูงกว่านั้น ไม่นาน ไวท์ไซด์ ก็โยกไปเอฟเวอร์ตัน 800,000 ปอนด์
แม้จะรู้ดีว่าเสียสองแข้งมากความสามารถ แต่เมื่อคุยกันแล้ว ไม่อาจทำตามที่ให้คำมั่นไว้ก็ต้องทางใครทางมัน
จากนั้นก็ค่อยกำจัดนักเตะที่ทัศนคติไม่ดี ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องดื่มหนักเท่านั้น แต่ยังมีบางเคสที่ไม่เชื่อฟัง ร่างกายไม่ไหวบาดเจ็บบ่อย รวมถึงไม่มีใจอยากอยู่กับทีมทยอยออกกันไป
กอร์ดอน สตรั๊คคั่น , เจสเปอร์ โอลเซ่น , เควิน มอแรน , เรมี่ โมเสส , อาเธอร์ อัลบิสตัน หรือ บิลลี่ การ์ตัน ต่างย้ายกันอีกไปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
นอกจากซื้อนักเตะใหม่มาทดแทน เฟอร์กี้ ยังดันเด็กจากทีมเยาวชนขึ้นมาเสริมอีกด้วย เพื่อให้เกิดความสมดุล
ปี 1991 เหลือนักเตะเพียงแค่ 3 คน จากวันแรกที่เข้ามาคุมทีมคือ ไบรอัน ร็อบสัน , เคลย์ตัน แบล็คมอร์ และ แกรี่ วอลช์ โดยสองคนหลังเป็นแค่สำรองด้วย
จากนั้นความสำเร็จก็หลั่งไหลมามากมาย เฟอร์กี้ ได้อิสระทำงาน ต่อยอดตามแนวทางของตน
------------------
นักเตะชุดปัจจุบันของแมนฯยูไนเต็ด กำลังถูกมองว่ามีทัศนคติแย่หลายต่อหลายคน จนผลงานย่ำแย่อย่างน่าใจหาย
ราล์ฟ รังนิก ต้องเจอกับการท้าทายของผู้เล่นบางคน การซ้อมที่หนักมากขึ้น วินัยที่ถูกเข้มงวด กฎข้อบังคับต่างๆที่เปลี่ยนไปจากเดิม ล้วนแต่สร้างความไม่พอใจให้
ถ้าจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ใจดีประนีประนอมอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เห็นทีคงจะยาก หากใครไม่เชื่อฟัง ยังทำผิดซ้ำซากไม่ดีขึ้นก็ต้องหวดหนักด้วยไม้เรียวอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เฟอร์กี้ ไม่แคร์เลยว่า นอร์แมน ไวท์ไซด์ หรือ พอล แม็คกรัธ จะเก่งกาจขนาดไหน แต่ถ้าผิดวินัยก็ต้องเขี่ยออกไปซะ
นิ้วไหนร้ายก็ต้องตัดทิ้งอย่าไปเสียดายหรือเกรงใจอะไรทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้นผู้จัดการทีมเองนั่นแหล่ะที่จะต้องออกรับแทน
บางทีถึงเวลาที่ รังนิก ควรต้องกวาดบ้านครั้งใหญ่ จัดระเบียบกันใหม่ได้แล้ว
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment