breadcrumb symbol ข่าว

[ #แย่งกันใหญ่ให้ทีมพัง ]

อัพเดตเมื่อ : January 10, 2022 3:08am โดย : admin

ก่อนแมนฯยูไนเต็ดจะลงทำศึกเอฟเอคัพรอบ 3 กับแอสตัน วิลล่า มีหลายประเด็นที่ถูกโฟกัสอย่างมาก
ผลของเกมดังกล่าวจะก่อให้เกิดการสะท้อนกลับอย่างแน่นอน หากแมนฯยูไนเต็ดคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 4 สำเร็จ บรรยากาศที่มาคุระอุซึ่งถูกประโคมมาอย่างหนักหน่วง คงจะผ่อนคลายลงบ้าง
แต่หากตรงกันข้ามคือตกรอบ มันจะเหมือนราดน้ำมันก๊าดลงบนกองไฟ สถานการณ์จะลุกโชนร้อนแรงกว่าเดิมอีกอย่างไม่ต้องสงสัย ข่าวแง่ลบสารพัดจะถูกขุดมาเล่นมากมาย
เพราะเอฟเอคัพน่าจะเป็นความหวังเดียวของปีศาจแดงในฤดูกาลนี้ ซึ่งพอจะสัมผัสได้จริงๆ ไม่ต้องไปดูยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเลย ด้วยฟอร์มที่เห็นยังห่างไกลกับคำว่าแชมเปี้ยนส์
ปัญหาภายในหลักๆตอนนี้และสื่อนำมาขยายความกันคือเรื่องทัศนคติของผู้เล่นบางคน ขี้เกียจสันหลังยาว ไม่ชอบซ้อมหนัก ตั้งคำถามหรือสงสัยกับทีมงาน ราล์ฟ รังนิก
แทนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่ง อีกทั้งรับค่าจ้างมหาศาลอยู่แล้ว กลับไม่ได้นึกถึงส่วนนี้เลย
แน่นอนเราไม่อาจปักใจเชื่อข่าวในทำนองนั้นไปได้หมดหรอก แต่หากสะท้อนจากผลงานเกมล่าสุด ทำให้ต้องเทน้ำหนักตามสิ่งที่สื่อนำเสนอเลย เล่นกันสะเปะสะปะ ขาดความเป็นทีม ราวกับว่าไม่ได้มีเวลาซ้อมทำความเข้าใจกัน
หรือวัดจาก รังนิก ให้สัมภาษณ์หลังเกมอย่างสงสัย ทำไมลูกทีมถึงไม่เพรสซิ่งกดดันฝ่ายตรงข้ามกันเลย
เมื่อได้ยินคนเป็นผู้จัดการทีมพูดออกมาอย่างนี้ นั่นหมายความว่าต้องกำชับนักเตะไว้แล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนองเลยสักนิดเดียว
ต้นตอมาจากนักเตะบางคนไม่อยากเหนื่อย ทำงานหนักกว่ายุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บางคนอาจไม่มั่นใจแท็คติกใหม่ ซึ่งซับซ้อนสับสนเป็นสิ่งไม่คุ้นเคย
บางส่วนอาจเบื่อหน่ายกับพวกทัศนคติย่ำแย่หรือที่เป็นไวรัส ไม่ช่วยวิ่งกินแรงเพื่อน แล้วอย่างนี้เราจะต้องวิ่งทำไมกันให้หมดแรงคนเดียว
เมื่อผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ 10 คนไม่ร่วมมือกัน ต่างจงใจจะเกี่ยงอีกฝ่าย ผลลัพธ์ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ซึ่งสำหรับสโมสรใหญ่อย่างแมนฯยูไนเต็ดแล้วน่าอับอายเหลือเกิน
เมื่อขาดยูนิตี้ ไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว มันจะนำไปสู่ความแตกแยกขัดแย้งอย่างช่วยไม่ได้เลย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สื่อบางเจ้าอ้างจากแหล่งข่าววงในทำนองว่า ในทีมชุดนี้มีการแบ่งฝ่ายเลือกข้างชัดเจนมากขึ้น
กลุ่มนักเตะอังกฤษที่มี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นหัวเรือใหญ่ แข้งต่างชาติพูดภาษาโปรตุกีสมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นแกนนำ รวมทั้ง ดาบิด เด เคา กับ ฆวน มาต้า 2 แข้งอาวุโสชาวสเปนที่แยกออกมาต่างหาก เช่นเดียวกับ เอดินสัน คาวานี่ ไม่ได้สุงสิงกับใคร
อย่างที่เคยบอกไว้การที่สโมสรสักแห่ง ซึ่งมีนักเตะในทีมชุดใหญ่ไม่น้อยกว่า 25 คน มันเป็นปกติที่จะต้องแบ่งเป็นกลุ่มก้อน สังคมที่ไหนก็ไม่ต่างกันหรอก
แต่เมื่อแมนฯยูไนเต็ดเกิดปัญหาและถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องความเป็นหนึ่งเดียว ขนาดในสนามยังเละเทะหาความเป็นทีมไม่เจอ แล้วข้างนอกล่ะจะแค่ไหนกัน
ไม่นานนักก็มีจุดชนวนอีกด้วยว่า แม็กไกวร์ มีปัญหากับ โรนัลโด้ โดยทั้งสองคนพยายามจะเป็นศูนย์กลางของทีม
แม็กไกวร์ คือกัปตันทีมปัจจุบัน ผู้ครอบครองปลอกแขนอย่างที่รู้กัน ย่อมมีตำแหน่งเป็นผู้นำอย่างชอบธรรม
ทว่าเท่าที่ผ่านมาเขาถูกวิจารณ์ตลอดว่าไม่เหมาะสมเลยสักนิดเดียว นอกจากเพิ่งมาได้แค่ 6 เดือนก็รับตำแหน่งสำคัญแล้ว ยังไร้คุณสมบัติที่ควรมีอีกมากด้วย
ตั้งแต่เรื่องพูดน้อยเกินไป ไม่ค่อยเปิดปากสั่งการกระตุ้นเพื่อนๆ ไหนจะคล้อยตามผู้ตัดสินเสมอ บางจังหวะที่ทีมเสียผลประโยชน์อย่างน่ากังขาแทนที่จะเดินไปถามเพื่อเป็นการกดดัน แทบไม่มีให้เห็นเลย
เวลาที่เกิดปัญหาในสนาม แม็กไกวร์ ควรเป็นคนแรกๆที่ต้องเข้าไปถึงเหตุการณ์ ซึ่งนั่นคือหน้าที่กัปตันทีม แต่ก็ไม่ใช่อีก
รวมถึงการแสดงออกต่างๆเพื่อกระตุ้นปลุกเร้าเพื่อน ก็ว่างเปล่าอีกเช่นเดียวกัน จนบางทีไม่รู้ว่าเขาหรือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กันแน่ที่เป็นผู้นำ
อย่างเดียวที่เหมาะสมคือการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งในยุคของ โซลชา ด้วยแล้ว เจ็บแค่ไหนก็ต้องเข็นลง แต่ผลงานก็ยังขาดมาตรฐาน หลายนัดผิดพลาดอย่างไม่น่าเชื่อ
ในขณะที่ โรนัลโด้ อาจเป็นผู้มาใหม่ แต่อย่าลืมว่าคือหน้าเก่า ย้ายมาในยุคแรกตั้งแต่ปี 2003 อยู่โยงจนถึงปี 2009
สถานะของเขาในสายตาเร้ด อาร์มี่ ยังไม่ใช่แค่นักเตะทั่วไป แต่คือฮีโร่ผู้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรมากมาย ได้รับการยกย่องอย่างล้นหลาม
ตอนรีเทิร์นอีกครั้งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา กระแสตอบรับรุนแรงอย่างมาก เปรียบเหมือนดีลประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยซ้ำ มีการพูดถึงมากมาย แฟนบอลตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าได้โทรฟี่สักใบ
ดังนั้นอาจมาใหม่ก็จริง แต่บารมีเก่าบวกกับปัจจุบันยังไงก็เหนือกว่า แม็กไกวร์
แล้วเกมล่าสุดที่เจอนิวคาสเซิ่ล ปรากฏว่า แม็กไกวร์ บาดเจ็บลงเล่นไม่ไหว ปลอกแขนกัปตันยังกระเด็นไปอยู่บนต้นแขน โรนัลโด้ แซงหน้า ดาบิด เด เคอา ซึ่งได้รับการคาดหมายจะสวมแทน
กระแสข่าวว่า โรนัลโด้ ต้องการครองอำนาจในทีม พร้อมงัดข้อ แม็กไกวร์ จึงดูรุนแรงมากตามลำดับ
ในบรรยากาศทีมเช่นนี้ สื่อมักจะพยายามจุดชนวนอยู่เสมอ อย่างเช่นให้สังเกตความสัมพันธ์ของทั้งคู่ บางที โรนัลโด้ ยิงประตูได้กำลังฉลองกับเพื่อนหลายคน แต่สำหรับ แม็กไกวร์ ไม่ได้กระตือรือร้นเท่าไร
นอกจาก แม็กไกวร์ แล้วยังมีชื่อของ เมสัน กรีนวู้ด และ คาวานี่ เป็นอีกสองรายไม่ค่อยพอใจ โรนัลโด้ สักเท่าไรนัก เพราะกระทบต่อการแย่งตำแหน่ง รวมถึงโอกาสลงเล่นโดยตรง
เอาจริงๆเรื่องชิงความเป็นใหญ่ในทีม เราไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรอก แต่พูดไว้แล้วว่าถ้าผลงานมันดี ประเด็นลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นเป็นอันขาด
แต่ถ้าเรื่องนี้มีมูล ขึ้นอยู่กับ รังนิก จะจัดการแก้อย่างไร เพราะถ้าปล่อยให้เรื้อรังฝังรากยากต่อการกลับมาสามัคคีกันอีก คนที่ลำบากสุดคือผู้จัดการทีมนั่นเอง
ไม่ว่าอย่างไรการใช้วิธีการไม้แข็ง เด็ดขาดไปเลย น่าจะเป็นทางเลือกดีสุดแล้ว มัวแต่ใจดีคงหนีปัญหาไม่พ้น
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยตวาดใส่ แอนดี้ โคล กับ เท็ดดี้ เชอริงแฮม สองกองหน้ายุคเฟื่องฟูในทศรรษ 90 หากยังทะเลาะกันอีก แล้วส่งผลต่อเกมในสนาม จะตะเพิดพ้นทีมทั้งคู่แน่
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทั้งคู่ก็ไม่เคยขัดแย้งกันอีกเลย ความสัมพันธ์นอกสนามอาจมาในรูปแบบต่างคนต่างอยู่ ทว่าในสนามต้องร่วมแรงร่วมใจกันเล่น ไม่อย่างนั้นเจอ เฟอร์กี้ เล่นงาน
ไม่ว่านักเตะสักคนจะใหญ่แค่ไหน มีปลอกแขนกัปตันทีมประดับบารมีหรือไม่ แต่สโมสรก็ต้องใหญ่สุดเสมอ
หากไม่มีใครคิดอย่างนั้น มองตัวเองสำคัญกว่าต้องมาก่อน อย่าหวังเลยว่าจะประสบความสำเร็จได้
และนั่นสะท้อนถึงทัศนคติแย่ๆ ที่ควรแก้ไขด่วน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไวรัสแพร่ระบาดต่อไป
--------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment