breadcrumb symbol ข่าว

[ #ตัวตนที่ไม่เคยเปลี่ยน ]

อัพเดตเมื่อ : January 12, 2022 3:17am โดย : admin

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดดราม่าในกัลโช่ เซเรียอา โรม่าฉีกนำยูเวนตุสไปแบบสบายๆ 3-1 ทำท่าจะเก็บ 3 แต้มไม่ยาก
แต่กลับพลาดไม่น่าเชื่อเสีย 3 ประตูใน 7 นาที โดนแซงหน้าตาเฉย หนักกว่านั้นคือยูเว่เหลือ 10 คนด้วย มาไธจ์ เดอลิกต์ โดนใบเหลืองที่สอง อีกทั้งหมาป่ามาได้จุดโทษกลับยิงไม่เข้าน่าเหลือเชื่อ
ช็อตจุดโทษ ลอเรนโซ่ เปลเลกริรี่ ซัดโครมแรกไปติด วอยเชียค เชสนี่ เซฟได้ก่อนวิ่งไปซ้ำเหน่งๆน่าจะเข้าไม่ยาก ทว่าเสียหลักลื่นอีก
ไม่ได้ 3 แต้ม มีติดกระเป๋าสัก 1 แต้มก็ยังดี นี่กลายเป็นว่าโรม่าจั่วลมอย่างแรง ไม่มีเลยสักคะแนนเดียว
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้เป็นเทรนเนอร์ถึงกับฉุนเฉียวสุดขีด มันไม่ควรเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเลย เข้าใจว่ายูเว่เป็นทีมใหญ่ เต็มไปด้วยแข้งคุณภาพมากมาย แต่บทสรุปไม่ควรจบลงอย่างที่เห็น
หลังเกมจบลงกุนซือโปรตุกีสเลยระบายด้วยการตำหนิผู้เล่นบางคน ทัศนคติเลวร้ายอย่างมาก จนทำให้โรม่าต้องปราชัยแบบสุดช็อก
"นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของผมเลย มันเป็นปัญหาของนักเตะ ผู้เล่นบางคนจิตใจแย่มากๆ"
ฟังดูแล้วเหมือนโยนความผิดให้ลูกทีมไปแบ่งกันซะ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว คนเป็นกุนซือต้องรับผิดชอบมากกว่าใครก็ตาม
ขณะเดียวกันแม้ มูรินโญ่ จะไม่ได้พูดชื่อนักเตะออกสื่อ แต่การให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ อาจทำให้บางคนเสียความรู้สึกเป็นธรรมดา ยอมรับผิดร่วมกัน แบ่งความเจ็บช้ำด้วยกันจะดีกว่า
อย่างไรก็ดีเมื่อเราย้อนดูปูมหลังของ มูรินโญ่ ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดอะไรเลย เขาเคยพูดตำหนินักเตะต่อหน้าสาธารณะชนบ่อยๆ แบบไม่แคร์ด้วยซ้ำ
ต่อให้มีเสียงเตือนหรือคำวิจารณ์ต่างๆ ก็ยังคงปฏิบัติเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้บางเคสจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของตนก็ตาม
เพราะเป็นคนตรงอยู่แล้ว พูดจาตามอารมณ์ความรู้สึก ไม่ต้องปิดบังให้เสียเวลา ใครต่อใครหลายคนจึงไม่ชอบร่วมงานกับ มูรินโญ่ เท่าไรนัก มักจะเกิดปัญหาขัดแย้งอยู่เสมอ
สมัยคุมแมนฯยูไนเต็ดเริ่มแรกถือว่าราบรื่น หลายอย่างกำลังไปได้สวย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับ ปอล ป็อกบา
อย่างที่รู้กันกองกลางฝรั่งเศสเพิ่งย้ายมาจากยูเวนตุสด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก นอกจากเป็นความหวังใหม่แล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจมากๆ ตามสไตล์ของตน
ทีนี้เมื่อมาเจอ มูรินโญ่ ที่นิสัยคล้ายกัน อีกทั้งเติมดีกรีความร้อนแรงเรื่องอารมณ์เข้าไปอีก นานวันเข้าก็แย่ลงตามลำดับ
ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 เจ้านายลูกน้องคู่นี้ไม่พูดไม่จากันอีกเลย ตามด้วย ป็อกบา โดนปลดจากรองกัปตันทีม ทะเลาะกันเห็นๆในระหว่างฝึกซ้อม
แล้ววันหนึ่งในห้องแต่งตัวระเบิดก็ลงตูมใหญ่ มูรินโญ่ บันดาลโทสะใส่แข้งรายนี้ ราวกับว่าความอดทนถึงขีดสุดแล้ว
"คุณจะไม่ได้เล่นอีกต่อไป คุณไม่เคารพเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล คุณทำลายความซื่อสัตย์ของผู้คนรอบข้างคุณ"
"คุณเหมือนคนป่วยเป็นไข้ เป็นไวรัสที่อยู่ในห้องและแพร่ไปให้ยังคนอื่น"
ประโยคนี้หลายคนคงจำได้เป็นอย่างดี เพราะกระจายกลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างหนักมาก โดยเฉพาะในโซเชี่ยลทั้งหลาย
ป็อกบา กลายเป็นส่วนเกินของทีม เกมแดงเดือดซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของ มูรินโญ่ ปรากฏว่าเขาเป็นเพียงแค่สำรองเท่านั้น
เมื่อรู้ว่าเจ้านายซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งโดนเด้งเรียบร้อย ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ป็อกบา โพสต์รูปตัวเองในลักษณะเหมือนกระหยิ่มยิ้มย่อง คงไม่ต้องบอกหรอกว่าต้องการสื่อถึงอะไร
ภายหลังได้ลบภาพนั้นทิ้งไป แม้จะอ้างว่าโพสต์ด้วยเหตุผลเรื่องสปอนเซอร์ก็ตาม
หรือตอนที่หวนมากุมบังเหียนเชลซีรอบสอง ก็เกิดรอยร้าวกับ เอแด็น อาซาร์ ซึ่งเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นๆของทีมเช่นเดียวกัน
ไม่มีใครกังขาเรื่องความสามารถของดาวเตะเบลเจี้ยนแม้แต่น้อย เขามีบทบาทสำคัญอย่างมากในเกมรุก ช่วยให้เชลซีได้ประตูมากมาย ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่สำหรับ มูรินโญ่ แล้วมีกฎเหล็กอยู่หนึ่งข้อ นั่นคือผู้เล่นทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการเล่นเกมรับด้วย
พูดง่ายๆก็คือ ยามที่ทีมเป็นฝ่ายโดนฝั่งตรงข้ามโจมตีหรือเสียการครอบครองบอล ผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ทั้งหลาย ต้องร่วมมือร่วมใจ ทำอย่างไรก็ได้ เอาบอลกลับคืนมา รวมทั้งป้องกันไม่ให้เสียประตู
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ อาซาร์ ถนัดเลยสักนิดเดียว เขาต้องการมีอิสระในเกมรุก ไม่อยากมีเรื่องอื่นมารบกวนจินตนาการของตน
มูรินโญ่ เองก็รู้ดีว่าลูกทีมรายนี้ไม่ชอบที่ถูกเคี่ยวเข็ญ แต่เมื่อเขาเป็นผู้จัดการทีม ก็ไม่ยอมประนีประนอมง่ายๆ ต้องทำตามคำสั่งห้ามขัดอย่างเด็ดขาด
ในเกมไหนที่ อาซาร์ ไม่ค่อยได้ช่วยเล่นเกมรับ แล้วทีมชนะขึ้นมาก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงนัก
กระทั่งเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในรอบตัดเชือกเลกสองกับแอตเลติโก้ มาดริดในฤดูกาล 2013/14 มาถึง ความสัมพันธ์ก็ขาดสะบั้นลง
เลกแรกเชลซีบุกไปยันเสมอ 0-0 ไม่ได้เปรียบอะไรมากมายนัก แต่ตั้งเป้าไว้ว่าในรังน่าเช็กบิลได้ แถมยังเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนอีกต่างหาก กุมความได้เปรียบในมือ
แต่แล้วจังหวะที่โดนโต้ อาซาร์ ไม่ช่วยเล่นเกมรับเลย ปล่อยให้แข้งตราหมีขึ้นมากันง่ายๆทางริมเส้น แล้วก็โดนยิงสามลูกรวด ตกรอบอย่างน่าเจ็บปวด
"เมื่อมีความคิดเห็นมาจากผู้เล่นอย่าง เอแด็น มันคือเรื่องปกติ เพราะเขาไม่ใช่คนประเภทจะเสียสละเพื่อทีม"
"มันธรรมดามากที่คุณจะได้ยินความเห็นเช่นนี้จากเขาหรอก ผู้ซึ่งไม่เคยมองย้อนกลับไปดูทางแบ็กซ้าย ปล่อยไปตามยถากรรม"
พอเข้าปีที่สามของ มูรินโญ่ สถานการณ์ของเชลซีทรุดหนักอย่างไม่น่าเชื่อ คนข้างในรู้ดีว่าเกิดจากก่อหวอดของผู้เล่นบางคนที่ประกาศไม่เอาเจ้านาย
สุดท้าย มูรินโญ่ ก็ต้องเก็บกระเป๋าออกไปจากเชลซีอีกครั้ง
นอกจากนี้ช่วงคุมอินเตอร์ มิลาน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาดีสุดในบทบาทกุนซือ ก็เจอปัญหากับ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า แข้งโปรตุกีสบ้านเดียวกัน เมื่อย้ายจากปอร์โต้มาร่วมทีม
เพราะ กวาเรสม่า เล่นตามอำเภอใจ ไม่ค่อยทำตามที่สั่ง เลยโดนตำหนิออกสื่อ จนต้องเสียใจน้ำตาตกเลยทีเดียว
ภายหลังเขาถูกส่งไปให้เชลซียืมตัว แล้วเปิดใจว่าตอนเล่นให้อินเตอร์ ไม่เคยมีความมั่นใจอะไรเลย แต่พอมาอยู่ที่ลอนดอนกลับมีความสุขมากๆ
แม้จะมีบทเรียนมากมาย แต่เขาไม่ใส่ใจจะสรุปเลย ยังคงยืนหยัดในความเป็นตัวตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย นักเตะคนไหนกล้าหือลองดีขึ้นมา อาจเจอในสิ่งที่คาดไม่ถึงเอาได้
คล้ายตอนที่ มูรินโญ่ เคยพูดถึงตัวเองไว้ตอนแถลงข่าวรับตำแหน่งผู้จัดการทีมเชลซีในปี 2004 ว่าตนเองคือ "Special One" หรือบุคคลพิเศษ ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือนก็ได้
แม้จะดูเป็นคนดื้อด้าน ยึดมั่นในอีโก้ ไม่ยืดหยุ่น ไม่ประนีประนอม แต่ในอีกมุมก็ต้องยอมรับว่า เขายอมแลกกับทุกอย่าง โดยไม่ขอเปลี่ยนแปลงตัวเอง
แล้วนักเตะโรม่าคนไหนจะถูกหวย อีกไม่นานอาจมีคำตอบ
------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment