breadcrumb symbol ข่าว

[ #หลอมจากความโกรธ ]

อัพเดตเมื่อ : March 15, 2022 3:30am โดย : admin

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2003 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายมาแมนฯยูไนเต็ด ถือเป็นดีลเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนบอลเลยจริงๆ
ทีมเสีย เดวิด เบ็คแฮม หนึ่งในแข้งที่ดีสุดเวลานั้นไปให้เรอัล มาดริด ด้วยสาเหตุขัดแย้งกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ในขณะเดียวกันทำ โรนัลดินโญ่ หลุดมืออย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เจรจากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงแทบจะลงตัวแล้ว เหลือเคาะตัวเลขสุดท้าย ซึ่งฝ่ายบริหารต่อรองแบบสุดพลัง ไร้น้ำใจและการให้เกียรติ
ฉะนั้นเปแอสเชเลยตัดสินใจขายให้บาร์เซโลน่า แม้จะได้ค่าตัวน้อยกว่าก็ช่าง เป็นการหักหน้าและสั่งสอนแมนฯยูไนเต็ดไปในตัว
จากที่คาดว่า โรนัลดินโญ่ จะมาแทน เบ็คแฮม เหตุการณ์เลยพลิกผัน ไม่ได้เป็นไปตามแผน จึงต้องมีการปรับขบวนกันใหม่
บังเอิญเหลือเกินช่วงปรีซีซั่น เฟอร์กี้ ซึ่งนำทัพแมนฯยูไนเต็ดไปอุ่นเครื่องที่โปรตุเกส ปะทะสปอร์ติ้ง ลิสบอน ได้เห็นฟอร์มของ โรนัลโด้ แบบเต็มสองตา
ทีแรกได้ยินกิตติศัพท์ของไอ้หนูวัย 18 มาบ้างว่า ฝีเท้าจัดจ้านเจ๋งเกินวัย อีกทั้งได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำในยุโรปมากมาย
คาร์ลอส เคยรอช ผู้ช่วยก็เคยแนะนำไว้ก่อนแล้ว กระทั่งประทับใจเกินกว่าจะเก็บซ่อนความต้องการไว้ได้ เพราะนี่คือปีกที่แทบจะครบเครื่อง เล่นงาน จอห์น โอเช ที่ตามประกบจนหอบแฮกหมดสภาพ
เฟอร์กี้ หวั่นว่าหากชักช้าจะโดนทีมอื่นมาฉวยไป ข้างบนอัฒจันทร์มีกลุ่มแมวมองพอสมควร แอบมานั่งส่องฟอร์มกันอยู่ เลยต้องงัดกำลังภายนอกและภายในมาปิดดีลให้ได้แบบเร่งด่วน
ในวันที่รู้ข่าวว่าได้ไอ้หนูรายนี้มาเสริมทัพ สาวกเร้ด อาร์มี่ส่วนใหญ่เชื่อว่าดึงมาแทน เบ็คแฮม และเป็นการเยียวยาจากเคสปล่อยให้ โรนัลดินโญ่ หลุดมือไปอย่างง่ายดาย
แต่จริงๆแล้ว โรนัลโด้ ไม่ได้เป็นตัวแทนใครเลย ต่อให้คว้า โรนัลดินโญ่ มาสำเร็จ เฟอร์กี้ ก็ยืนยันว่าซื้อมาอยู่ดี นี่คือนักเตะที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก ไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขอะไร ที่จะส่งสัญญาณมาว่าไม่ควรเซ็นสัญญา
อย่างที่บอกไว้ตอนต้น แฟนปีศาจแดงมากมายต่างแปลกใจ เพราะเอาเข้าจริงก็แทบไม่เคยได้ยินชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาก่อนเลย บางคนเปรียบเทียบกับ โรนัลโด้ ของบราซิลแล้วก็เล่นมุกตลกว่า สงสัยคงชื่อแค่เหมือนกันเท่านั้นแหล่ะ
แมนฯยูไนเต็ดยอมจ่าย 12.24 ล้านปอนด์ นับเป็นตัวเลขที่สูงลิบเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แลกกับแข้งที่ยังโนเนมในวัย 18 ปี
เกิดเครื่องหมายคำถามมากมาย โรนัลโด้ จะไปรอดได้สักกี่น้ำกัน รูปร่างก็ผอมเกร็ง ประสบการณ์การเล่นต่างลีกก็ไม่มี ภาษาอังกฤษก็แทบเป็นศูนย์ ต้องมาเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆสารพัด ไม่ใช่แค่ในสนามเท่านั้น
แน่นอนใครมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ ต่างก็ต้องหวั่นใจทั้งนั้นแหล่ะ เพียงแต่เขามาดมั่นอย่างมาก พร่ำบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าต้องทำให้สำเร็จ
รอย คีน เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เห็นแวว โรนัลโด้ พร้อมทั้งเชื่อว่าน่าจะก้าวสู่การเป็นแข้งระดับท็อปได้
อาจมองเห็นตัวเองเมื่อตอนแบกเป้จากคอร์ก ในไอร์แลนด์บ้านเกิด มาอยู่กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ตั้งแต่ยังเด็ก ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพียบไปหมด ทว่าไม่เคยท้อถอยหรือก้มหัวให้
ทัศนคติคือสิ่งสำคัญ คีน ซึ่งผ่านมาหมดทุกอย่าง ได้คุยกับ เฟอร์กี้ ยังย้ำเลยว่า โรนัลโด้ จะเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างแน่นอน
ความกล้าหาญ ความทะเยอทะยาน แพสชั่น ล้วนแต่อัดแน่นแล่นพล่านอยู่ในหัวใจ
ส่วนอีโก้หรือการมั่นใจตัวเองที่เกินจริง มันคือสิ่งปกติมากสำหรับนักเตะที่จะก้าวไปเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคต
โรนัลโด้ เองก็เป็นอย่างนั้นเช่นกัน
--------------------
หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่แมนฯยูไนเต็ดบดท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์อย่างระทึก 3-2 รอย คีน ซึ่งมารับกูรูพันดิตของสกาย สปอร์ตส์ ได้พูดถึงเกี่ยวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ระเบิดแฮตทริก พร้อมทั้งถูกบันทึกชื่อเป็นนักเตะยิงมากสุดในประวัติศาสตร์ 807 ประตู
ด้วยความที่รู้จักมาก่อน มีข้อมูลพื้นภูมิในอดีตพอสมควร คีน จึงอธิบายได้เป็นฉากๆ ซึ่งช่วยให้คนฟังเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น
"ผมรู้สึกว่าเขาโกรธนะ มีการเล่นแบบเกรี้ยวกราดในบางจังหวะ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์มานี้ คงสร้างความฉุนเฉียวหงุดหงิดให้เขาพอสมควร"
"แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึง ภาพที่เราเคยเห็นมาก่อนช่วงหลายปี เขาคืออัจฉริยะ มันสุดยอดอย่างมากเลย"
จับประเด็นความเห็นของ คีน ทำให้น่าเชื่อว่า โรนัลโด้ แปรเปลี่ยนความโกรธแค้น จากที่โดนวิจารณ์หลากรูปแบบ หมดสภาพบ้าง แก่เกินแกงบ้าง ยึดแต่อดีตบ้าง เสียงเหล่านี้เขาได้ยิน แถมชัดเจนอีกด้วย
เขาเอากลับมาคิด ใครบ้างที่โดนตำหนิขนาดนี้จะปล่อยเลยผ่านไป
แต่สำหรับ โรนัลโด้ จะแตกต่างจากคนอื่นตรงที่ เลือดจะขึ้นหน้า ก่อนเปลี่ยนเป็นพลังฮึด พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ผู้คนนินทา
พูดง่ายก็คือเขาแทบไม่ได้เกลียดเสียงวิจารณ์เลย มันยิ่งทำให้รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร รวมถึงหาทางทำทุกอย่างเพื่อกลบเสียงเหล่านั้นให้ได้
อย่างไรก็ตามในวัยที่ผ่าน 37 ปีมาแล้ว ไม่ใช่งานง่ายสบายเท้าเหมือนสมัยยังฉกรรจ์อีกต่อไป ต้องพยายามมากกว่าเดิมหลายเท่า ต่อสู้ให้หลุดพ้นจากการดูถูก
บ่อยครั้งที่เราเห็น โรนัลโด้ หัวเสียในเกมที่ไม่เป็นใจ พอสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย รีบเดินเข้าห้องแต่งตัว แบบไม่แคร์ใครเลย ไม่สนใจจับมือกับผู้เล่นฝั่งตรงข้ามหรือเพื่อนร่วมทีม รวมถึงไม่มีการขอบคุณแฟนๆทั้งสิ้น
พฤติกรรมดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของสโมสร
ทว่านั่นเหมือนเป็นการเก็บพลังโกรธแค้นเอาไว้ รอเวลาที่ปลดปล่อยออกมา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทำให้ได้
โดนด่าตำหนิมากเท่าไร พลังความตั้งใจที่จะเอาชนะเพื่อลบคำพูดเหล่านั้นทวีมากขึ้นเรื่อยๆ
"Your love makes me strong ,Your hate makes me unstoppable"
"ความรักของคุณทำให้ผมแข็งแกร่ง แต่ความเกลียดชังของคุณจะทำให้ไม่มีใครหยุดผมได้"
คำพูดนี้ของ โรนัลโด้ กลายเป็นประโยคอันคลาสสิก ซึ่งสะท้อนน้ำเนื้อตัวตนได้เป็นอย่างดี บอกทุกอย่างชัดเจนเรียบร้อย
จริงที่ว่าชัยชนะเหนือสเปอร์ส พร้อมกับทำแฮตทริกที่ผ่านมา มันก็แค่เกมเดียวเท่านั้น ยังชดเชยไม่ได้หรอก เพราะมีหลายเกมในซีซั่นล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่ามาก่อน
กระนั้นอย่างน้อยที่สุด เหตุการณ์ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ เป็นการยืนยันว่า โรนัลโด้ ยังไม่หมดง่ายๆ
ความพยายามที่จะลบเสียงวิจารณ์และต้องการก้าวข้ามกาลเวลาให้มากที่สุด คงอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง
บางทีจิตใจของเขามันอาจหลอมมาจากความโกรธแค้นก็เป็นได้
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment