breadcrumb symbol ข่าว

[ FORUM : เลอสันต์กับความฝันที่เป็นจริง ]

อัพเดตเมื่อ : March 18, 2022 6:25am โดย : บุญคำ

   เลอสันต์ เทียมราช กับการถูกเรียกติดทีมชาติไทย เป็นครั้งแรกในชีวิต คงจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเตะคนอื่นๆ ได้มากมาย ว่าถ้าหากคุณ 'ตั้งใจ' ทำสิ่งใดแล้ว จงไปให้สุดทาง แล้วจุดหมายที่รอคอยนั้นจะเป็นสิ่งดีงามเสมอ
   แม้ว่าตอนแรกเริ่ม ฝันที่วาดไว้จะดูไกลเกินเอื้อม แต่เมื่อคุณมุ่งมั่นและจริงใจกับมัน รับรองเลยว่าสิ่งที่อยู่ปลายทางจะเป็นแสงสว่างที่สวยงาม
   หนุ่มน้อยจาก อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เขามีคุณพ่อเป็นโค้ชคนแรกในชีวิต และก็เล่นฟุตบอลในจังหวัดมาตั้งแต่เด็กๆ ในตำแหน่ง 'กองหน้า'
   ในวัยเยาว์ เลอสันต์ เริ่มจากการเล่นด้วยเท้าเปล่าๆ บนสนามหญ้า จนกระทั่งเริ่มจริงจังกับกีฬาชนิดนี้ตอนที่อายุราว 11 ขวบ เพราะคุณพ่อของเขาอีกนั่นแหละที่พยายามปลูกฝังให้ลูกชายมุ่งหน้าบนเส้นทางลูกหนัง
   อย่างไรก็ตาม แม้จะฝึกฝนมาตลอด แต่พอจบประถมศึกษาปีที่ 6 เขาก็ต้องพบความผิดหวังตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปคัดตัวเพื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น
   จากความผิดหวัง เลอสันต์ แปรเปลี่ยนให้เป็นแรงผลักดัน เขายังคงมุ่งหน้าซ้อมต่อ จนไปคัดตัวติดที่โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัดนครนายก ซึ่งที่นี่สนับสนุนเรื่องกีฬามาโดยตลอด
   การมาอยู่ที่โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย ทำให้เขาได้เข้ามาแข่งขันฟุตบอลในกรุงเทพมหานคร อยู่บ่อยๆ
   กระทั่งตอนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก้าวแรกของ เลอสันต์ ในระดับชาติก็ใกล้เข้ามาเมื่อเขามีชื่อเป็น 1 ใน 25 คน ของทีม 'นักเรียนไทย' ชุดที่มี ชนินทร์ แซ่เอียะ ผู้รักษาประตู ชลบุรี เอฟซี และ วสันต์ ฮมแสน กองหลัง สุพรรณบุรี เอฟซี เป็นแกนหลักในเวลานั้น
   แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาถูกตัดตัวออกอย่างน่าเสียดายในรอบสุดท้าย เส้นทางในโลกลูกหนังของ เลอสันต์ ยังคงต้องพบกับความผิดหวัง
   ทว่าเด็กหนุ่มชาวสกลนคร ยังไม่ท้อ เขาเดินหน้าต่อ โดยเริ่มต้นอาชีพกับ นครนายก เอฟซี ในปี 2012 และไปต่อที่ ฉะเชิงเทรา เอฟซี (2013-14) สโมสรซึ่งโลดแล่นอยู่ในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2
   ผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ ฉะเชิงเทรา ที่ยิงไปเกือบ 20 ประตู ทำให้ฟอร์มไปเตะตาแมวมองของ ระยอง เอฟซี, ตราด เอฟซี และ สุโขทัย เอฟซี ทีมดังแห่ง ดิวิชั่น 1 เข้าเต็มๆ
   สุดท้าย เลอสันต์ ปรึกษากับคุณพ่อ และเลือกที่จะย้ายสู่รั้วทะเลหลวง สเตเดี้ยม รังของทีมค้างคาวไฟในปี 2015


 
   กับ สุโขทัย เขาขยับตำแหน่งจากแนวรุกมาเล่นเป็นกองกลางที่มีหน้าที่คอยเชื่อมเกม แต่ด้วยความที่เป็นนักเตะที่มีวินัยสูง ทำให้กลมกลืนกับทีมได้อย่างรวดเร็วและก็มีส่วนกับการเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
   การเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดทำให้ สุโขทัย มีการเปลี่ยนแปลงมากมายด้วยการเสริมทัพนักเตะเข้ามาเพียบ ทว่าชื่อของ เลอสันต์ ยังอยู่ในแผนการทำทีม แม้จะไม่ได้เล่นอย่างสม่ำเสมอ แต่เขาก็ยังอดทนเพื่อรอโอกาสของตัวเองต่อไป
   ฤดูกาล 2017 ถึงเวลาที่กองกลางคนนี้ได้ปล่อยของ เขาค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นตัวหลักของทีมค้างคาวไฟ ก่อนจะย้ายไป ศรีสะเกษ เอฟซี ในซีซั่น 2019
   แม้จะมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับ ศรีสะเกษ เพราะพาทีมจบอันดับ 4 ของ ไทยลีก 2 แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับ เลอสันต์ อีกครั้งเมื่อต้องย้ายไป หนองบัว พิชญ เอฟซี สโมสรน้องใหม่ที่เอาจริง-เอาจังกับการเลื่อนชั้นให้ได้ในปี 2020
   แน่นอนว่าด้วยประสบการณ์และความสามารถของเขา เลอสันต์ กลายเป็นหนึ่งในคีย์แมนที่นำทัพพญาไก่ชนเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก ได้สำเร็จในฐานะแชมป์ลีกรอง
   อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเขาเกิดขึ้นเมื่อกุนซือของ หนองบัว พิชญ เปลี่ยนจาก สมชาย ชวยบุญชุม มาเป็น ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล
   'โค้ชวัง' จับ เลอสันต์ มาเป็น 'จอมทัพ' ของพญาไก่ชนแบบเต็มตัว และผลงานที่ออกมาก็สะท้อนถึงคุณภาพของมิดฟิลด์วัย 30 ปี รายนี้กับการนำ หนองบัว พิชญ รั้งอันดับ 7 ของตารางการแข่งขัน อีกทั้งยังมีแต้มห่างจากโซน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียง 3 คะแนนเท่านั้น


 
   จากแค่ขออยู่รอดปลอดภัย ตอนนี้กลายเป็นว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์เสียแล้ว
   เลอสันต์ คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของ หนองบัว พิชญ กับซีซั่นแรกในลีกสูงสุด
   ด้วยผลงานที่ออกมาเจิดจรัส อเล็กซานเดร โพลกิ้ง จึงตัดสินใจเรียกกองกลางรายนี้ให้เป็น 1 ใน 27 ขุนพลทีมชาติไทย ที่จะลงอุ่นเครื่องกับเนปาล และซูรินาม ในปลายเดือนมีนาคม
   “พ่อสอนให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก และคอยบอกเสมอว่าอยากเห็นลูกชายติดทีมชาติไทยสักครั้งในชีวิต”
   “พ่อเป็นคนที่คอยผลักดัน สนับสนุน ตั้งแต่วันแรกที่ผมเลือกต่อสู้บนเส้นทางสายฟุตบอลอาชีพ หากไม่มีพ่อ ก็คงจะไม่มีนักฟุตบอลอาชีพที่ชื่อ เลอสันต์ อย่างผมในวันนี้”
   “แม้วันนี้พ่อจะไม่อยู่แล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าจะเล่นฟุตบอลในระดับที่เป็นอยู่ได้อีกนานแค่ไหน แต่ถ้ามีโอกาสก็หวังทำความฝันพ่อที่อยากเห็นผมติดทีมชาติไทยให้ได้สักครั้ง”   
   
   นี่คือคำพูดของ เลอสันต์ ที่ ไทยรัฐ สปอร์ต นำมาลงเป็นเนื้อข่าวหลังจากรู้ว่าเพลย์เมเกอร์ หนองบัว พิชญ ถูกเรียกทิตทัพช้างศึก
   จากคนที่เคยคัดตัวไม่ติด ไปคัดทีมชาตินักเรียนไทย ก็หลุดรอบสุดท้าย และไม่ได้มีดีกรีอะไรไปเทียบเคียงผู้เล่นคนอื่นๆ
   แต่สิ่งที่ เลอสันต์ มีเหนือคนอื่นๆ คือ 'ความพยายาม' และ 'ความมุ่งมั่น' เขาต่อสู้กับตัวเองมาโดยตลอดในวันที่ไม่ได้เป็นไปดั่งหวัง
   ตอนนี้เขาได้กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ของ หนองบัว พิชญ ที่ได้เข้าสู่ทำเนียบทีมชาติไทย และก็สานฝันผู้เป็นพ่อว่าอยากจะเห็นลูกชายคนนี้ไปได้ไกลในเส้นทางลูกหนัง
   เลอสันต์ กับความฝันที่เป็นจริง
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment