breadcrumb symbol ข่าว

[ #จุดจบของสายชิลล์ ]

อัพเดตเมื่อ : April 01, 2022 3:28am โดย : admin

นับตั้งแต่ได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีมในปี 2003 แล้วทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นเสาหลักของแมนฯยูไนเต็ด นั่นทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สนใจนักเตะจากลีกโปรตุเกสมากยิ่งขึ้น
โรนัลโด้ ย้ายมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ในขณะเดียวกันสองมหาอำนาจทั้งเอฟซี ปอร์โต้หรือเบนฟิก้า ต่างก็มีเครือข่ายในอเมริกาใต้ ดึงแข้งเยาวชนคุณภาพมาสู่อะคาเดมี่ไม่น้อย
เฟอร์กี้ ถือโอกาสใช้คอนเน็กชั่นจาก คาร์ลอส เคยรอช มือขวาคนสำคัญ ซึ่งเป็นชาวโปรตุกีสคอยช่วยเหลืออีกแรง ทำให้การเจรจาง่ายขึ้นมาก
ซัมเมอร์ปี 2007 แมนฯยูไนเต็ดตีตลาดฝั่งโปรตุเกสอีกครั้ง ดึงสองดาวรุ่งตัวดังทั้ง นานี่ และ อันแดร์สัน มาเสริมความแข็งแกร่ง ไว้รองรับการขับเคี่ยวแข่งขันในอนาคตอันใกล้
ตามรายงานระบุว่า 2 คนนี้ค่าตัวคนละเกือบ 30 ล้านยูโร แต่บางแหล่งระบุรวมกัน 30 ล้าน แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่าปฏิบัติการปาดหน้าแย่งมาได้สำเร็จหรอก
ไม่ว่าจะ นานี่ หรือ อันแดร์สัน ถูกสโมสรระดับท็อปในยุโรปหมายตาไว้ ในฐานะสายเลือดใหม่ที่ผลงานร้อนแรงมาก
อาร์เซน่อล , เรอัล มาดริด , บาร์เซโลน่าและอีกหลายทีม ต่างอยากได้แข้งอายุน้อยไปต่อยอด เคสของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นตัวอย่าง ก็ช่วยผลักดันให้ตลาดซื้อขายลีกโปรตุเกสคึกคักเช่นกัน
แต่ เคยรอช ถือเป็นโค้ชมากประสบการณ์ มีเส้นสายมากมายในประเทศบ้านเกิด จึงช่วยให้ เฟอร์กี้ สมหวังตั้งใจ รวบมาทีเดียว 2 คนนั่นเอง
นอกจากนี้ยังไม่ต้องกังกวลเรื่องการปรับตัวของนักเตะด้วย อย่างน้อยมี เคยรอช คอยดูแลใกล้ชิด เหมือนอย่างที่เคยทำกับ โรนัลโด้ มาแล้ว
สองคนนี้ได้รับความสนใจมาก น้ำหนักเอียงไปทาง อันแดร์สัน ด้วยซ้ำ เพราะได้รับการยกย่องว่าเป็น Wonderkid หรือเด็กมหัศจรรย์ของวงการลูกหนังบราซิล ประตูเปิดสู่ซูเปอร์สตาร์เปิดอ้ารออยู่แล้ว
เด็กคนนี้ฉายแววเปล่งปลั่งตั้งแต่อายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นเอง ยังไม่ทันครบ 17 ดีก็ไต่ขึ้นชุดใหญ่เกรมิโอ แถมประเดิมสนามชนิดเรียกเสียงฮือฮา ด้วยการปั่นฟรีคิกเข้าไปอย่างสวยงาม
นั่นทำให้ในเดือนมิถุนายน 2005 ทาง  GestiFute บริษัทเอเจนซี่สัญชาติโปรตุเกส ยอมจ่ายถึง 5 ล้านยูโร เพื่อถือกรรมสิทธิ์ครอบครองนักเตะ 70 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะมีข่าวว่า อันแดร์สัน เซ็นสัญญาล่วงหน้ากับปอร์โต้เป็นที่เรียบร้อย
3 เดือนก่อนจะได้เป่าเทียนหน้าเค้กฉลองวันเกิดครบรอบ 18 ปี อันแดร์สัน เป็นแข้งของปอร์โต้อย่างทางการ โดยมีรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ 7 ล้านยูโร
ตามกฎของฟีฟ่าในเวลานั้น หากนักเตะอายุยังไม่ครบ 18 ซึ่งถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว หากย้ายไปเล่นต่างประเทศ จะต้องมีผู้ปกครองตามไปดูแลด้วย
นั่นทำให้ โดราลิซ เดอ โอลิเวียร่า แม่ของเขาต้องบินตามมาอยู่กับลูกชายที่ปอร์โต้ด้วย โชคดีที่ไม่ต้องปรับตัวอะไรเท่าไรนัก พูดภาษาเดียวกันอยู่แล้ว การสื่อสารจึงไม่ใช่ปัญหา
อันแดร์สัน ประเดิมให้ปอร์โต้ในเดือนมีนาคม 2006 ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัวกลาง นอกจากพละกำลังเหลือเฟือตามประสาเด็กหนุ่ม ทักษะยังยอดเยี่ยม เมื่อบวกกับความกล้าหาญเกินวัย เขาจึงกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลชั่วข้ามคืน
แม้จะเจอประสบการณ์เลวร้ายในเกมบิ๊กแมตช์ดวลเบนฟิก้า เมื่อถูกทาง คอสตาส คาตซูรานิส นักเตะกรีซเข้าหนักจนขาหัก แต่ก็โชว์ให้เห็นน้ำอดน้ำทนและหัวจิตหัวใจอันแข็งแกร่ง กลับมาวิ่งหวดลูกหนังได้ใน 5 เดือน
แมวมองจากทั่วยุโรปเดินทางมาดูแมตช์ของปอร์โต้ไม่ขาดสาย หนึ่งในเป้าหมายคือ อันแดร์สัน ที่ยิ่งเล่นยิ่งโดดเด่น
ก่อนจะเป็นแมนฯยูไนเต็ดสมหวัง ด้วยการเดินเรื่องของ เคยรอช อย่างที่บอกไว้
จากมีรายได้ไม่ถึงพันยูโรต่อสัปดาห์ การมาถึงแมนเชสเตอร์ ช่วยเปลี่ยนชีวิตของ อันแดร์สัน อย่างแท้จริง
หลังได้รับเวิร์ค เพอร์มิตหรือใบอนุญาตประกอบอาชีพในสหราชอาณาจักรเรียบร้อย เขาเซ็นสัญญายาวกับปีศาจแดง 5 ปีเต็ม พร้อมรับค่าจ้างราว 20,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
จากเด็กกะโปโลในปอร์โต้ อเลกรี เล่นฟุตบอลตามข้างถนน เฉียดตายจากอาชญากรรมและเกือบเข้าไปอยู่ในวงจรยาเสพติด
อันแดร์สัน กลายเป็นเศรษฐีในพริบตา นี่คือรายได้มหาศาลสำหรับนักเตะวัยแค่ 19 ปี
ชีวิตในอังกฤษ มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจเหลือเกิน ได้ใกล้ชิด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งทำตัวเหมือนพี่เลี้ยง เคยรอช เองก็คอยดูแลไม่ห่าง ทุกอย่างช่างสะดวกสบาย
ไม่ใช่เรื่องประหลาดหาก อันแดร์สัน จะหลงระเริงไปกับชื่อเสียงและเงินทอง
จนอาจทำให้รู้สึกว่า นี่คือการเดินทางเหนือความคาดหมายและมาไกลกว่าที่คาดคิดไว้เยอะแล้ว
---------------
เบน ฟอสเตอร์ อดีตผู้รักษาประตูแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งทันได้ร่วมงาน อันแดร์สัน เพิ่งเล่าไว้ใน Podcast เอาไว้เกี่ยวกับเพื่อนคนนี้
แค่ได้เจอในสนามซ้อม เห็นลีลาและสกิลต่างๆ เพื่อนนักเตะอื่นก็ประทับใจในตัว อันแดร์สัน ประกอบกับนิสัยที่เฟรนด์ลี่ ยิ้มง่าย อัธยาศัยเป็นกันเอง ยิ่งทำให้เข้าถึงไม่ยากเลย
จากประสบการณ์ตรง ฟอสเตอร์ เชื่อว่านี่คือแข้งเวิล์ดคลาส ด้วยคุณสมบัติที่มีอยู่ สามารถผลักดันให้ อันแดร์สัน ไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้งสบายมาก
แต่สิ่งที่คนรอบข้างเห็น มันน่าเหลือเชื่อว่าตัวเขาเองไม่เคยสนใจ มองข้ามมาตลอด เหมือนไม่ได้แคร์อะไรเลย
"เขาไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ปราศจากความสนใจเรื่องอย่างนั้น มันไม่เคยอยู่ในความคิดเขาเลย"
หากวันไหน อันแดร์สัน ตั้งใจซ้อมขึ้นมา ก็จะกลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นกว่าใคร มักเรียกเสียงปรบมือจากเพื่อนร่วมทีมได้บ่อย
แต่หลายครั้งก็ทำตัวซังกะตาย ไม่รู้ร้อนรู้หนาวทั้งสิ้น จนได้ยิน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บ่นอยู่บ่อยๆ
ครั้งหนึ่งระหว่างอยู่บนรถโค้ชของทีม ซึ่งกำลังแล่นบนมอเตอร์เวย์ แล้วต้องจอดแวะบริเวณจุดพักรถ ซึ่งมีห้องน้ำและร้านอาหารต่างๆไว้บริการ
อันแดร์สัน เห็นร้านแม็คโดนัลด์ของโปรด ถึงกับตะโกนซ้ำไม่หยุด เพื่อบอกว่าอยากกินมากๆ แม้รู้ดีนี่คือสิ่งต้องห้ามก็ตาม
ส่วน ไมเคิ่ล โอเว่น นิยามถึง อันแดร์สัน ไว้ว่า "ทำตัวชิลด์เกินไป" แค่นี้ก็พอจะนึกภาพออกแล้ว
ในขณะที่ มาริโอ ซัลกาโล่ อดีตกุนซือทีมชาติบราซิลแสดงความเห็นว่า -- "เราไม่สงสัยเรื่องความสามารถ แต่ทัศนคติทำลายตัวเขาเอง"
ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 6 ปีก่อน อันแดร์สัน ซึ่งย้ายกลับไปเล่นให้อินเตอร์นาซิอองนาลในบ้านเกิด ลงเป็นตัวจริงเกมโกปา ลิเบอร์ตาดอเรส และแค่ 37 นาที ก็ส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวออก เพราะหายใจไม่ทัน
เราได้เห็นเขานั่งหมดสภาพที่ข้างสนาม พร้อมกับใช้อ็อกซิเจนช่วย ไม่อย่างนั้นอาจวูบได้ ซึ่งมันฟ้องแล้วว่าความฟิตย่ำแย่แค่ไหน
ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่เขาจะรีไทร์ในวัยแค่ 31 ปี มันเป็นเรื่องน่าเสียดายมากๆ ทิ้งพรสวรรค์อันล้ำค่าไว้เป็นแค่อนุสรณ์ ไม่ได้ดึงมาใช้ให้เต็มที่
แต่ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ อันแดร์สัน อาจเชื่อว่าแค่นี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามแล้ว
"ถ้าหากไม่เล่นฟุตบอล ผมอาจตายไปแล้ว เหมือนพวกเพื่อนๆแถวบ้านก็ได้"
นี่คือประโยคที่ อันแดร์สัน เคยกล่าวเอาไว้ ช่วยยืนยันว่าเขาอาจพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
--------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment