breadcrumb symbol ข่าว

"เหลือ 2 ที่นั่ง!! เช็คโอกาสรอดตกชั้นของทีมท้ายตาราง"

อัพเดตเมื่อ : April 04, 2022 8:30am โดย : บุญคำ

   เวลานี้ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ได้หล่นสู่ ไทยลีก 2 แน่นอนแล้ว 1 ทีม ดังนั้นจึงเหลืออีก 2 โควต้า (ที่ไม่มีใครอยากได้) กับตั๋วลีกรองของสยามประเทศ
   ว่าแล้ว 'Cheerball' จึงขันนำโปรแกรมที่เหลือของ 'กลุ่มเสี่ยง' ที่จะได้หล่นชั้นไปเล่น ไทยลีก 2 ไปดูกันว่าสโมสรใดมีโอกาสมากที่สุดที่จะต้องไปตั้งต้นใหม่อีกครั้ง!!
   

[1.] อันดับ 15 สมุทรปราการ ซิตี้ (22 คะแนน)
   ผลพวงจากการที่นักเตะตัวหลักย้ายออกไปมากมาย ยังไม่เท่ากับการแยกทางกับ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการลูกหนังไทย เพราะมันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ สมุทรปราการ เปลี่ยนเป็นคนละทีมจากซีซั่น 2020-21
   ฤดูกาลนี้ ตอนที่ยังมี อิชิอิ เป็นเฮดโค้ช พวกเขาเคยไต่สูงถึงอันดับ 2 ของตาราง แต่หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ถดถอยลงเรื่อยๆ
   ด้วยความที่มีอยู่เพียง 22 แต้ม ห่างจากพื้นที่ปลอดภัยอย่าง นครราชสีมา อยู่ถึง 6 คะแนน แถมยังแข่งมากกว่ากลุ่มหนีตกชั้นอีก 1 นัด
   บวกกับการต้องเผชิญหน้ากับ เมืองทอง และ เชียงราย ที่ลุ้นพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมยังต้องปะทะ สุพรรณบุรี ซึ่งดิ้นรนเหมือนกัน
 
   โอกาสที่ สมุทรปราการ จะตามหลัง เชียงใหม่ นั้นสูงลิ่ว
   แต่ถ้าหากว่าพวกเขารวมพลังเก็บชัยได้ทุกนัดที่เหลือต่อจากนี้ รับประกันเลยว่า 'รอดแน่นอน'
*** โปรแกรมที่เหลืออยู่ ***
พบ เมืองทอง (เยือน)
พบ สุพรรณบุรี (เยือน)
พบ ขอนแก่น (เหย้า)
พบ เชียงราย (เหย้า)

[2.] อันดับ 14 สุพรรณบุรี เอฟซี (26 คะแนน)
   เป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันที่ สุพรรณบุรี ต้องมาลุ้นหนีตายในโค้งสุดท้ายของ ไทยลีก
   พวกเขาเคยเป็นทีมที่อยู่สบายๆ แถมอันดับยังค่อนไปทางแดนบนเสียด้วยซ้ำ ทว่าระยะหลัง โดยเฉพาะเลกแรกนั้นผลงานถือว่าย่ำแย่เอามากๆ ยังดีที่มักจะมาเร่งเอาตอนหลัง เลยรอดหวุดหวิดมาตลอด
   ซีซั่นปัจจุบันก็เช่นกัน สุพรรณบุรี ยังคงวนเวียนในลักษณะเดิม เพราะนับตั้งแต่เกมที่ 8 ของฤดูกาล ทีมช้างศึกยุทธหัตถีก็ไม่เคยทำอันดับได้สูงกว่าที่ 12 เลย
   พวกเขาวนอยู่ในตำแหน่งรองบ๊วย ซึ่งเหนือกว่า เชียงใหม่ แค่ทีมเดียวมาตลอดปี และถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่
   โปรแกรมที่เหลือของ สุพรรณบุรี จัดว่าสาหัสพอควรทีเดียว เพราะนอกจากจะต้องเจอกับทีมในพื้นที่สีแดงเหมือนกันอย่าง สมุทรปราการ ยังมี โปลิศ เทโร ที่แดงอ่อนๆ อีกต่างหาก
   แต่นั่นไม่หนักเท่ากับการต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มท็อป 5 ของประเทศทั้ง เชียงราย, แบงค็อก และ บุรีรัมย์ ที่อาจจะคว้าแชมป์ไปแล้วเมื่อถึงวันที่ต้องพบกัน แต่ปราสาทสายฟ้าคงไม่ยอมง่ายๆ ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ
   อย่างไรก็ตาม ยังดีหน่อยตรงที่ สุพรรณบุรี จะได้เล่นในรังตัวเอง 3 จาก 5 เกม ที่เหลืออยู่ ซึ่งถ้าพวกเขาใช้ความได้เปรียบตรงจุดนี้ได้สำเร็จ ก็มีโอกาสไม่น้อยเลยที่จะอยู่รอดปลอดภัยแบบหวุดหวิดอีกซีซั่น
*** โปรแกรมที่เหลืออยู่ ***
พบ เชียงราย (เยือน)
พบ โปลิศ เทโร (เหย้า)
พบ สมุทรปราการ (เหย้า)
พบ แบงค็อก (เยือน)
พบ บุรีรัมย์ (เหย้า)

[3.] อันดับ 13 นครราชสีมา เอฟซี (28 คะแนน)
   ปกติแล้ว นครราชสีมา ไม่ค่อยจะมีเอี่ยวกับการเสี่ยงตกชั้นสักเท่าไหร่ พวกเขาอาจจะไม่ปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้
   ทว่าการไม่ชนะใครเลยใน 7 เกม หลังสุด โดยเป็นการแพ้ไปถึง 5 นัด มันจึงทำให้อันดับของแมวพิฆาตร่วงลงมาอยู่เหนือโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนน เท่านั้น
   การแยกทางกับ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กลางคันนั้นคือความเสี่ยงสูง เพราะกุนซือคนใหม่อย่าง เควิน แบล็คเวลล์ รู้จักฟุตบอลไทย น้อยมากๆ ดังนั้นทีมงานหลังบ้านของ นครราชสีมา ต้องทำการบ้านและให้ข้อมูลกับโค้ชชาวอังกฤษ อย่างหนักหน่วงที่สุด
 
   โปรแกรมที่เหลืออยู่ของพวกเขาอาจจะได้เล่นใรบ้านถึง 3 นัด ก็จริง ทว่าแต่ละทีมที่เจอนั้นแข็งโป๊กและก็ยังต้องการคะแนนทั้งนั้น
   บีจี ปทุม ต้องการแต้ม เพื่อไม่ให้หลุดจากอันดับ 2
   ราชบุรี ต้องการแต้ม เพื่อหนีจากโซนสีแดง
   ชลบุรี, เมืองทอง และ หนองบัว พิชญ ต้องการแต้ม เพื่อไป เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก
   นครราชสีมา จึงเป็นอีกทีมที่ 'น่าเป็นห่วง' กับการตกชั้นต่อจาก สมุทรปราการ
*** โปรแกรมที่เหลืออยู่ ***
พบ บีจี ปทุม (เยือน)
พบ ราชบุรี (เหย้า)
พบ ชลบุรี (เยือน)
พบ เมืองทอง (เหย้า)
พบ หนองบัว พิชญ (เหย้า)

[4.] อันดับ 12 ราชบุรี เอฟซี (28 คะแนน)
   เป็นอีกหนึ่งทีมที่เหลือโปรแกรมในบ้านอีกถึง 3 นัด ซึ่งปกติแล้ว ราชบุรี ก็เหนียวแน่นและแพ้ยากในรังตัวเองอยู่แล้ว
   อย่างไรก็ตาม การมาอยู่เหนือโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนน แบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นกับพวกเขาเท่าไหร่นัก
   หากไม่นับรวมซีซั่น 2018 ที่เอาทีมตกชั้น 5 ทีม (ปีนั้น บางกอกกล๊าส เอฟซี หรือ บีจี ปทุม ในปัจจุบัน หล่นไป ไทยลีก 2 ด้วย) ก็ต้องย้อนกลับไปฤดูกาล 2013 หรือ 9 ปี ที่แล้วโน่นเลยที่ ราชบุรี มาอยู่ในพื้นที่นี้
   ส่วนหนึ่งที่ทำให้ราชันมังกรต้องดิ้นรนเช่นนี้นั้นเพราะมีอยู่ 2 ห้วงเวลาในซีซั่น 2021-22 ที่พวกเขาฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย คือไม่ชนะใครเลยติดต่อกันยาวนาน 4 และ 5 นัด ตามลำดับ
   กระทั่งเปลี่ยนมาโค้ชมาเป็น บรูโน่ แปเรยร่า - ราชบุรี ถึงกลับมาทำผลงานกระเตื้องขึ้น ทว่า 3 นัดหลังสุดของพวกเขานั้นค่อนข้างน่าผิดหวังจนต้องมาดิ้นรนแบบนี้
   แม้ว่าโปรแกรมที่เหลืออยู่จะดูหนักหน่วงพอสมควร แต่ด้วยคุณภาพนักเตะและประสบการณ์ เชื่อได้ว่าราชันมังกรน่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้
   ทว่ามีช่วงที่ต้องระวังคือการออกไปเยือน 2 นัดติดๆ กับทีมที่แกร่งในรังทั้ง นครราชสีมา และ หนองบัว พิชญ หากเก็บแต้มได้ ราชบุรี น่าจะอยู่รอดปลอดภัยแน่นอน
*** โปรแกรมที่เหลืออยู่ ***
พบ การท่าเรือ (เหย้า)
พบ นครราชสีมา (เยือน)
พบ หนองบัว พิชญ (เยือน)
พบ ชลบุรี (เหย้า)
พบ ขอนแก่น (เหย้า)

[5.] อันดับ 11 ประจวบ เอฟซี (30 คะแนน)
   ตั้งแต่นัดที่ 10 ของซีซั่น จนไปถึงนัดที่ 23 ประจวบ ไม่เคยได้โผล่ขึ้นมาหายใจได้สะดวกเช่นนี้เลย
   ทีแรกหลายฝ่ายคิดว่าต่อพิฆาตนี่แหละคืออีกทีมต่อจาก เชียงใหม่ ที่จะร่วงสู่ ไทยลีก 2 เพราะฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีเลย อีกทั้งยังมีช่วงที่ไม่ชนะใคร 10 นัด ติดต่อกันอีกต่างหาก
   อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปลดล็อกบุกเชือด นครราชสีมา 3-2 เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม พวกเขากลายเป็นคนละทีมในทันที
   แม้แต่ทีมใหญ่ทั้ง บุรีรัมย์, แบงค็อก และ การท่าเรือ ต่างก็พ่ายแพ้ต่อลูกทีมของ อิสระ ศรีทะโร มาแล้วทั้งสิ้น
   การไม่แพ้ใคร 7 นัดหลังสุด โดยเป็นชัยชนะถึง 6 เกม ทำให้ ประจวบ แซงขึ้นมาอยู่อันดับ 11 แต่ก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะยังมีแต้มห่างจากโซนตกชั้นแค่ 4 คะแนน เท่านั้น
   ที่สำคัญ โปรแกรมที่เหลืออยู่อีก 5 นัด พวกเขาต้องออกไปเยือนถึง 4 เกม เลยทีเดียว แถมคู่แข่งแต่ละทีมก็กำลังต้องการแต้มเพื่อลุ้นทั้งโควตา เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก (บีจี ปทุม, ชลบุรี, หนองบัว พิชญ และ เมืองทอง) และหนีตกชั้นเช่นกัน (โปลิศ เทโร)
   แม้จะดูเหมือนลอยตัวชิลล์ๆ แต่จากสถานการณ์ที่ ประจวบ ต้องเผชิญต่อจากนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยงไม่น้อยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่ที่พวกเขาเองว่าจะจัดการกับมันเช่นไร
*** โปรแกรมที่เหลืออยู่ ***
พบ บีจี ปทุม (เยือน)
พบ ชลบุรี (เยือน)
พบ หนองบัว พิชญ (เหย้า)
พบ โปลิศ เทโร (เยือน)
พบ เมืองทอง (เยือน)

[6.] อันดับ 10 โปลิศ เทโร เอฟซี (30 คะแนน)
   แม้จะอยู่อันดับ 10 แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ เพราะแต้มของ โปลิศ เทโร นั้นห่างจากโซนตกชั้นแค่ 4 คะแนนเท่านั้น
   อย่างไรก็ตาม คงจะอุ่นใจได้หน่อย เพราะโปรแกรมที่เหลืออยู่นั้นไม่หนักเท่าทีมอื่นๆ เนื่องจากมีแค่การรับมือ แบงค็อก (เหย้า) และดวลกับทีมหนีตกชั้นทั้ง สุพรรณบุรี (เยือน) กับ ประจวบ (เหย้า) เท่านั้นที่ต้องใส่ใจทุกรายละเอียด
   แต่ถึงอย่างนั้น เวลานี้ทีมมังกรโล่เงินก็จัดว่าฟอร์มฝืดไม่น้อย 10 นัด หลังสุด พวกเขาชนะแค่เกมเดียวเท่านั้น ยังดีที่ส่วนใหญ่เป็นการเสมอ (7 แมตช์) จึงทำให้มีแต้มติดมือเลยทำให้อยู่ในพื้นที่ที่อุ่นใจกว่าทีมอื่นๆ
   ทว่าถ้ายังผลงานไม่กระเตื้อง แล้วทีมกลุ่มล่างดันชนะพร้อมๆ กัน บางที โปลิศ เทโร อาจจะต้องลุ้นหนีตกชั้นแบบจริงๆ จังๆ ก็เป็นได้
*** โปรแกรมที่เหลืออยู่ ***
พบ แบงค็อก (เหย้า)
พบ สุพรรณบุรี (เยือน)
พบ ประจวบ (เหย้า)
พบ เชียงใหม่ (เยือน)
พบ การท่าเรือ (เหย้า)
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment