breadcrumb symbol ข่าว

[ #ซ้ำๆย้ำรอยแผล ]

อัพเดตเมื่อ : April 10, 2022 2:07am โดย : admin

หากไม่มีอะไรผิดไปจากที่คาดไว้ ฤดูกาลนี้ปิดฉากลง เอดินสัน คาวานี่ ก็คงเปิดหมวกลาแมนฯยูไนเต็ด ตามที่ตกเป็นข่าวมาตลอด
ต้องยอมรับว่าเท่าที่ผ่านมา สายตาแฟนๆเริ่มมอง คาวานี่ เปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อยเลย
จากที่เคยเป็นแข้งคนสำคัญ เป็นขวัญใจ ถูกยกย่องว่ามีความมุ่งมั่นทุ่มเท แพสชั่นมาเต็มทุกวินาทีที่อยู่ในสนาม
จนถึงขั้นมีข้อความมากมายส่งไปหาในช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว เพื่ออ้อนวอนขอให้อยู่ต่ออีกสักฤดูกาล อย่าเพิ่งรีบย้ายไปไหน
นอกจากแฟนบอล บรรดาเพื่อนร่วมทีม รวมทั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมก็ต้องการให้เขาอยู่ต่อเช่นเดียวกัน ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ยิงระเบิดท้ายซีซั่น ไหนจะทัศนคติ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อพวกแข้งดาวรุ่ง
อย่างไรก็ดีมาฤดูกาลนี้ เกิดเรื่องคาดไม่ถึง การมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แบบกะทันหัน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า คือหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ
นอกจากเบอร์ 7 ที่หลังเสื้อของเขา จะปลิวไปอยู่ที่เสื้อของ โรนัลโด้ แทนแล้ว สถานะความสำคัญก็ลดลงฮวบฮาบ จากที่เคยได้รับคำมั่นว่าเป็นกองหน้าตัวเลือกแรก ก็ต้องถอยให้ โรนัลโด้ เข้ามาสวมสิทธิ์
อาจเป็นไปได้ว่าแรงจูงใจ ความมุ่งมั่นต่างๆที่เคยมีจะหายตามไปด้วย
ประกอบกับอาการบาดเจ็บที่คุกคามมากขึ้น เล่นได้ไม่กี่นัดก็ต้องขึ้นเตียงพยาบาล ไม่เคยได้ลงต่อเนื่องเลย
บางครั้งยังมีข่าวว่า หากเกมไหนที่รู้สึกไม่ค่อยดี คิดว่าไม่ฟิตเต็มร้อย คาวานี่ จะเดินไปแจ้งว่า ไม่พร้อมลงเล่น
เช่นเดียวกับตอนกลับไปรับใช้ทีมชาติอุรุกวัยรอบที่แล้ว พอจบภารกิจ ไม่ยอมบินกลับมารายงานตัวตามกำหนด แต่ขอพักเพิ่มอีกสักหน่อย ไหนๆได้มาเจอครอบครัวแล้ว อยากใช้เวลาให้คุ้ม
จากนั้นเมื่อกลับมา เล่นได้แค่ไม่กี่นาทีก็เดี้ยงกินอีก
ส่วนเที่ยวล่าสุด ก็ยังเดินทางกลับไปเล่นทัพจอมโหด โดยที่ก่อนไปไม่ได้ลงให้แมนฯยูไนเต็ดเลย แล้วพอมาถึงก็หนังม้วนเก่า บาดเจ็บอีกตามเคย
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คำถามจากแฟนบอลเริ่มมีมากขึ้น มันกังขาน่าสงสัย คาวานี่ คนเดิมหายไปไหนกัน
ราวกับว่าเขาเริ่มหมดไฟ ไม่รู้สึกท้าทายกับการเล่นให้แมนฯยูไนเต็ดอีกต่อไป เมื่อผสมกับผลงานของทีมอันย่ำแย่ โดนวิจารณ์อย่างหนัก เกิดปัญหาภายในมากมาย
ฉะนั้นจึงเหมือนนับถอยหลัง รอเวลาสัญญาหมด แล้วค่อยเดินจากมา
นั่นแหล่ะคือฉากต่อไปของ เอดินสัน คาวานี่
------------------------
บนหน้าประวัติศาสตร์ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงชื่อของ เอดินสัน คาวานี่ ถูกวางไว้ในฐานะผู้เล่นคนสำคัญที่สุดคนหนึ่ง
ตลอด 7 ฤดูกาลที่อยู่ใต้ชายคา ซัดไปทั้งสิ้น 200 ประตู จากทั้งหมด 301 นัดในทุกรายการ
ไม่มีแข้งคนไหนยิงได้มากเท่านี้อีกแล้ว นับตั้งแต่เปแอสเชก่อตั้งมา 50 ปี คาดว่าสถิตินี้จะกินเวลาอีกพอสมควร กว่าจะมีใครมาโค่นทำลายลงได้
นักเตะแห่งความคาดหวังอย่าง คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ก็ต้องยิงอีกนับร้อยประตู กว่าจะทาบรัศมีได้
ในขณะที่ เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์คนปัจจุบันก็ยังยิงไม่ทะลุหลักร้อยเลย แทบไม่มีทางไล่ทัน
ส่วน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คือเจ้าของสถิติคนเก่า 156 ประตูจาก 180 เกม หากคิดแบบเฉลี่ยย่อมเหนือกว่า แต่ถ้าดูที่จำนวนก็กิน คาวานี่ ไม่ลงอยู่ดี
เหตุผลหนึ่งในการย้ายมาเปแอสเชของ คาวานี่ คือเรื่องของเงินค่าตัวและค่าจ้าง ซึ่งสามารถจ่ายได้ในระดับสูง
ย้อนกลับไปฤดูร้อน 2013 สถานะของ คาวานี่ คือดาวยิงเนื้อหอมสุด สโมสรใหญ่ในยุโรปต่างมาเคาะประตูบ้านนาโปลีตลอดเวลา
16 กรกฎาคม 2013 มีการยืนยันว่า คาวานี่ เซ็นสัญญา 5 ปีกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยค่าตัว 64 ล้านปอนด์ แพงสุดอันดับ 6 ของสถิติโลกในช่วงดังกล่าว
อย่างที่รู้กัน เปแอสเชมีเมกกะโปรเจคต์หวังจะครองเจ้ายุโรปให้ได้ เพราะก่อนหน้าเพียงแค่ปีเดียวเพิ่งกระชาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาร่วมทีม
คาวานี่ จึงไม่ได้มีอิสระเล่นหน้าเป้าอย่างที่ต้องการ บางครั้งต้องถ่างออกไปตัวริมเพื่อเปิดทางให้ อิบรา ยึดครองพื้นที่กรอบเขตโทษ
แม้จะยิงประตูได้ต่อเนื่องก็จริง แต่ต้องทนเป็นเบอร์สองอยู่ถึง 3 ฤดูกาลด้วยกัน กระทั่งในปี 2016 อิบรา โยกไปแมนฯยูไนเต็ด ล็อกที่ตรึงมานาน ก็เหมือนถูกปลดปล่อย
สิ่งที่ยืนยันคือซีซั่น 2016/17 คาวานี่ ถล่มไปถึง 49 ประตูจาก 50 เกมทุกรายการ ประกาศศักดาก้าวมาเป็นเบอร์หนึ่งเต็มขั้น
ตัวเลขเหล่านี้สามารถยืนยันได้ชัดเจนดีแล้ว เพียงแต่มันยังไม่น่าพอใจสำหรับผู้บริหารของเปแอสเช ที่ต้องนำสโมสรไปสู่ความเป็นเลิศ โดยต้องดึงซูเปอร์สตาร์ดังมารวมตัวกัน
แทนที่จะปล่อยให้ คาวานี่ เป็นศูนย์กลางในแนวรุก ยังลงทุนทุบสถิติโลก 222  ล้านยูโร กระชาก เนย์มาร์ จากบาร์เซโลน่า เล่นเอาวงการสั่นสะเทือนเลือนลั่นกันเลยทีเดียว
ไม่ต้องสงสัยว่า ความสำคัญของ คาวานี่ จะลดลงด้วย ผู้บริหารดูแลเทคแคร์เอาใจใส่ดาวดังบราซิเลี่ยนมากเป็นพิเศษ เกินกว่านักเตะทั่วไปอย่างที่รู้กัน
แล้วนิสัยเสียอย่างร้ายกาจของ เนย์มาร์ คืออีโก้สุดๆ หลงตัวเองมาก ยิ่งมีค่าตัวมหาศาล ยิ่งกระตุ้นให้ต้องการสำแดงมากตามลำดับ
เราจึงได้เห็นช็อตไปแย่ง คาวานี่ ยิงจุดโทษหรือพยายามขอซัดฟรีคิกเอง จนกลายเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวของ อูไน เอเมรี่ กุนซือที่ทำท่าจะคุมไม่อยู่
แม้จะซัดรวมทั้งสิ้น 40 ประตู แต่สื่อหรือผู้คนกลับพูดถึง เนย์มาร์ ซึ่งบาดเจ็บไม่ค่อยได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องมากกว่า
คาวานี่ เคยรู้สึกหงุดหงิดกับนโยบายของผู้บริหารเปแอสเช ที่พยายามจะดึงซูเปอร์สตาร์มามากเกินจำเป็น ดูเหมือนเขาไม่ได้รับความไว้วางใจ ทั้งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าดีพอ
ไม่นับต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บ แต่กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสโมสร เหมือนถูกลืมหรือโดนทิ้งขว้าง
สัญญาที่กำลังจะหมดลงไม่มีความคืบหน้า เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ยื่นเงื่อนไขแบบกดทุกอย่างลง เหมือนมองไม่เห็นค่าเลย
เมื่อตัดสินใจไม่ขยายอยู่ต่อ ป้ายถัดมาคือแมนฯยูไนเต็ดในซัมเมอร์ 2020 ซึ่งซีซั่นแรกไปได้อย่างสวยงาม กดไป 17 ประตูจาก 39 เกม ลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแมตช์สำคัญ
แต่พอขึ้นฤดูกาลที่สองก็อย่างที่เห็นกัน เหตุการณ์ซึ่งเคยเจอที่เปแอสเช ย้อนมาหลอกหลอนอีกจนได้
เขาต้องเสียสละหลายต่อหลายอย่างให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมือนที่ต้องต่อสู้รักษาสถานะของตัวเองเมื่อต้องร่วมงานกับ เนย์มาร์
ด้วยบุคลิกที่เรียบง่าย ไม่ชอบชิงดีชิงเด่น หลงไหลในธรรมชาติ คาวานี่ จึงคิดถึงบ้านเกิดเสมอ อยากกลับไปให้เร็วที่สุด
ทั้งปารีส แซงต์ แชร์กแมงหรือแมนฯยูไนเต็ด ไม่น่าจะเหมาะกับเขาสักเท่าไรในระยะยาว
ล่าสุดแม้จะมีข่าวโยงย้ายสู่เรอัล โซเซียดาดในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าเขาจะเลือกที่ไหน
แต่ที่แน่ๆคือ คงไม่อยู่ให้เจ็บปวดใจ เสียความรู้สึกอีกแล้ว
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment