breadcrumb symbol ข่าว

[ ขาดแค่ 'แมตช์วินเนอร์' ]

อัพเดตเมื่อ : April 17, 2022 1:12pm โดย : บุญคำ

ฟุตบอลลีก ทีมใดที่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นของตนเองได้อยู่ในมาตรฐานระดับเดียวกันได้มากที่สุดในแต่ละฤดูกาล ทีมนั้นมักจะก้าวไปเป็นแชมป์ได้ในบั้นปลาย
จะเห็นได้ว่าการจะเป็นแชมป์ลีกได้นั้นคุณจะต้องมี 'ขนาดทีม' ที่ใหญ่พอสมควร คือมีนักเตะที่สามารถหมุนเวียนได้ตลอดระยะเวลา 8-9 เดือน ที่ห้ำหั่นกันบนฟลอร์หญ้า
นอกจากนั้นแล้ว ฟอร์มการเล่นก็ต้องไม่หลุดติดๆ กัน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นมันส่งผลให้คู่แข่งทำคะแนนแซงนำหรือฉีกหนีไปได้
สำหรับ ไทยลีก 2021-22 หากไม่นับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2 ทีม ที่มีมาตรฐานการเล่นที่คงเส้น-คงวามากที่สุด
ในมุมมองของผม ผมคิดว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด คือทีมที่มีเบียดลุ้นแชมป์เลยล่ะ โดยมีข้อแม้ว่า 'ห้าม' ทำแต้มหกเรี่ยราดแบบที่เป็นอยู่
กิเลนผยองผ่านมาเกมในซีซั่น 2021-22 มาแล้ว 27 นัด แต่เป็นการ 'เสมอ' ถึง 10 นัด หรือ 1 ใน 3 ของโปรแกรมทั้งหมด ซึ่งเป็นสถิติอันดับ 2 รองจาก โปลิศ เทโร เอฟซี เท่านั้น

โดย 10 เกม ที่ เมืองทอง เก็บได้แค่ 1 คะแนน แบ่งเป็นดังนี้ครับ
เสมอ ประจวบ เอฟซี 2-2 (เยือน)
เสมอ ชลบุรี เอฟซี 3-3 (เหย้า)
เสมอ หนองบัว พิชญ เอฟซี 1-1 (เหย้า)
เสมอ สมุทรปราการ ซิตี้ 0-0 (เยือน)  
เสมอ ชลบุรี 1-1 (เยือน)  
เสมอ บีจี ปทุม 2-2 (เหย้า)
เสมอ หนองบัว พิชญ เอฟซี 0-0 (เยือน)  
เสมอ เชียงราย 1-1 (เหย้า)
เสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-1 (เยือน)  
และล่าสุดก็เสมอ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด 1-1
ใน 10 แมตช์นี้นะครับ มีถึง 6 นัด ที่ เมืองทอง ไม่สามารถรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ก่อนจะถูกคู่ต่อสู้ตามตีเสมอได้สำเร็จ
หากเทียบเป็นคะแนน 'ถ้า' พวกเขารักษาสกอร์ได้ จะมีเพิ่ม 12 คะแนน เพราะต้องหัก 1 คะแนน ใน 6 นัด
แล้วเมื่อเอา 12 คะแนน มาบวกกับที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน พวกเขาจะมี 54 แต้ม น้อยกว่า บีจี ปทุม ซึ่งเป็นรองจ่าฝูงอยู่แค่ 3 คะแนน เท่านั้น และตามหลัง บุรีรัมย์ 8 แต้ม
แต่จะแข่งน้อยกว่าทั้ง 2 ทีม นั้นอยู่อีก 2 เกม
ลุ้นแชมป์เต็มตัวล่ะครับ
เท่าที่ได้เข้าไปชมเกมของ เมืองทอง ถึงสนามแข่งขัน รวมทั้งบางครั้งก็รับชมผ่านจอโทรทัศน์ มีแค่ไม่กี่เกมหรอกครับที่กิเลนผยองจะครองบอลน้อยกว่าคู่แข่ง ซึ่งส่วนมากที่สถานการณ์เป็นรองก็เพราะผู้เล่นน้อยกว่าเท่านั้น
หลายๆ คนอาจจะมองว่าการอยู่อันดับ 6 ของตาราง ไทยลีก แบบนี้พวกเขาล้มเหลว ทว่าผมไม่คิดเช่นนั้น
แนวทางและปรัชญาของ เมืองทอง กำลังจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
อย่าลืมนะครับว่านักเตะชุดปัจจุบันนี่ไม่เคยมีใครที่มีประสบการณ์ลุ้นแชมป์แบบจริงๆ จังๆ เลย
นี่คือทีมที่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ สร้างขึ้นมาใหม่ด้วยสมองและสองมือ
แม้ในตอนนี้อาจจะยังไม่สามารถก้าวไปอยู่ในจุดที่เคยยืนอยู่ แต่สิ่งที่แฟนฟุตบอลได้เห็นผ่านตาคือการเล่นที่สนุกและเร้าใจ ไม่เกรงกลัวว่าฝั่งตรงข้ามจะอุดมไปด้วยนักเตะชั้นนำ
ศักยภาพเป็นรอง แต่ เมืองทอง ใช้ความเข้าใจเกมและทีมเวิร์กเข้าสู้
หากวันใดลงล็อก วันนั้นพวกเขาก็พร้อมที่จะเอาชนะฝั่งตรงข้ามได้ แต่ในโลกของฟุตบอลมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ตลอด
จบฤดูกาลนี้ผมเชื่อว่าบอร์ดบริหารของกิเลนผยองน่าจะยอมรับผลงานที่ออกมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องเตรียมแผนที่จะเพิ่มเติมสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงเพื่อต่อยอดสู่อนาคต
ในมุมมองของผม ผมคิดว่า 2 จุดหลักๆ ที่ เมืองทอง แก้ไขได้ พวกเขา 'น่าจะ' กลับมามีลุ้นแชมป์เต็มตัวอีกครั้ง
สิ่งแรกเลยคือ 'เกมรับ' - พวกเขาอาจจะเสียไปแค่ 31 ประตู น้อยเป็นอันดับ 5 ของลีก ก็จริง ทว่าส่วนใหญ่ที่โดนเจาะตาข่ายนั้นมาจากความผิดพลาดส่วนบุคคลซะเยอะ
ลูคัส โฮช่า อาจจะแตกต่างกับกองหลังชาวไทย ก็จริง แต่หมอนี่ไม่สามารถประคองเพื่อนๆ ได้เหมือนที่ บุรีรัมย์ มี เรบิน ซูลาก้า หรือ บีจี ปทุม ที่มี อันเดรส ตูเนซ
แล้วยิ่งกับการที่เป็นทีมบิวต์อัพเกมจากแดนหลัง มันยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตัดบอลได้ด้วย
ตอนแรกที่ได้ เยสเปอร์ นีโฮล์ม เข้ามา ผมนี่ชื่นชมสายตาแมวมองของ เมืองทอง จริงๆ เพราะได้ของดีและคิดว่าเซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติฟิลิปปินส์ นี่แหละจะเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญ
แต่หมอนี่ก็ดันเจ็บบ่อยจนช่วยทีมไปได้แค่ 6 นัด ในซีซั่นนี้
สิ่งที่สองคือนักเตะประเภท 'แมตช์วินเนอร์'

การสร้างสรรค์โอกาส ผมเชื่อว่าสถิติเมื่อฤดูกาล 2021-22 จบลง เมืองทอง ติดท็อปทรีของลีกแน่ รวมไปถึงเปอร์เซ็นต์การครองบอลหรือจังหวะจบสกอร์
ทว่าฟุตบอลนับผลแพ้ชนะที่ 'การยิงประตู'
ใครยิงได้มากกว่าก็ได้รับการชูมือ
เมืองทอง ยังขาดสิ่งๆ นี้อยู่ครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ เอาแค่แชมป์ ไทยลีก ทั้ง 4 สมัยที่พวกเขาเคยได้ ทุกครั้งจะมีผู้เล่นที่สามารถพลิกเกมได้เพียงแค่จังหวะเดียว
2009 - ดานโญ่ เซียก้า, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ธีรศิลป์ แดงดา และ ซูมาโฮโร่ ยาย่า
2010 - ดัสกร ทองเหลา, โคเน่ โมฮาเหม็ด, เซียก้า, พิชิตพงษ์, ธีรศิลป์
2012 - มีเยอะหน่อย ทั้ง เซียก้า, ดัสกร, ธีรศิลป์ หรือ ยูรอฟสกี้ นี่ก็เป็นนักเตะประเภท 'แมตช์วินเนอร์' ขนานแท้
2016 - นี่ดรีมทีม ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์, คเลตอน ซิลวา และ ธีรศิลป์
พอย้อนกลับมาที่ชุดปัจจุบัน ผมยังมองไม่ออกเลยว่าใครจะมาแบกภาระนี้ได้
วิลเลียน พ็อพพ์ ผู้ยิงไป 14 ประตู ในลีกก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเสมอ
ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ นี่แล้วใหญ่ ผลงานดร็อปลงจากฤดูกาล 2020-21 แบบน่าใจหาย
เฮนรี่ อานิเยร์ อาจจะยิงได้ต่อเนื่องก็จริง แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่มี มันต้องทำได้มากกว่านี้ครับ
ส่วนผู้เล่นไทย ที่มีแววหน่อยอย่าง ปรเมศย์ อาจวิไล หรือ กรวิชญ์ ทะสา ก็ยังไม่สำแดงเดชเท่าที่ควร
ในความคิดของผม นักเตะประเภท 'แมตช์วินเนอร์' คือข้อแตกต่างระหว่างการแข่งขันในโลกของฟุตบอลยุคปัจจุบัน
บุรีรัมย์ มีทั้ง ธีราทร, ศุภชัย ใจเด็ด และ สุภโชคสารชาติ
บีจี ปทุม ก็มีทั้ง ธีรศิลป์, ดีโอโก้ ลุยส์ ซานโต้, อิ๊กห์ซัน ฟานดี้ และอีกเพียบ
แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็มีไม่น้อย เฮแบร์ตี้ และ วานแดร์ คือชื่อแรกๆ ที่กองหลังทุกทีมต้องหวั่นเกรง
หาก เมืองทอง ควานหาผู้เล่นแบบนี้ได้ เหมือนอย่างที่โค้ชของพวกเขาอย่าง ยูรอฟสกี้ เคยเป็นมาตลอดสมัยยังโลดแล่นอยู่บนฟลอร์หญ้า
เมื่อนั้นแหละ กิเลนจะกลับมาผยองอีกครั้งแน่
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment