breadcrumb symbol ข่าว

[ #ความทรงจำใกล้หมดลง ]

อัพเดตเมื่อ : April 18, 2022 2:47am โดย : admin

หลังจบเกมแมนฯยูไนเต็ดเฉือนนอริชอย่างเสียวไส้ MEN หรือแมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นให้คะแนนความสามารถ ปอล ป็อบา แค่ 4 จากเต็ม 10 เท่านั้นเอง
เป็นการยืนยันว่ากองกลางฝรั่งเศส ผลงานย่ำแย่จริง ซึ่งแฟนบอลหลายคนก็ดูกันออกอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในสนาม
การขาดหายไปของทั้ง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด สองคู่กลางในตำแหน่งเบอร์ 6 ที่นัดกันบาดเจ็บอย่างไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ ราล์ฟ รังนิก ต้องตัดสินใจว่าจะวางหมากแบบไหน เพื่อแก้ปัญหาตรงจุดดังกล่าว
เพราะเท่าที่ผ่านมา หากสองคนนี้อยู่ในทีม อย่างน้อยที่สุดต้องได้ออกสตาร์ตสักคน การันตีถึงความสำคัญ แม้จะโดนวิจารณ์กันตลอดก็ตาม
ทางเลือกของกุนซือรักษาการณ์มีไม่มากนัก เหลือเพียงแค่ เนมานย่า มาติช ที่รับบทกลางเชิงรับได้อีกคน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะได้ออกสตาร์ตในสถานการณ์เช่นนี้ แม้มีข่าวจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลก็ตาม
ปรากฏว่า มาติช เป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้นเอง รังนิก เลือกวาง ป็อกบา ประจำการตรงกลางเลย รับบทห้องเครื่องเต็มรูปแบบ แล้วให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส คอยอยู่ข้างๆ แล้วดัน เจสซี่ ลินการ์ด ขึ้นไปเล่นตัวรุก
ไม่รู้เหมือนกันว่า รังนิก คิดอะไรอยู่ แต่นี่ไม่ใช่ตำแหน่งที่เหมาะกับ ป็อกบา เลยสักนิด ต่อให้เราจะมองนอริชคือทีมบ๊วยไม่ได้แข็งแกร่งอะไรก็เถอะ
ขณะเดียวกันแผนให้ บรูโน่ ถอยร่นลงมาช่วยเก็บบอลและทำเกมขึ้นไป หลายครั้งที่เราได้เห็นแล้วว่า ผลลัพธ์มันไม่ได้ดีเอาซะเลย แทนที่จะปล่อยให้เล่นเกมรุกตามถนัด
ประโยชน์ของ บรูโน่ คือการสร้างโอกาสนำไปสู่ประตู ไม่ว่าจะเป็นการผ่านในจังหวะได้เสีย รวมทั้งยิงเอง แต่เมื่อลงต่ำมามากเกินไป จะเป็นการลดทอนประสิทธิภาพอย่างที่เห็น
แล้วเมื่อ บรูโน่ ขยับขึ้นไปเล่นอีกคน ตรงกลางก็โบ๋ทันที ไม่มีทางเลยที่ ป็อกบา จะสามารถรับมือได้ นอกจากเชื่องช้าและชอบครองบอลนานเกิน การเล่นเกมรับก็แย่อีกต่างหาก
ช่วงต้นเกมที่แมนฯยูไนเต็ดฉีกหนี 2-0 ป็อกบา ยังทำหน้าที่ได้โอเคอยู่ เพื่อนๆก็คอยช่วยเหลือ อีกทั้งนอริชไม่ได้เพรสซิ่ง บีบพื้นที่อย่างรวดเร็วเหมือนอีกหลายทีม จึงเล่นง่ายอยู่
แต่พอผ่านไปสักพัก โดยเฉพาะในครึ่งหลังเริ่มสะเปะสะปะแล้ว อีกทั้งหงุดหงิดหนักขึ้นอีก จากจังหวะขึ้นไปเล่นลูกเตะมุม แล้วเท้าของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ดีดมาโดนใกล้บริเวณใบหู จนถึงขั้นเลือดอาบ ต้องให้ทีมแพทย์ปฐมพยาบาล
ประเด็นอยู่ที่พอเห็นเลือดของตัวเองไหลออกมา ป็อกบา หัวเสียสุดๆ ถึงกับทุบพื้นสนาม เหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง
ภายหลังมีการให้ข้อมูลว่า เขากำลังอยู่ในช่วงถือศีลอด แล้วมาตกอยู่ในเหตุการณ์ถึงขั้นเลือดตกยางออก ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย
ขณะเดียวกันก่อนเกมเริ่ม ป็อกบา ก็ต้องอดข้าวอดน้ำ เพราะเกมนี้เล่นกันตอนบ่ายสามโมงของอังกฤษ ฟ้ายังไม่ปิดด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังเข้าสู่ซัมเมอร์
ถ้าเป็นอย่างนั้น มันย่อมส่งผลต่อสภาพร่างกายอย่างไม่ต้องสงสัย พละกำลังย่อมถดถอย หลายคนจึงไม่เข้าใจว่าทำไม รังนิก จึงตัดสินใจใช้แผนการเล่นดังกล่าว
เมื่อเกมจบลง แม้แมนฯยูไนเต็ดจะคว้าชัยได้ 3 คะแนนล้ำค่า ยืดอายุการลุ้นท็อปโฟร์ในวันที่อาร์เซน่อลและท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์นัดกันพลาด แต่แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่แฮปปี้เลย หากดูจากภาพรวมผลงาน
ก่อนเกมเริ่มมีกองเชียร์นับพันคน ประท้วงอยู่ที่หน้าโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตามการนัดชุมนุมล่าสุดของกลุ่ม The 1958 โดยคว่ำบาตรไม่เข้ามาชมเกมข้างในเป็นเวลา 17 นาที เป็นการสู้เชิงสัญลักษณ์ที่ตระกูลเกลเซอร์เข้ามาบริหาร 17 ปี มีแต่ทรุดหนักลง
พอหลายอย่างมันสะสมกันลงไป อารมณ์ของกองเชียร์ก็ปะทุด้วย ในสนามก็ไม่น่าประทับใจ ยกเว้นเพียงแค่ โรนัลโด้
ขณะที่ ป็อกบา กำลังเดินกลับเข้าห้องแต่งตัว ต้องผ่านอุโมงค์บริเวณมุมธง ปรากฏว่ามีเสียงแฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดบางส่วนโห่ใส่ พร้อมทั้งตะโกนบางอย่าง
แทนที่เขาจะทำหูทวนลมไม่ได้ยิน แล้วรีบเดินเข้าไปข้างในซะ กลับเลือกตอบโต้ด้วยการทำท่าเอามือป้องหู เหมือนขอเสียงหน่อย พูดอะไรนะไม่ได้ยินเลย เป็นการยั่วยุอีก
เรื่องมันเลยไม่จบง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อมีแฟนใช้กล้องสมาร์ทโฟนถ่ายคลิปเหตุการณ์นั้นไว้ แล้วนำมาเผยแพร่ ก่อนจะกระจายกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว
ป็อกบา โดนวิจารณ์ว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ต่อให้ไม่พอใจก็ควรอดทนอดกลั้นเอาไว้ ทำอย่างนี้มีแต่เสียหายอย่างเดียว
รังนิก ให้สัมภาษณ์ปกป้องก็จริง หลังถูกนักข่าวยิงคำถามใส่ แต่ไม่ช่วยให้ความตึงเครียดผ่อนคลายสักเท่าไร
จากที่อนาคตของ ป็อกบา เป็นปริศนาและเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ว่าจะขยายสัญญาเพื่ออยู่ต่ออีกหรือย้ายแบบฟรีเอเจ้นท์ไม่มีค่าตัว
มาถึงตรงนี้ภาพเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ มีแนวโน้มว่าน่าจะอำลาอีกครั้ง เหมือนฉายซ้ำหนังม้วนเดิมในปี 2012 ที่ย้ายฟรีสู่ยูเวนตุส
10 ปีผ่านไป เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับว่ามีการเขียนสคริปต์เอาไว้ มันต่างกันที่นี่คือความจริงอันน่าเจ็บปวด
และคนที่เจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่ใครเลยนอกจากแฟนบอลนั่นแหล่ะ
ปี 2016 เมื่อ ป็อกบา รีเทิร์นด้วยค่าตัวแพงเป็นสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ พร้อมรับค่าจ้างสูงสุดของลีกในเวลานั้นเช่นกัน 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
แม้จะโดนประณามว่าเป็นคนทรยศมาก่อน แต่เมื่อกลับมาอีกครั้ง แฟนบอลก็พร้อมให้โอกาส ไม่ได้คิดขุดอดีตมาเล่นงานเลย
อย่างน้อยก็ดีใจที่เด็กซึ่งเติบโตมาจากอะคาเดมี่ ไปสร้างชื่อกับสโมสรอื่น แล้วหวนคืนสู่อ้อมกอด มันน่าจะช่วยให้นักเตะเองรู้สึกยอดเยี่ยม มีความมุ่งมั่นสำหรับนำความสำเร็จมาสู่ทีม
แต่พอเอาเข้าจริง ป็อกบา ไม่อาจเป็นเสาใหญ่คอยค้ำทีมให้ยืนหยัดไว้ได้ตลอด อีกทั้งยังโดนวิจารณ์เรื่องความสนใจเรื่องนอกสนาม ทั้งทรงผมที่เปลี่ยนทุกวีกและท่าเต้นพิสดารผ่านมาทางโซเชี่ยล
หากคุณผลงานดีสมอย่างที่แฟนบอลหวังไว้ คงไม่มีใครโจมตีหรือตำหนิหรอก แต่นี่ไม่ใช่เลย หาความแน่นอนไม่ได้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทั้งที่ค่าตัวแพงค่าแรงมหาศาล
นอกจากนี้เวลาไปเข้าแคมป์ไปเก็บตัวกับทีมชาติฝรั่งเศส ยังมักให้สัมภาษณ์กระทบกระแทกสโมสรประจำ อยู่แล้วหายใจไม่เต็มปอด ไม่เหมือนช่วงเวลาได้มาอยู่กับเพื่อนนักเตะบ้านเดียวกัน
พูดอย่างนี้ออกไปมันเหมือนไม่เคารพแมนฯยูไนเต็ดเท่าไรนัก เช่นเดียวกับความรู้สึกของแฟนบอล ซึ่งควรระมัดระวังมากกว่านี้
ปัจจุบันก็ยังยื้อเวลาไปเรื่อยๆ ไม่ยืนยันอนาคตตัวเอง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าต้องการต่อรองค่าจ้างและผลประโยชน์ต่างๆให้มากที่สุด ท่ามกลางเคยมีข่าวว่าจะได้มากกว่า 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
ถ้านี่คือเรื่องจริงตามที่สื่อบางแห่งนำเสนอมา นั่นหมายถึงความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของฝ่ายบริหารแมนฯยูไนเต็ดอย่างแท้จริง
หากแค่นี้ยังไม่เข้าใจหรือดูไม่ออกว่าควรทำอย่างไร ก็เตรียมใจรอหายนะมาเยือนได้เลย
ส่วน ป็อกบา สมควรจากไปอย่างเงียบๆ ไม่ต้องเอิกเกริก เพราะแทบไม่ได้สร้างอะไรให้กับแมนฯยูไนเต็ดเลย
นอกจากยัดเยียดความเจ็บใจให้แฟนบอลเท่านั้นเอง
------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment