breadcrumb symbol ข่าว

[ #ถึงเวลาท้องฟ้าเปิด ]

อัพเดตเมื่อ : April 22, 2022 2:04am โดย : admin

การมาของ เอริก เทนฮาก ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่แมนฯยูไนเต็ด จะเริ่มงานในฤดูกาลหน้า คนที่ยินดีไม่น้อยไปกว่าใครน่าจะเป็น ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค
ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าทั้งคู่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง เปลี่ยนจากสีเสื้ออาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมมาเป็นของแมนฯยูไนเต็ดแทน
ความสัมพันธ์จากอดีตของสองคนนี้ อยู่ในขั้นดีเยี่ยมเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ เทนฮาก เข้ามาคุมอาแจ็กซ์ในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ดอนนี่ กำลังเติบโตพัฒนาฝีเท้าอย่างรุดหน้า
ดอนนี่ ได้รับการโปรโมตสู่ชุดใหญ่ของอาแจ็กซ์ในช่วงปลายปี 2015 สร้างความประทับใจให้ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ กุนซือเวลาดังกล่าวอย่างมาก จนให้โอกาสลงอย่างสม่ำเสมอ
แต่พอซีซั่นปิดฉาก เดอ บัวร์ โยกไปคุมอินเตอร์ มิลาน เปิดทางให้ ปีเตอร์ บอสซ์ มารับไม้ต่อในบทบาทกุนซือ แต่สถานะของ ดอนนี่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บอสซ์ เป็นอีกคนที่ปลาบปลื้มผลงานของกองกลางสายเลือดใหม่รายนี้อย่างมาก นับตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นฤดูกาล 2016/17 จึงตั้งใจว่าจะปลุกปั้นให้เป็นแข้งดังเลยทีเดียว
ช่วงนั้นบาเยิร์น มิวนิคส่งแมวมองมาเลียบเคียงส่องฟอร์ม ดอนนี่ แต่ทางอาแจ็กซ์ไม่มีแผนจะขายออกไป อยากจะเก็บไว้ช่วยทีมชุดใหญ่ก่อน
ดอนนี่ เริ่มแย่งตำแหน่งตัวจริงได้บ้าง แม้ต้องสลับกับการรอโอกาสข้างสนามบ้างก็ไม่เกี่ยง เพราะอายุยังน้อย รอคอยวันเวลาของตัวเองได้ ก่อนฝากผลงานไว้ที่ 4 แอสซิสต์ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาที่ถูกดันขึ้นชุดใหญ่เต็มตัว
จังหวะเดียวกันนั้นเอง อาแจ็กซ์ปล่อย ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางคนสำคัญไปให้เอฟเวอร์ตัน จึงมีที่ว่างสำหรับ ดอนนี่ พอดิบพอดี
เขาได้ร่วมงานกับ มาร์เซล ไคเซอร์ ที่ถูกดันมาจากทีมสำรองของอาแจ็กซ์ ที่เลือกย้ายไปคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
แน่นอน ดอนนี่ พอจะคุ้นเคยกับ ไคเซอร์ มาตั้งแต่ทีมเยาวชนแล้ว เขาจึงได้รับโอกาสเช่นเคย เพียงแต่ผลงานของทีมไม่เป็นไปตามเป้า
ดังนั้นปลายปี 2017 เทนฮาก จึงถูกเลือกมารับงานแทนและมีส่วนช่วยผลักดันให้กลายเป็นแข้งระดับคุณภาพ ด้วยวิธีการเล่นที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
เขาจับ ดอนนี่ เล่นในตำแหน่งเบอร์ 8 เป็นกองกลางที่เน้นเกมรุกมากกว่ารับ ให้อิสระเติมไปข้างหน้าอย่างเต็มที่
นอกจากการเคลื่อนไหวที่ดี หาตำแหน่งได้เก่ง จุดแข็งที่พัฒนาได้อย่างรวดเร็วคือการทำประตูและแอสซิสต์
ดอนนี่ มีสัญชาตญาณยอดเยี่ยมมาก บางครั้งเหมือนไม่ได้อยู่ในโฟกัส แต่กลับทะลุเข้ามาในกรอบเขตโทษ ทำประตูได้สำเร็จ
13 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์ในทุกรายการ ช่วยสนับสนุนให้เขากลายเป็นดาวดวงใหม่ของอาแจ็กซ์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
"เขามีความแตกต่างจากมิดฟิลด์ตัวรุกทั่วไป เล่นได้หลากหลายแท็คติกและมีการยิงประตูที่เฉียบขาด"
เทนฮาก เคยกล่าวถึงลูกทีมรายนี้เอาไว้ แสดงถึงความประทับใจ แม้จะร่วมงานกันแค่ครึ่งปีก็ตาม
จากนั้นซีซั่น 2018/19 ถือเป็นช่วงเวลาพีกของ ดอนนี่ อย่างแท้จริง นอกเหนือจากเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญนำอาแจ็กซ์ครองดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศ กวาดหมดทั้งเอเรดิวิซี่หรือลีกสูงสุด รวมถึงดัตช์คัพด้วย
ยังหักปากกาเซียนเข้าถึงรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะพ่ายท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เฉียดฉิว ชวดเข้าชิงอย่างน่าเสียดาย
17 ประตูกับอีก 13 แอสซิสต์ในฤดูกาลดังกล่าวช่วยขับให้ ดอนนี่ เปล่งปลั่งขึ้นอีกเพียบ เป็นที่ต้องการของบรรดาสโมสรชั้นนำในยุโรป ต่างมาเคาะประตูบ้านอาแจ็กซ์ตลอดซัมเมอร์
แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ผู้บริหารของทีมตั้งใจไว้ว่าจะเก็บใช้งานก่อนอีกสักฤดูกาล ไม่อย่างนั้นปล่อยเสาหลักออกไปพร้อมๆกัน อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องสมดุลได้
ความจริงเขาควรจะได้ย้ายไปเรอัล มาดริดอย่างที่หลายคนเคยได้ยินข่าวมาก่อนแล้ว เชื่อกันว่าเป็นที่โปรดปรานของ ซีเนดีน ซีดาน อย่างมาก แต่จังหวะไม่เป็นใจ โดยเฉพาะเกิดไวรัสระบาดอย่างหนักในยุโรป จนกระทบต่อปัญหาการเงิน
ต้องรอถึงซัมเมอร์ 2020 แมนฯยูไนเต็ดที่พร้อมกว่าใคร จึงคว้าพุงปลาไปกินแบบเซอร์ไพรส์ เพราะตอนแรกไม่เคยระแคะระคายมาก่อน
ค่าตัว 35 ล้านปอนด์บวกแอดออนส์อีก 5 ล้าน รวมแล้วเป็น 40 ล้าน ถือว่าไม่ได้แพงบ้าเลือดอะไร หลายคนว่าซื้อได้ราคางามด้วยซ้ำ หากเทียบกับ เฟร็งกี้ เดอ ย็อง และ มาไธจส์ เดอ ลิกต์ ซึ่งปล่อยไปก่อนหน้า
แฟนแมนฯยูไนเต็ดคาดหวังกับ ดอนนี่ ไม่น้อย แต่อย่างที่รู้กัน เขาไม่อาจเบียดแทรกเป็นตัวหลักได้เลย
มันทำให้เกิดความกังขาว่า ตกลงแล้วนี่คือนักเตะที่ โซลชา อยากได้จริงหรือเปล่า ยิ่งเมื่อมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส อยู่แล้ว ตำแหน่งน่าจะทับซ้อนกัน
จนเปลี่ยนจาก โซลชา มาเป็น ราล์ฟ รังนิก ก็ยังมีความเชื่อมั่นในทำนองว่า ดอนนี่ น่าจะกลับมาแจ้งเกิดได้ เพราะดูระแบบและแนวทางการทำทีมน่าจะเอื้อพอสมควร
แต่ก็เข้าอีหรอบเดิมอีก ดอนนี่ ถูกมองข้ามไม่ได้แตกต่างจากยุคของ โซลชา เลยสักนิด กระทั่งต้องปล่อยให้เอฟเวอร์ตันยืมตัวใช้งานช่วงตลาดมกราคมที่ผ่านมา
ดอนนี่ เหมือนเริ่มต้นได้ดีกับสีเสื้อใหม่ แต่พอผ่านไปสักพักก็ไม่อาจเค้นตัวเองได้เลย ทั้งโดนปัญหาอาการบาดเจ็บคุกคาม ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยในช่วงหลัง จนเชื่อกันว่าต้องระเห็จกลับแมนฯยูไนเต็ดแน่นอน
แต่การกลับมาครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆ เพราะบอสใหม่คือ เอริก เทนฮาก ซึ่งไว้เนื้อเชื่อใจกันมาก่อน
ปัญหาของ ดอนนี่ นอกจากเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับแท็คติกของกุนซือ รวมทั้งสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งมีความแตกต่างไปจากภาคพื้นยุโรป กลายเป็นอุปสรรคหลักใหญ่
เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจด้วย สะสมนานวันเข้ามันก็แทบจะยากมากๆที่จะเรียกคืนมาได้เหมือนเดิมอีก ยังไงก็ต้องใช้เวลา
อย่างไรก็ตาม เทนฮาก น่าจะช่วยได้ทั้งผลงานในสนามและสภาพจิตใจ นี่จึงเป็นโอกาสดีมากๆสำหรับ ดอนนี่ หลังจากเมฆดำอึมครึม มรสุมถล่มมาพักใหญ่ ได้เวลาฟ้าเปิดอีกครั้งแล้ว
แม้จะยังไม่อาจการันตีอะไรได้ว่า ภายใต้การร่วมงานกับ เทนฮาก จะผลักดัน ดอนนี่ ประสบความสำเร็จอีกครั้ง แต่อย่างน้อยความหวังมันก็เจิดจ้ามากกว่าเดิมไม่ใช่หรือ?
เชื่อกันว่าระบบการเล่น 4-3-3 อย่างที่ เทนฮาก ถนัดมือ จะถูกนำมาใช้ในฤดูกาลหน้า เพื่อฟื้นฟูแมนฯยูไนเต็ด เหมือนย้อนไปนับหนึ่งกันใหม่
ถึงตรงนี้ ดอนนี่ คงไม่ได้สนใจเอฟเวอร์ตันเท่าไรนัก ได้แต่นับเวลาถอยหลังรอซีซั่นใหม่ เพื่อร่วมงานกับเจ้านายคนเก่าแค่นั้นเอง
2 ปีที่แทบสูญเปล่า ยังอาจไม่สายเกินไป แต่นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาในพรีเมียร์ลีกเช่นเดียวกัน
------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment