breadcrumb symbol ข่าว

[ #เอริกผู้พิชิต ? ]

อัพเดตเมื่อ : April 22, 2022 11:23pm โดย : admin

หลังผ่านบทเรียนผิดหวังมาจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และ ราล์ฟ รังนิก ดูเหมือนว่ากระแสความมั่นใจในตัว เอริก เทนฮาก ของแฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดจะไม่ร้อนแรงเท่าไรนัก
ตอน โซลชา เข้ามาคุมทีมใหม่ๆ พร้อมผลงานน่าประทับใจ คว้าชัย 9 นัดติดต่อกัน  กองเชียร์แทบทุกคนลงความเห็นเลยว่า นี่แหล่ะคือคนที่ใช่ ทายาทของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อย่างแท้จริง
ปลุกปีศาจต้องใช้ปีศาจ กลายเป็นวลีฮอตฮิตในช่วงดังกล่าว จนกระทั่งต้นปี 2019 โซลชา ได้รับสัญญาถาวร ภาพความจริงก็ค่อยๆถูกเปิดเผยออกมา
จากนั้นเมื่อ โซลชา ไม่อาจผลักดันแมนฯยูไนเต็ดไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ จนต้องโดนปลดกลางอากาศ การมาของ รังนิก ในฐานะตัวแทนที่จะคุมจนจบฤดูกาล ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆเช่นกัน
กิตติศัพท์ของ รังนิก คือการเล่นแบบเพรสซิ่ง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่แมนฯยูไนเต็ดไม่มี เหมือนทีมใหญ่ทั่วไป เชื่อว่าน่าจะได้เห็นกันก็คราวนี้แหล่ะ
นัดประเดิมเจอคริสตัล พาเลซ ปรากฏว่าแข้งแมนฯยูไนเต็ด ปรับโหมดสไตล์การเล่นอย่างน่าทึ่ง แตกต่างไปจากสมัย โซลชา เป็นกุนซืออย่างเห็นได้ชัด
แต่ละคนวิ่งกันมากขึ้น บีบพื้นที่ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว เสียบอลแล้วรีบแย่งคืนกลับมา ก่อนจะเชือดชัย 1-0 สกอร์ไม่ห่าง แต่เกิดความประทับใจขึ้นมากมาย เช่นเดียวกับความหวังอันล้นปรี่
นี่แหล่ะที่แฟนบอลต้องการ ไม่นึกเลยว่า รังนิก เพิ่งมาคุมทีมนัดแรกเท่านั้นจะบันดาลได้เลย
บางคนรีบร้องขอบอร์ดบริหาร ให้แต่งตั้งกุนซือเยอรมันคุมแบบถาวรไปเลย ไม่ต้องระยะสั้นอะไรแล้ว เห็นกันอยู่ว่ามันเจ๋งแค่ไหนกัน
แต่ใครจะไปคิดว่า นั่นคือเกมเดียวจริงที่แมนฯยูไนเต็ดโชว์ให้เห็นรูปแบบการเล่น อันเป็นเอกลักษณ์ของ รังนิก
เพราะหลังจากนัดนั้นแล้ว แทบไม่มีมาโชว์อีกเลย จนเกิดคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ปัจจุบันแมนฯยูไนเต็ดกลายเป็นทีมใหญ่ที่เล่นกันเละเทะสะเปะสะปะ ไร้รูปทรง ไม่มีความแน่นอนเลย เหมือนส่งผู้เล่นลงไป แล้วให้จัดแจงแบ่งหน้าที่กันเองเลย
มันเป็นเรื่องธรรมดา หลังผ่านการออกตัวไปเยอะ แล้วปรากฏไม่เป็นไปตามนั้น คราวนี้ต้องระวังหน่อยแล้ว จะบุ่มบ่ามคงไม่ได้อีก
หลายคนคิดว่าคงต้องรอดูผลงานของ เทนฮาก ก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน เพราะสิ่งที่ รังนิก ทิ้งไว้ให้ ไม่ต่างจากมรดกเลือดดีๆนี่เอง
มีปัญหาสุมรุมมากมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆหากจะแก้ไขกันในระยะสั้น ยังไงก็ต้องใช้เวลาสะสางและวางแนวทางกันใหม่
อย่างไรก็ตามหากย้อนไปยังปี 2012 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นงานเฮดโค้ชอย่างจริงจังของเขา มันน่าสนใจมากๆ
เทนฮาก รีไทร์จากการค้าแข้งตั้งแต่อายุ 32 ไม่ได้มีปัญหาอาการบาดเจ็บ จนต้องตัดสินใจอย่างนั้นเลย
เขาแค่เชื่อว่ามันถึงทางตันแล้ว ฝืนเล่นต่อไปก็ไม่ดีไปกว่าเดิม พูดง่ายๆคือผ่านจุดพีกเรียบร้อย ดังนั้นรีบเบนเข็มเลยดีกว่า
หากเป็นนักเตะอื่น คงก้มหน้าก้มตาเล่นไปก่อนอีก 4-5 ปี แล้วค่อยเกษียณ อย่างน้อยก็เก็บเงินเก็บทองกันได้อีกพอสมควร ไว้เป็นทุนรอนตอนเลิกเล่นไปแล้ว
แต่สำหรับ เทนฮาก ไม่ได้แคร์เรื่องตรงนั้นสักเท่าไร อาจเพราะมีต้นทุนชีวิตที่ดี เกิดมาในครอบครัวที่มีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มีฐานะมั่นคงเป็นปึกแผ่นอยู่แล้ว เลยช่วยให้การตัดสินใจต่างๆมันรวดเร็วและง่ายขึ้น
เขามุ่งมั่นตั้งใจกับงานโค้ชมากๆ เพราะรู้ตัวดีว่าหลงใหลเรื่องวางแผนการเล่น ชอบที่จะคิดอยู่ตลอดเวลาและบางครั้งมักจะรู้สึกขัดแย้งกับความคิดของกุนซือ เพียงแต่ว่าไม่ควรแสดงความเห็นออกไป มันคงเป็นสิ่งไม่เหมาะสมเท่าไรนัก
จุดเริ่มคือเรียนโค้ช แล้วไปเป็นผู้ช่วยที่ทเวนเต้ สโมสรอู่ข้าวอู่น้ำเก่า จากนั้นเมื่อปีกกล้าขาแข็ง จึงอัพเลเวลมาเป็นกุนซือเต็มตัวรับงานโก อะเฮด อีเกิ้ลส์ในปี 2012 ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในลีกรอง
ที่นั่นหลายคนที่ร่วมงานด้วย ได้เห็นถึงจิตวิญญาณในความเป็นผู้นำของ เทนฮาก ซึ่งชัดเจนตามบทบาท
เขาใส่ใจแทบทุกรายละเอียด ลงลึกถึงทุกภาคส่วน ไล่ตั้งแต่เข้าไปแนะนำกับพนักงานดูแลเสื้อผ้า จนไปถึงฝ่ายดูแลพื้นหญ้าในสนาม มักจะเน้นย้ำเวลาจะเล่นเกมเหย้า หญ้าควรสูงตามที่กำหนดไว้
ด้วยเชื่อว่าเมื่อได้เล่นในบ้านตัวเอง ก็ควรฉกฉวยสิ่งเหล่านี้ให้ตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบไว้ แล้วผลงานที่ต้องการก็จะตามมาเอง
ขณะเดียวกัน เทนฮาก ก็เน้นเรื่องวินัยกับลูกทีมทุกคน การตรงต่อเวลาสำคัญอย่างยิ่ง มาก่อนได้ยิ่งดี ฝึกให้เคยชินไว้แล้วจะได้ประโยชน์กันเอง
นอกจากนี้ยังมักเรียกนักเตะมาคุยเป็นการส่วนตัว ให้เวลาอย่างมากกับเรื่องนี้ แต่ละคนมีความแตกต่างกันไป พื้นฐานไม่เหมือนกัน วิธีการสอนหรือตักเตือนก็ต้องคนละแบบ
การฝึกซ้อมที่จริงจังและหนักหน่วงคือเคล็ดที่ไม่ได้เป็นความลับอะไรเลยของ เทนฮาก เบื้องต้นหากคุณต้องเล่นให้ดี จำต้องมีพละกำลังเรี่ยวแรงมากพอ ไม่ใช่วิ่งได้แค่ครึ่งเดียวก็ลิ้นห้อย
จากนั้นก็ใส่เรื่องแท็คติกลงไป อธิบายให้ง่ายที่สุด พยายามตัดทฤษฎีที่ดูยุ่งยากทิ้ง ยิ่งง่ายเท่าไรก็ยิ่งเป็นประโยชน์เท่านั้น
แน่นอนว่าหัวใจหลักยังอยู่ที่การเพรสซิ่ง ซึ่งเขานิยมมาตั้งแต่เป็นผู้ช่วย สตีฟ แม็คคลาเรน ที่ทเวนเต้แล้ว ศึกษาวิธีการมาอย่างดีแล้วนำมาปรับใช้
ผลพวงของการทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ส่งให้โก อะเฮด อีเกิ้ลส์สามารถทำอันดับ จนเลื่อนสู่เอเรดิวิซี่ลีกหรือลีกสูงสุดสำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี
ป้ายต่อไปของ เทนฮาก น่าจะเป็นสโมสรเกรดบีบวกในเอเรดิวิซี่ เพราะตอนนั้นเป็นที่ยอมรับแล้ว
แต่เขากลับเซอร์ไพรส์มากๆ เพราะลดชั้นไปคุมทีมสำรองของบาเยิร์น มิวนิค แต่มันคือความตั้งใจ เพื่อเรียนรู้งานที่นั่น ซึ่งเต็มไปด้วยบุคลากรคุณภาพ อยู่ใกล้คนเก่ง คุณก็ต้องเก่งตาม
ที่นั่น เทนฮาก ได้ทำงานร่วมกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่กุมบังเหียนทีมชุดใหญ่ ซึมซับเอาอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างมาใช้ จนหลายคนเรียกเขาว่า "ลิตเติ้ลเป๊ป" เพราะความคล้ายคลึงกันมากมาย
พอสั่งสมประสบการณ์มากพอ กลับมาเป็นกุนซือใหญ่ของอูเทร็ชท์ รวมทั้งเคยนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการกีฬาช่วงสั้นๆ ก่อนทิ้งผลงานน่าประทับใจในซีซั่นที่สอง พาจบอันดับ 4 ได้ไปโม่แข้งในยูฟ่า ยูโรปาลีกสำเร็จ
แล้วเมื่ออาแจ็กซ์ยื่นข้อเสนอมาให้ ก็ยากที่จะปฏิเสธได้ ก่อนจะนำทีมผงาด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศถึง 2 ฤดูกาลด้วยกัน
โปรไฟล์ของเขาหรูหราเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ต้องติดตามดูก็คือ แมนฯยูไนเต็ดจะใหญ่เกินไปสำหรับเขาหรือเปล่า มันน่าคิดอย่างมาก
เขายืนยันไว้แล้วว่า คงต้องใช้เวลาพอสมควร เพื่อนำกลับมาสู่จุดที่วางเป้าหมายเอาไว้ ความสำเร็จคงไม่ได้มาเร็วเหมือนเล่นเกมส์แน่ๆ
แต่ท่ามกลางความกดดันมหาศาล มันก็มีความท้าทายที่พร้อมให้ เทนฮาก วิ่งเข้าชนเช่นเดียวกัน
อีกหนึ่งสีสันแห่งพรีเมียร์ลีกกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว
-------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment