breadcrumb symbol ข่าว

[ #ถ้าเอฟเวอร์ตันตกชั้น ? ]

อัพเดตเมื่อ : April 25, 2022 6:11am โดย : admin

ตอนนี้แฟนบอลเอฟเวอร์ตัน น่าจะเป็นกลุ่มกองเชียร์ที่เครียดมากกว่าใคร หลังพ่ายในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้เมื่อเย็นวันอาทิตย์
ชั่วโมงนี้การมาแพ้ที่แอนฟิลด์ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ลิเวอร์พูลแข็งแกร่งมากๆ ยากที่จะต้านทานไว้ได้
แต่นั่นทำให้สถานการณ์หนีตกชั้นของเอฟเวอร์ตัน ยากลำบากเข้าไปทุกขณะ เพราะก่อนลงเตะกับลิเวอร์พูล ยังต้องเจอข่าวร้ายเบิร์นลี่ย์ที่กำลังดิ้นให้หลุดจากโซนแดงเช่นกัน เปิดบ้านเฆี่ยนวูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 เก็บ 3 คะแนนล้ำค่า
เบิร์นลี่ย์เลยดีดตัวเองขึ้นมาอยู่อันดับ 17 ของตาราง ในโซนที่ปลอดภัยเรียบร้อย แต้มมากกว่าเอฟเวอร์ตัน 2 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 2 เกม
อย่างไรก็ตามพอจบศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ เอฟเวอร์ตันตาม 2 คะแนนเหมือนเดิม แต่แข่งน้อยกว่าแค่เกมเดียวเท่านั้นเอง
อาจใช่ตรงที่พวกเขาสามารถกุมชะตาตัวเองเอาไว้ได้ คิดง่ายๆคือหากชนะอีก 6 เกมที่เหลือ ยังไงก็รอดตกชั้นล้านเปอร์เซนต์ ไม่ต้องหวังยืมจมูกคนอื่นหายใจด้วย
แต่มันเป็นเรื่องยากมากๆ โดยเฉพาะหากดูโปรแกรมที่เหลือต้องยอมรับว่าโหดหินเลย
เชลซี (เหย้า) , เลสเตอร์ (เยือน) , วัตฟอร์ด (เยือน) , เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า) , คริสตัล พาเลซ (เหย้า) และอาร์เซน่อล (เยือน)
ด้วยสภาพทีมชุดปัจจุบันที่คุณภาพไม่ถึงขั้นหลายราย รวมทั้งยังแกนหลักบาดเจ็บอยู่อีก น่าคิดเหมือนกันว่าจะเก็บ 18 คะแนนเต็มได้อย่างไร
หรือไม่ต้องชนะหมดก็ได้ แต่รวมแล้วได้สัก 15 คะแนนคือชนะ 5 เกมที่เหลืออีก 1 แพ้ก็ยังน่าจะไหว แต่โจทย์มันอยู่ที่เอฟเวอร์ตันว่าทำได้หรือไม่
อย่างเกมเจอลิเวอร์พูล ต้องยอมรับว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด เตรียมพร้อมมาอย่างดี เล่นแบบเจียมเนื้อเจียมตัว รู้ศักยภาพตัวเอง แพ็กตรงกลางกับข้างหลังให้แน่น แล้วอาศัยจังหวะฉาบฉวยคอยสวนกลับบ้าง
เขาคงไม่คิดสั้นมาเปิดหน้าแลกแยกเขี้ยวใส่ นั่นมันเหมือนการฆ่าตัวตายชัดๆ
45 นาทีแรก สร้างความอึดอัดให้ลิเวอร์พูลพอสมควรเลย แต่เมื่อเวลายังไม่หมด โอกาสที่จะเสียประตูก็ยังมีอยู่ตลอด แล้วยิ่งเจอทีมแข็งแกร่งอย่างนี้ สมาธิต้องแน่วแน่ห้ามพลาดเด็ดขาด อาจถูกลงโทษได้เสมอ
พอแข้งทอฟฟี่เล่นกันพลาดนิดเดียว ก็โดนดีทันที ก่อนกลับออกมาจากแอนฟิลด์มือเปล่า แพ้ในศึกแห่งศักดิ์ศรี มันแย่พออยู่แล้ว แต่พอเหลือบดูตารางคะแนนแล้วแย่หนักกว่าเก่าอีก
เอฟเวอร์ตันไม่เคยลงไปเล่นในลีกรองเลยตั้งแต่ปี 1954 นับถึงตอนนี้ปาเข้าไป 68 ปีแล้ว ฉะนั้นหากต้องตกลงสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพจริงๆ แฟนบอลคงเจ็บปวดอย่างมาก
ขณะเดียวกันตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมายาวนานจนวันนี้ 144 ปี เพิ่งตกชั้นเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นเอง แทบไม่มีรอยด่างพร้อยเลย
แล้วตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีกในปี 1992 พวกเขาเคยเฉียดตายอยู่บ้าง แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ตลอด แม้จะต้องลุ้นกันยันนัดสุดท้ายก็ตาม
เชื่อว่าแฟนบอลรุ่นเก่าสักหน่อย น่าจะพอจดจำเหตุการณ์ในฤดูกาล 1993/94 ได้บ้าง เป็นปีที่เอฟเวอร์ตันต้องกระเสือกกระสนสุดๆ
ตอนนั้นในลีกสูงสุดยังมีทั้งหมด 22 ทีม ต้องลงเล่นกันแต่ละซีซั่นถึง 42 เกม แล้วนัดสุดท้ายมีหลายสโมสรที่ยังต้องหนีหายกันให้ได้ เรียกว่าจ้าละหวั่นกันเลย
เอฟเวอร์ตันมีคิวเจอวิมเบิลดัน นอกจากต้องชนะสถานเดียวแล้ว ต้องแช่งให้เชฟฟิลด์ เว้นสเดย์และโอลด์แฮม พลาดคว้าชัยอีกต่างหาก ไม่อย่างนั้นจะกระเด็นตกชั้นแน่นอน
หลายคนคิดว่าพวกเขาไม่น่ารอดแล้ว ถึงเวลาได้จมสู่ลีกรองบ้างสักที เป็นฝ่ายตามหลัง 0-2
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจนได้ เอฟเวอร์ตันพลิกกลับมายิงแซง 3-2 อย่างน่าทึ่งและพอเช็คผลคู่อื่นที่ต้องลุ้น ยังเป็นใจอีกต่างหาก มันเป็นการเอาตัวรอดที่น่าระทึกขวัญสุดๆ
พอรู้ว่าภารกิจสำเร็จลุล่วง บรรดาเอฟเวอร์โตเนี่ยนในกูดิสัน พาร์ค ต่างกรูกันลงมาในสนาม ฉลองอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าได้แชมป์ซะอีก เกรแฮม สจ๊วร์ต ที่ทำคนเดียว 2 ประตู แทบจะกลายเป็นฮีโร่ ถูกแฟนบอลห้อมล้อมขอบคุณ แบกตัวขึ้นมา เป็นบรรยากาศที่ชื่นมื่นมาก
แม้ภายหลังจะมีการสอบสวนว่าผู้เล่นวิมเบิลดันบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มบอลจริง แต่เอฟเวอร์ตันรอดตัวไปแล้ว ไม่ได้โดนลากมาร่วมคดีแต่อย่างใด
ประเด็นที่แฟนบอลหลายคนห่วงก็คือ หากซีซั่นนี้ต้องตกชั้นจริงๆ เอฟเวอร์ตันอาจต้องเผชิญกับวิกฤตใหญ่สุดครั้งหนึ่ง บนหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
และไม่ง่ายเลยที่จะกลับขึ้นมาพรีเมียร์ลีกได้ภายในเวลา 1-2 ปี
---------------------
ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา เอฟเวอร์ตันมีผลประกอบการขาดทุนเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์
3 ปีหลังสุดกระเป๋าฉีกเกือบ 400 ล้านปอนด์ นั่นเป็นสาเหตุทำให้ต้องใช้จ่ายเงินจำกัดจำเขี่ยในการซื้อผู้เล่น ไม่หาของฟรี ก็ต้องใช้วิธียืมตัวมาใช้งานก่อน
พวกเขาใช้เงินได้ไม่ถึง 2 ล้านปอนด์สำหรับการเสริมทัพ ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องทำงานอยู่บนความยากลำบาก สุดท้ายก็กระเด็นตกเก้าอี้เซ่นผลงานอันย่ำแย่
ทั้งที่ ฟาร์ฮัด โมชิรี่ เจ้าของสโมสรพร้อมทุ่มเงินอย่างเต็มที่ หวังจะพาเอฟเวอร์ตันกลับมาผงาดอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าหลายอย่างไม่เป็นใจ
แฟนบอลไม่น้อยโทษการบริหารที่ผิดพลาด นโยบายที่ไม่สอดคล้องกับความจริง รวมทั้งไม่ดึงคนที่มีฝีมือจริงๆมาทำงาน
ยิ่งการให้ บิล เคนไรท์ อดีตประธานสโมสรมีตำแหน่งใหญ่ๆและมีบทบาทบริหารงาน เป็นการฉุดให้ทีมตกต่ำหนักเข้าไปอีก
ความตั้งใจของ โมชิรี่ ดูได้จากโปรเจคต์สร้างสนามใหม่แถบแบรมลีย์ มัวร์ โดยมีความจุมากกว่า 52,000 ที่นั่น อยู่ติดริมน้ำ ทั้งสวยงามและทันสมัย แฟนบอลจะได้ภูมิใจ เดินยืดได้ไม่อายใครอีกต่อไป
แต่ดูเหมือนลงทุนมากเท่าไร กลับไม่เคยได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่าเลย รายจ่ายเองก็มหาศาลบานตะเกียง ทั้งสนามใหม่ที่ใช้งบหลายร้อยล้านปอนด์ ค่าจ้างผู้เล่นในเรตที่สูงมาก เป็นอันดับ 7 ของพรีเมียร์ลีก
ทีนี้ลองนึกภาพหากต้องตกชั้นจริง เงินรายได้ที่เคยเข้ากระเป๋าจากการเป็นสโมสรในพรีเมียร์ลีก ก็จะหายวับไปร่วม 100 ล้านปอนด์ในแต่ละซีซั่น
ขณะเดียวกันกฎไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ก็ยังคงเป็นชนักติดหลังอยู่อีก ขยับทำอะไรก็ลำบากไปหมด
ไม่ต้องสงสัยเลย บรรดาแข้งคีย์แมนคงจะเผ่นหนีกันหมด เตรียมตัวเสียผู้เล่นสำคัญได้เลย ซึ่งนั่นจะกลายเป็นอุปสรรคในการต่อสู้เพื่อเลื่อนชั้นอีก
เอฟเวอร์โตเนี่ยนอาจได้เข้าไปชมเกมในสนามแห่งใหม่อันอลังการ แต่ว่าทีมต้องเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าเลยทีเดียว
ฉะนั้นอีก 6 นัดที่เหลือจากนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด คงต้องย้ำกับลูกทีมตัวเองว่า ให้เล่นเหมือนนัดชิงทั้งหมด วิ่งแบบลืมตาย มีเท่าไรใส่ให้เกลี้ยง แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์กัน
บางทีนี่อาจเป็นการลุ้นระทึกยิ่งกว่าฤดูกาล 1993/94 เลยก็ได้
-----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment