breadcrumb symbol ข่าว

[ ฮาวทูของ "ฮาว" ]

อัพเดตเมื่อ : April 27, 2022 1:20am โดย : admin

พฤศจิกายน 2021 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดอีกครั้ง หลังจากได้กลุ่มทุนใหญ่จากซาอุดิอาระเบียเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการจาก ไมค์ แอชลี่ย์
สตีฟ บรู๊ซ ซึ่งไม่เคยพาทีมคว้าชัยเลยในทุกรายการ ถูกปลดออกตามคาด ก่อนบอร์ดบริหารจะเลือก เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือหนุ่มใหญ่ ซึ่งเคยฝากชื่อไว้สมัยคุมบอร์นมัธ
มีข่าวว่าเป้าใหญ่คือ อูไน เอเมรี่ แต่เมื่อติดต่อไปแล้ว ถูกปฏิเสธกลับมา ด้วยเหตุผลแฮปปี้ดีกับบียาร์เรอัล รวมทั้งบาดแผลในใจตอนคุมอาร์เซน่อล ยังไม่น่าจะหายดี พรีเมียร์ลีกดูจะไม่เหมาะเท่าไรนัก
ในขณะเดียวกันงานนี้มีความเสี่ยงมหาศาลมาก นิวคาสเซิ่ลไม่ชนะเลยในลีกเมื่อผ่านไป 10 นัดและระหว่างเฟ้นหากุนซือคนใหม่ต้องให้ แกรม โจนส์ รักษาการณ์ไปพลางก่อน
20 พฤศจิกายนคือกำหนดการที่ ฮาว จะได้ประเดิมงานครั้งแรก มีคิวเปิดเซนต์ เจมส์ พาร์คต้อนรับการมาเยือนของเบรนท์ฟอร์ดน้องใหม่
อย่างไรก็ดีผลตรวจโควิดของเขาออกมาเป็นบวก จึงต้องกักตัวอยู่ที่โรงแรม ได้แต่โทรสั่งการเท่านั้น ผลเสมออย่างดุเดือด 3-3 ยังไม่น่าประทับใจเท่าไร
อีก 2 นัดถัดมาเจออาร์เซน่อลและนอริช เก็บได้เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะกระเตื้องจากเดิมเลย ทูน อาร์มี่เริ่มเครียดหนักมาก ชัยชนะนัดแรกคงต้องรอกันต่ออีกและหากเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ ประตูสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพย่อมเปิดกว้างขึ้นแน่นอน
กว่าจะได้ฉลองชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาล ก็ต้องรอถึง 4 ธันวาคม ซึ่งเป็นนัดที่ 14 ในลีก เมื่อเล่นในรังเชือดเบิร์นลี่ย์หืดจับ 1-0 บรรดาทูน อาร์มี่ได้ปาร์ตี้กันบ้าง แต่ก็ยังไม่เต็มคราบ ในเมื่อหายนะพร้อมมาเคาะประตูทุกเมื่อ
ชัยชนะดังกล่าวน่าจะเป็นสัญญาณเตือนที่ดี มีครั้งแรกแล้ว ไม่นานนักครั้งที่สองต้องตามมา
ชีวิตจริงไม่ง่ายเหมือนเขียนสคริปต์บทหนัง ใครจะไปเชื่อว่าอีก 5 เกมในพรีเมียร์ลีกจากนั้น นิวคาสเซิ่ลจะพ่ายถึง 3 เก็บได้เพียงแค่ 2 แต้มจากผลเสมอ 2 นัด รวมถึงโดนยิงพรุนในเกมที่ปราชัยรวมแล้ว 11 ประตู
ซ้ำร้ายยังโดนเคมบริดจ์ ยูไนเต็ดทีมรองบ่อนบุกมาเหยียบจมูก เขี่ยตกรอบ 3 เอฟเอคัพอีกด้วย หยุดเส้นทางตั้งแต่ไก่โห่ สภาพแย่มากๆ
สถิติอันเลวร้ายถูกขุดมาตอกย้ำให้ช้ำใจ ฮาว กลายเป็นกุนซือนิวคาสเซิ่ลที่ออกสตาร์ตได้แย่สุดนับตั้งแต่ปี 2000 ฟังแล้วได้แต่น่าสะเทือนใจเหลือเกิน
ความหวังที่ยังหลงเหลืออยู่คือการเสริมทัพอย่างเร่งด่วนในตลาดซื้อขายมกราคม ท่ามกลางความฉุกละหุก เวลาไม่คอยท่าอีกต่อไปแล้ว
บอร์ดบริหารใหม่พร้อมเปย์อย่างเต็มที่ ทำทุกวิถีทางเพื่ออยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดให้ได้
90 ล้านปอนด์ถูกหว่านลงไปในตลาด ก่อนได้นักเตะใหม่มา 5 คน คีแรน ทริปเปียร์ , แดน เบิร์น , คริส วู้ด , แม็ตต์ ทาร์เก็ต และ บรูโน่ กิมาไรส์ ซึ่งยังไม่ค่อยถูกใจกองเชียร์เท่าไรนัก
มีเสียงวิจารณ์จากกูรูบางคนในทำนอง สมาชิกใหม่เหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยนิวคาสเซิ่ลมากนัก ทั้งคุณภาพที่ไม่น่าจะถึงชั้น รวมทั้งไม่มีเวลาปรับตัว น่าจะเป็นการซื้อแบบแพนิคหรือถูกบีบคั้นจากสถานการณ์มากกว่า
แต่ปรากฏว่าทั้ง 5 คนแทบไม่ต้องปรับตัวปรับใจอะไรเลย เติมเต็มส่วนที่หายไปเป็นอย่างดี จนช่วยให้ผลงานของเดอะ แม็กพายส์ พลิกจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ โดยเฉพาะเมื่อปฏิทินเปลี่ยนปีจาก 2021 เป็น 2022 ทุกอย่างก็แทบเปลี่ยนไป
หลังจากโดนวัตฟอร์ดตีเสมอในช่วงท้ายเกม 1-1 เมื่อ 15 มกราคม ไม่มีทูน อาร์มี่คนไหนอยากจะเชื่อหรอกว่าอีก 7 นัดถัดมา พวกเขาจะกวาดชัยถึง 6 และเสมอ 1 สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น
นอกจากแข้งใหม่ทั้งหลายจะช่วยยกระดับทีมได้แล้ว เอ็ดดี้ ฮาว ซึ่งโมดิฟายวิธีการเล่นต่างไปจากเดิม ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเหลือเกิน
โชเอลินตอน จากกองหน้าถูกถอยลงมาให้มาเล่นมิดฟิลด์ ซึ่งตอนแรกดูเทอะทะขัดเขิน แต่พอจูนเครื่องติดกลายเป็นการค้นพบที่สุดยอด
นอกจากนี้ผู้เล่นอย่าง จอนโจ เชลลี่ย์ ก็ถีบตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนสมัยเฟื่องจนถึงขั้นติดทีมชาติอังกฤษ
ไรอัน เฟรเซอร์ เป็นอีกรายที่พัฒนามากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เล่นสนุกดุดันเร้าใจ ตอบแทนเสียงเชียร์ของทูน อาร์มี่ได้อย่างดี
ฟาเบียน ชาร์ ที่เคยดูรั่ว ผิดพลาดง่ายๆในเกมรับ จนนำไปสู่การเสียประตู ก็มั่นใจมากขึ้นเมื่อได้มี แดน เบิร์น มาประคองใกล้ๆ ซึ่งกำลังจะได้รับสัญญาฉบับใหม่เป็นการตอบแทน
แม้อีก 3 นัดถัดมา พวกเขาจะพ่ายเรียบ แต่ก็เป็นเกมเยือนทั้งสิ้น ก่อนจะมาแก้ตัวได้เมื่อกลับมาเล่นในเซนต์ เจมส์ พาร์ค 3 เกมติดต่อกัน เพราะชนะรวดไม่เหลือ
รวมทั้งล่าสุดที่บุกเฆี่ยนนอริชสบายๆ 3-0 ก็ตอกย้ำมาตรฐานที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าฟลุคอย่างที่ใครพยายามปรามาส
ใครจะไปคาดคิดว่านิวคาสเซิ่ลที่กำลังจมน้ำตาย หลังจากไม่ชนะในลีกเลย 14 นัดแรก และผ่าน 20 นัดเพิ่งคว้าชัยได้แค่เกมเดียว จะดีดตัวเองขึ้นมาอยู่อันดับ 9 บนตารางในเวลานี้
แต้มเฉลี่ยของปี 2022 คือ 2.13 ซึ่งถือว่าสูงมากๆ สมมุติว่าการเริ่มต้นปีเป็นเหมือนเริ่มต้นซีซั่น นิวคาสเซิ่ลอาจจบด้วยการเก็บ 80 คะแนน อันหมายถึงลุ้นแชมป์เลยทีเดียว
นับตั้งแต่ ฮาว เริ่มงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน เขาทำแต้มให้นิวคาสเซิ่ลเป็นรองเพียงแค่ แมนฯซิตี้ , ลิเวอร์พูล , อาร์เซน่อลและท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เท่านั้นเอง
ในขณะที่หากนับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทิน กอบโกยคะแนนเป็นกำอยู่ในอันดับ 2 ตามหลังเพียงแค่ลิเวอร์พูล
แต่สถิติที่น่าเกรงขามคือ นิวคาสเซิ่ลชนะเรียบ 6 นัดหลังที่เล่นในบ้านตัวเอง สะท้อนถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเซนต์ เจมส์ พาร์คอย่างแท้จริง
เชื่อกันว่าเสียงเชียร์อันกระหึ่มของทูน อาร์มี่ ช่วยขับเคลื่อนปลุกกระตุ้นนักเตะวิ่งสู้ฟัดแบบลืมตาย พร้อมถวายชีวิตสู้เพื่อนแฟนๆอย่างแท้จริง
ช่วงหลังเมื่อเกมจบลงแล้ว บรรดาสาวกจะไม่ออกจากสนามง่ายๆ นั่งรอซึมซับบรรยากาศอยู่หลายหมื่นคน พวกเขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกหรือมีอารมณ์ร่วมเช่นนี้มานานมาก
ตอนนี้เรื่องตกชั้นหายห่วงได้แล้ว ไม่มีอะไรต้องน่ากังวล เตรียมพร้อมไว้สำหรับฤดูกาลใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจและท้าทายได้เลย พวกเขาคงตั้งเป้าเขย่าบัลลังก์แน่นอน
แต่จาก 4 เกมที่เหลือซึ่งมีโปรแกรมดวลกับลิเวอร์พูล , แมนฯซิตี้ , อาร์เซน่อลและเบิร์นลี่ย์ มันน่าสนใจยิ่งนัก
นิวคาสเซิ่ลอาจเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับตัดสินการลุ้นแชมป์ได้เลย รวมถึงขับเคี่ยวแย่งท็อปโฟร์ รวมถึงหนีตายในโค้งสุดท้าย
มันเหมือนมีการเขียนบทเอาไว้ ให้แสงสปอร์ตไลต์สาดมายังทัพสาลิกาดง แต่นี่ไม่ใช่บทหนัง มันคือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นไม่ช้า
เหนืออื่นใดต้องให้เครดิตกับ เอ็ดดี้ ฮาว ซึ่งพลิกสถานการณ์จากดำมาเป็นขาวอย่างน่าทึ่ง ชนิดที่ว่าถึงตอนนี้ทูน อาร์มี่บางคนคิดว่าฝันไป
บางทีในฤดูกาลหน้าฝันของพวกเขาอาจเป็นจริงขึ้นมา มีโทรฟี่ระดับเมเจอร์สักใบมาประดับตู้โชว์ นับตั้งแต่ปี 1955 ก็เป็นได้
-------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment