breadcrumb symbol ข่าว

[ #สำคัญมั่นคงคือผลงาน ]

อัพเดตเมื่อ : April 28, 2022 2:00am โดย : admin

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยเล่าให้ฟังว่าสมัย พอล สโคลส์ ยังค้าแข้ง เป็นนักเตะไม่กี่คน ที่ไม่มีเอเจ้นท์ส่วนตัวคอยจัดแจง ทั้งที่ช่วงดังกล่าวก็มีชื่อเสียงแล้ว ใครต่อใครอยากจะวิ่งเข้าหา แต่ถูกปฏิเสธเกลี้ยง
ด้วยนิสัยรักสันโดษ ไม่ชอบพิธีรีตอง ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว เอเจ้นท์ไม่จำเป็น อีกทั้งเวลาเจรจากับสโมสร ก็ไม่ได้คิดต่อรองอะไรมาก
ทุกครั้งที่มีการถกเรื่องสัญญาฉบับใหม่ จะใช้เวลาไม่นานนัก สโคลส์ จะมาพร้อมกับทนายเพื่อดูเอกสารต่างๆว่าเรียบร้อยถูกต้องหรือเปล่า บางครั้งอาจจ้างเอเจ้นท์สักคนที่ไว้ใจได้ มาช่วยแบบเฉพาะกิจ
สมัยก่อนนักเตะดังไม่มีเอเจ้นท์ ยังไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรนัก แต่ยุคนี้คงไม่ใช่แล้ว แข้งอาชีพส่วนมาก ล้วนมีผู้ดูแลทั้งสิ้น ในลักษณะต่างฝ่ายต่างสมประโยชน์ร่วมกัน
เอเจ้นท์จะทำหน้าที่ต่อรองกับสโมสร เพื่อเรียกร้องค่าเหนื่อยให้นักเตะมากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะมันอาจหมายถึงส่วนแบ่งหรือเปอร์เซนต์ที่เขาจะได้รับด้วย
บางรายที่มีชื่อเสียงและดูแนวโน้มว่าสโมสรอาจต้องง้อ มักจะมีเงินเซ็นกินเปล่าอีกก้อนติดปลายนวมมาอีก เรียกว่าสองเด้งเลย นั่นยังไม่นับรวมโบนัสและสิทธิพิเศษต่างๆ รถยนต์ส่วนตัว บ้านพัก ตั๋วเครื่องบินสำหรับคนในครอบครัว สารพัดเรื่อง
นักเตะเองก็ไม่ต้องเสียเวลาเลย สโมสรอยากคุยก็ให้ผ่านเอเจ้นท์ก่อน หลังผ่านกระบวนการขั้นตอนที่ต้องเพิ่มรายละเอียดมากขึ้น ค่อยมาว่ากันอีกที
ใครก็มีเอเจ้นท์กันทั้งนั้นแหล่ะสมัยนี้ ไม่มีสิเรื่องประหลาด หรือไม่ก็ฝีเท้าหรือชื่อเสียงยังไม่เข้าขั้นดึงดูดมากพอ
แม้กระทั่งนักเตะในไทยลีกมากมาย ต่างก็มีเอเจ้นท์คอยดูแลเกือบหมดแล้ว ซึ่งส่วนมากก็แฮปปี้กันทั้งนั้น
แต่สำหรับ เควิน เดอ เบรอยน์ แล้วเดินตามรอย พอล สโคลส์ เป๊ะ
นอกเหนือจากจะมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ทั้งชอบความเรียบง่าย พูดน้อยทำงานหนักได้มีประสิทธิภาพ ตำแหน่งใกล้เคียงกัน จ่ายบอลเนียนเหมือนกัน มันสมองก็ปราดเปรื่องแบบเดียวกันอีก
เดอ บรอยน์ เองยังไม่มีเอเจ้นท์อีกต่างหาก ทั้งที่นี่คือแข้งเวิลด์คลาสของจริง ซึ่งทุกคนต่างยอมรับ
ย้อนกลับไปเมื่อเมษายนปีก่อน เดอ บรอยน์ เจรจาสัญญาฉบับใหม่กับทางแมนฯซิตี้ ของเดิมจะเหลือถึงปี 2023 แล้วจะยืดเพิ่มอีก 2 ปีลากยาวจนถึง 2025 เรียกว่าอยู่กันจนครบ 10 ปีเลย เพราะย้ายมาในปี 2015
ในขณะเดียวกันค่าจ้างจาก 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ก็มีรายงานว่าขยับเป็น 385,000 ปอนด์ ซึ่งสูงสุดในพรีเมียร์ลีกเวลานั้น
ดูจากระยะเวลาและผลประโยชน์ที่ได้รับ เชื่อว่าน่าจะมีเอเจ้นท์คอยช่วยต่อรองให้ แต่ไม่ใช่เลย
เดอ บรอยน์ มาพร้อมกับพ่อ ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนมาตรวจเช็ครายละเอียดต่างๆ ว่าตรงกับที่คุยกันไว้หรือไม่ ก่อนจะใช้เวลาไม่นานสะบัดปากกาลงลายเซ็นให้เรียบร้อย
ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังถึงกับเซอร์ไพรส์มาก นอกจากไม่มีเอเจ้นท์แต่ เดอ บรอยน์ กลับได้ตามที่ร้องขอ มันดูง่ายดายดีเหลือเกิน
หลายคนอาจไม่เข้าใจทำไม โรมาโน่ ต้องแปลกใจขนาดนั้นกัน ในเมื่อนี่คือแข้งตัวท็อปของยุโรป เป็นเพลย์เมคเกอร์ดีสุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน ชนิดหาตัวเทียบยาก
แต่ตอนขยายสัญญา เดอ บรอยน์ อายุ 29 ปีแล้ว แทบจะปริ่ม 30 เต็มที มันยากนักที่สโมสรจะให้สัญญายาวขนาดนี้ ต่อให้ฝีเท้าเก่งกาจแค่ไหนก็ตาม ไหนจะค่าจ้างที่เรตสูงลิบ
เดอ บรอยน์ ผู้ซึ่งไม่มีเอเจ้นท์ กลับทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงในความรู้สึกของ โรมาโน่ นั่นอาจเพราะไม่ได้ต่อรองอะไรมาก เลยจบลงแบบง่ายดายคาดไม่ถึง
จริงๆ เดอ บรอยน์ เคยมีเอเยนต์ชื่อ พาทริก เดอ คอสเตอร์ คอยทำหน้าที่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ปีที่แล้ว จากคดีพัวพันการโอนเงินค่าตัว 58 ล้านปอนด์ตอนย้ายมาแบบไม่ปกติ กระทั่งโดนสอบย้อนหลังแล้วพบว่ามีความผิดจริง
แม้ เดอ คอสเตอร์ จะให้บริการเอาใจใส่อย่างดีมาตลอดแต่ เดอ บรอยน์ ก็เข้าใจว่า ทุกคนที่ยึดอาชีพนี้ ล้วนมองผลประโยชน์มาก่อนอื่นใดทั้งสิ้น ทุกการกระทำอาจจะหมายถึงเงินที่จะไหลเข้ากระเป๋า
ดังนั้นเขาอาจคิดว่าไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว จัดการเองได้หมด รวมถึงได้ แฮร์วิก ผู้เป็นพ่อ ซึ่งมีความรู้เรื่องกฎหมาย ไหนจะเข้าใจลูกชายมากกว่าใครมาสนับสนุน น่าจะดีกว่าให้คนนอกเข้ามาวุ่นวาย
เดอ บรอยน์ เลยไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ส่วนใครอยากจะเหมือนเขา ก็ลองตัดสินใจดูเอาแล้วกัน
---------------------
เหตุผลที่ทำให้ เควิน เดอ บรอยน์ เลือกจะอยู่กับแมนฯซิตี้ ชนิดฝากอนาคตอันยาวนานไว้ น่าจะมาจากรู้สึกมีความสุขดี
เขายอมรับว่าที่นี่เหมือนบ้านอีกหลัง ทั้งลูกและภรรยาก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย ปรับตัวได้อย่างดี จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
ก่อนจะยืดสัญญาฉบับล่าสุด มีหลายสโมสรระดับท็อปในยุโรปติดต่อเข้ามา แต่เขาแทบไม่ต้องคิดเลยสักนิดก่อนเซย์โนออกไป
"เขาไม่อาจถูกแทนที่โดยใครก็ตามได้หรอก คุณภาพที่อยู่ในตัว มันบอกถึงทุกอย่างอยู่แล้ว"
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับลูกทีมรายนี้อย่างภาคภูมิใจ เดอ บรอยน์ ย้ายมาในปี 2015 ส่วนตัวเขาตามหลังมาคุมทีมอีก 1 ปี ฉะนั้นระยะเวลาที่ได้ร่วมงานกันมันมากพอที่จะรู้จักกันดี
ทัศนคติและไลฟ์สไตล์ของ เดอ บรอยน์ ก็สร้างความประทับใจให้ เป๊ป เช่นเดียวกัน แม้ภายนอกจะดูเงียบเกินไป ไม่ค่อยสนใจใคร บางคราวก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังการฝึกซ้อมอย่างหนัก เขาจะรีบกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ได้เล่นกับลูกๆนั่นคือความสุขสุดๆแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาที่ไหนเลย
เขาไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่า ความสัมพันธ์ที่ดูเหินห่างกับเพื่อนร่วมทีมอาจทำให้เกิดช่องว่าง อีกทั้งล่าสุดที่มีการโหวตเลือกกัปตันทีมจะหลุดไปเป็นตัวเลือกอันดับ 4 ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นรองกัปตัน
ตั้งแต่ แว็งซ็อง ก็องปานี เปิดหมวกลาในปี 2019 ดาบิด ซิลบา ได้ก้าวมาสวมปลอกแขนแทน จากนั้นเมื่อย้ายไปเรอัล โซเซียดาด เป็นทาง แฟร์นันดินโญ่ รับช่วงต่อ ซึ่งมาจากการลงคะแนนของเพื่อนๆ
อาจเพราะไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับใคร พูดน้อยเกินไป คุณสมบัติไม่เหมาะนัก เพื่อนร่วมทีมจึงมองข้าม ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้ว มันเป็นสิ่งที่เขาพร้อมยอมรับในสิ่งที่เลือกเอง
ทว่าเขาไม่เคยบกพร่องเรื่องผลงานในสนามเลย ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญมากๆ แทบจะขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความหมาย
ทั้งการไม่มีเอเจนต์ รวมทั้งไม่แคร์ว่าจะได้เป็นกัปตันทีมหรือเปล่า น่าจะพอสะท้อนตัวตนของ เดอ บรอยน์ ได้อย่างดีว่าเป็นอย่างไร
สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามเลย เขายังโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงเช่นเคย ยืนหยัดเป็นเสาหลักอย่างสง่างาม
สำคัญมั่นคงคือผลงาน นั่นแหล่ะที่ เดอ บรอยน์ อยากจะบอกให้ทุกคนได้รับรู้
-------------------

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

 

Facebook Comment