breadcrumb symbol ข่าว

[ ยิ่งกว่าคว้า 4 แชมป์! ]

อัพเดตเมื่อ : April 29, 2022 2:32am โดย : admin

นี่คือช่วงเวลาที่แฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งโลก แทบกำลังสำลักความสุขอย่างแท้จริง
ผลงานในสนามสุดยอดไร้เทียมทาน กำลังไล่ล่า 4 แชมป์ประวัติศาสตร์อย่างระทึก ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอในเวลานี้
หลังจากเปิดแอนฟิลด์เข่นบียาร์เรอัลตามคาด 2-0 ในรอบตัดเชือกเลกแรก นั่นหมายถึงการแหย่เท้าข้างหนึ่ง เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเรียบร้อย
เดอะ ค็อปบางคนน่าจะเตรียมพร้อมจองตั๋วเครื่องบินไปปารีสและหาโรงแรมที่พักไว้รอเลย ไม่ต้องรอให้โม่กันจบเลกสองด้วยซ้ำ
ไม่นานจากนั้นข่าวดีระลอกสองตามมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ประกาศขยายสัญญาไปจนถึงปี 2026 จากของเดิมจะจบลงในปี 2024
เดิมทีอย่างที่หลายคนรับรู้กัน คล็อปป์ มีแนวโน้มขออยู่แค่ครบเทอมเท่านั้น คือพอหมดสัญญาปัจจุบันหรืออีก 2 ปีข้างหน้าก็จะเปิดหมวกอำลา เหมือนไม่ได้มีแผนคิดว่าอยู่ยาวๆ
เพราะเมื่อย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กุนซือเฮฟวี่เมทัลยังยืนยันเจตนาเดิมด้วยซ้ำ ท่ามกลางความกังวลใจของสาวก เวลากระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว
"แผนยังเหมือนเดิม ผมเข้าใจดีว่า ผมตอบคำถามที่ไม่อาจเอากลับมาได้อีก แต่ช่วงนั้นผมแค่ไม่ได้ระวังสักเท่าไร"
"ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าผมตัดสินใจลาทีมในปี 2024 มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณภาพของทีมเลย ประมาณว่า โอ้พระเจ้า ผมต้องคุมทีมนะ หรือ โอ้พระเจ้า ผมควรจะหยุดคุมทีมดีกว่า บอกเลยว่าไม่ใช่อย่างนั้น"
"ทุกวันนี้เราทำเพื่อแผนระยะยาว สโมสรแห่งนี้ต้องดีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะตอนผมไม่อยู่แล้ว นั่นแหล่ะคือแผน"
"เวลานี้เรากำลังทำกันอยู่ มันไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญว่าผมจะอยู่อีกนานแค่ไหน สิ่งสำคัญกว่าคือเราจะทำอย่างไรเมื่อถึงเวลานั้น"
จับใจความระหว่างการให้สัมภาษณ์ทาง ITV เราพอจะบอกได้ว่า คล็อปป์ ไม่คิดเรื่องการยืดสัญญาสักเท่าไร แม้จะไม่ได้เป็นการปฏิเสธโดยตรงก็ตาม
คล็อปป์ พยายามชี้ให้เห็นว่า หากวันหนึ่งไม่มีเขาจริงๆแล้ว สโมสรก็จะยืนหยัดเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ด้วยการวางแผนกันมาล่วงหน้า ซึ่งตัวเขาเองก็พร้อมช่วยเหลือเต็มที่
แน่นอนว่าเมื่อบทสัมภาษณ์แพร่ออกไป เดอะ ค็อปจึงไม่มั่นใจนัก แม้ลึกลงข้างในยังหวังว่าจะได้เห็นกุนซือเยอรมันรั้งบังเหียนอย่างนี้ไปอีกนานก็ตาม
คล็อปป์ อาจไม่ใช่เป็นกุนซือยิ่งใหญ่เทียบเท่าปรมาจารย์อย่าง บิล แชงค์ลี่ย์ , บ็อบ เพสลี่ย์ หรือกระทั่ง เคนนี่ ดัลกลิช หากว่ากันถึงผลงานความสำเร็จเป็นรูปธรรม
แต่ความสำคัญของเขาอยู่ที่การเป็นผู้สร้าง ลิเวอร์พูลไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกเลยมาตั้งแต่ปี 1990 ได้แค่เฉียดเท่านั้น อย่างยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็หลุดโค้งอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อเขามารับไม้ต่อ ก็ค่อยๆเริ่มต้นตามแนวทางของตน จับต้นชนปลายผิดบ้างถูกบ้าง กระทั่งถึงเวลาเหมาะสมสุกงอม ทุกอย่างจะถูกเปิดเผยออกมาเอง
คล็อปป์ แสดงให้เห็นแล้วว่านี่คือทีมของเขาที่สร้างมากับมือ ทั้งนักเตะ ทีมงาน สไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ในยุคปัจจุบัน แต่ยังคงความเป็นเครื่องจักรสีแดงไม่แปรเปลี่ยน
ขณะเดียวกันเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์รอบข้างบีบจนเสียผู้เล่นแกนหลัก มันก็แทบไม่ได้กระทบอะไรเลย
มกราคม 2018 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ดิ้นรนเพื่อย้ายไปบาร์เซโลน่า แม้จะปรารถนารั้งไว้ แต่เมื่อใจนักเตะไม่ได้อยู่แล้ว มันก็เปล่าประโยชน์
หลายคิดคาดว่า คล็อปป์ ต้องเผชิญปัญหาหนักแน่ คูตี้ คือเซ็นเตอร์ในแนวรุก เป็นเพลย์เมคเกอร์ เหมือนบงการเกมจากมันสมองและสองเท้า ลำบากมากหากจะหาใครมาทดแทนได้แบบเทียบเท่า
แต่ คล็อปป์ เลือกปรับวิธีการเล่นใหม่ สามประสานในแดนหน้าอย่าง โม ซาลาห์ , ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ถูกสร้างให้ทำงานในลักษณะต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือ สนับสนุนซึ่งกันและกัน
ซาลาห์ ก้าวขึ้นมาเป็นดาวเปล่งแสง มีบทบาทมากในเกมรุก โดยเฉพาะสถิติพังประตูเป็นกอบเป็นกำ
นอกจากนี้เมื่อมีข่าวว่า ซาลาห์ กับ มาเน่ สองคีย์แมนแดนหน้าไม่ลงรอยกันสักเท่าไร คล็อปป์ นี่แหล่ะก็ใช้ตัวเองเป็นกาวใจ ทุกอย่างเรียบร้อยปกติ แทบไม่เหลือร่องรอยความขัดแข้ง
หรือทั้งคู่อาจไม่ได้สนิทกันเมื่ออยู่ในนอกสนาม แต่เมื่อลงมาเล่นร่วมกันแล้ว จะไม่ส่งผลกระทบทั้งสิ้น
นี่คือตัวอย่างบางส่วนของการสร้างและแก้ปัญหาในแบบฉบับ คล็อปป์ ซึ่งว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก ทว่าเขาทำสำเร็จ ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
แน่นอนว่าทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง ก็มีส่วนผลักดันไม่แพ้กันหรอก ซึ่งหลายภาคส่วน คล็อปป์ เป็นผู้เฟ้นหามาเอง เลือกคนที่เก่งกาจเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาทำงานที่ถนัด จนเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
คล็อปป์ ลงลึกทุกรายละเอียด การวิเคราะห์เกมอันเข้มข้น เก็บสถิติเพื่อนำมาประเมิน การฝึกซ้อมที่หนัก ซึ่งควบคู่กันไปกับความทันสมัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งช่วยให้นักเตะมีสภาพร่างกายแข็งแกร่ง พร้อมสู้ศึกแบบมาราธอนในแต่ละฤดูกาล ชนิดที่ว่าไม่บาดเจ็บกันง่ายๆ
บทเรียนจากผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บเมื่อซีซั่นที่แล้ว จนทำให้หงส์แดงล้มเหลวอย่างคาดไม่ถึง ถูกนำมาสรุปแก้ไขกันในปัจจุบัน
นั่นยังต้องรวมถึงการเสริมผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา ด้วยนโยบายเน้นของดี แต่ราคาย่อมเยาว์สมเหตุสมผล ไม่ใช่แพงสุดกู่ รวมทั้งไม่ได้มัดใจด้วยการเอาค่าจ้างเข้าล่อ
ดีโอโก้ โชต้า , ติอาโก้ อัลกันตาร่า , อิบราฮิม่า โกนาเต้ และ หลุยส์ ดิอาซ มีค่าตัวรวมกันไม่ถึง 140 ล้านปอนด์ นั่นคือค่าตัว คูตี้ ซึ่งได้รับจากบาร์เซโลน่า เหลือทอนอีกต่างหาก
4 แข้งที่ว่ามานี้ เข้ามาพร้อมยกระดับลิเวอร์พูลได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ นำไปสู่ความสมบูรณ์แบบและเป็นเลิศอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกันอนาคตของ โม ซาลาห์ หรือ ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังถูกโฟกัส เพราะสัญญาจะครบเทอมในซัมเมอร์ปี 2023 หรืออีกแค่ปีเศษๆเท่านั้น จะจบลงอย่างไร
เชื่อว่า คล็อปป์ อยากจะเก็บไว้ทั้งหมด แต่หากเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องบางอย่างที่สโมสรไม่อาจตอบสนองได้ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มีเคสตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว เพราะสุดท้ายลิเวอร์พูลก็ยังเดินหน้าอย่างสง่างาม แม้ในวันที่ต้องเสีย คูตินโญ่ หรือ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม แบบฟรีๆ ไม่ได้ค่าตัว
เอาเข้าจริงสิ่งสำคัญสุดก็คือการที่ คล็อปป์ ยังคงอยู่กับสโมสรอีกต่อไป อย่างน้อยการันตีได้เลยว่าอีกหลายปี ไม่ว่าฤดูกาลนี้พวกเขาจะได้กี่แชมป์ก็ตาม
แค่เห็นบอสสะบัดลายเซ็นลงในร่างสัญญาฉบับใหม่ เดอะค็อปทั้งโลกก็ปลาบปลื้มแล้ว
บางทีอาจมีความสุขมากกว่าคว้า 4 แชมป์ด้วยซ้ำไป
--------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment