breadcrumb symbol ข่าว

[ #ประตูสู่ซูเปอร์สตาร์ ]

อัพเดตเมื่อ : May 15, 2022 4:21am โดย : admin

ย้อนกลับไปยังตุลาคม 2020 หลังจบเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มซึ่งเรอัล มาดริดบุกไปเสมอโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-2
มีกล้องวงจรปิดจับภาพและเสียงบางอย่างไว้ได้ ก่อนแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกลายเป็นดราม่ายึดพื้นที่สื่อกีฬา ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้อย่างมากมาย
จุดเริ่มมาจากระหว่างพักครึ่ง ก่อนผู้เล่นทั้งสองทีมลงมาดวลกันอีก 45 นาที ตอนออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วยืนรอเวลากันอยู่นั้น คาริม เบนเซม่า พูดอะไรบางอย่างกับ แฟร์กล็อง เมนดี้ เพื่อนร่วมทีม ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสเหมือนกัน
"อย่าไปส่งบอลให้มันนะเว้ย สาบานด้วยชีวิตแม่ฉันเลยว่า เขาจะทำให้พวกเละเทะกันหมด"
แรกทีเดียวไม่รู้เหมือนกันว่า เบนเซม่า หมายถึงใครกันแน่ แต่พอลองสุ่มคำตอบไม่น่ายากเลย วินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งเล่นตัวรุกฝั่งซ้าย อยู่ข้างหน้า เมนดี้ ที่ประจำการแบ็กนั่นแหล่ะ
เข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า เพราะเหตุใด เบนเซม่า ถึงหงุดหงิดรุ่นน้องที่ต้องประสานงานกันในแนวรุก
วินิซิอุส ติดนิสัยชอบเลี้ยงบอลพาขึ้นไปข้างหน้าด้วยตัวเอง บางจังหวะควรจะส่งให้เพื่อน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งดีกว่าก็ไม่สนใจ มุทะลุจะทำอย่างตั้งใจ สุดท้ายก็เสียบอล ปล่อยโอกาสได้ประตูหลุดลอย
นานๆมาทีไม่เท่าไร แต่นี่บ่อยหนจนมันชักน่ารำคาญ บางจังหวะสปีดมาเต็มที่ ก็กลายเป็นว่าวิ่งมาเสียแรงฟรีอีก
แล้วภาพจากกล้องวงจรปิด ก็เห็นกันอยู่ว่า วินิซิอุส เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ยืนอยู่ไม่ห่างเท่าไร น่าจะพอสังเกตุหรือจับสถานการณ์ได้เหมือนกัน
ตอนนั้นสื่อหลายสำนัก ต่างพุ่งเป้ามายัง เบนเซม่า ทำอย่างนี้ดูไม่เหมาะสมนัก เป็นรุ่นใหญ่ ใจต้องนิ่งสักหน่อย ไม่ใช่คอยว่ารุ่นน้องลับหลัง ที่สำคัญมีปัญหาอะไร ควรทำความเข้าใจกับ วินิซิอุส เองเลย
อย่างไรก็ตามนี่อาจจะเป็นอารมณ์ตามปกติของพวกแข้งอาชีพก็เป็นได้ แบบว่าบางทีมีพูดในลักษณะนี้กัน "ไม่ต้องไปส่งให้มันนะ โคตรขี้เลี้ยงเลย" แต่บังเอิญพอพลาดมาออกสื่อ หลักฐานชัดมัดจนดิ้นไม่หลุด เลยกลายเป็นเหตุบานปลาย
ภายหลังมีข่าวว่า เบนเซม่า ได้มาขอโทษรุ่นน้องเรียบร้อย ซึ่งทุกอย่างราบรื่นดี มีการปรับความเข้าใจกัน อย่างน้อย วินิซิอุส ก็มักให้สัมภาษณ์ในแง่บวกเสมอ ไม่เคยคิดจะปีนเกลียวเลย
บ่อยครั้งที่เขากล่าวถึง เบนเซม่า ในเชิงยกย่อง ร่วมงานกันถือเป็นโอกาสดีสำหรับเรียนรู้เพื่อพัฒนาต่อไป
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริดด้วยค่าตัวเหยียบ 50 ล้านยูโรในปี 2018 ก็ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก อาจเพราะอายุยังน้อย แบกความหวังระดับสูงคงลำบาก
ลองนึกภาพเด็กหนุ่มที่อายุเพิ่งครบ 18 ปี ต้องจากบ้านเกิดที่บราซิล มาอาศัยในประเทศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งอากาศ อาหาร วัฒนธรรมมากมาย ไหนจะภาษาที่ไม่เหมือนกันอีก ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร
แม้จะเป็นคนมีนิสัยเชื่อมั่นตัวเองสูง แต่เมื่อเจออุปสรรคอย่างนี้เข้า ยังไงก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย
ช่วงแรกเป็นตัวสำรองส่วนใหญ่ แต่ด้วยความที่ซ้อมดีมาก จนสร้างความประทับใจให้กับกุนซือและสต๊าฟฟ์ เขาจึงมีชื่ออยู่เสมอ ต่อให้เป็นแค่สำรองก็ตาม
อีกทั้งอายุยังน้อยมากจริงๆ ยังมีลู่ทางสำหรับพัฒนาปรับปรุงฝีเท้าได้อีกมาก เพราะพื้นฐานอื่นพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่อยู่ในเลเวลนักวิ่งระยะสั้นหรือสปรินเตอร์ รวมถึงสกิลอันยอดเยี่ยม เหมือนเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมา
3 ฤดูกาลแรกยิงรวมกัน 15 ประตูทุกรายการ ส่วนแอสซิสต์ทั้ง 22 ซึ่งจะว่าไปก็ยังน้อยอยู่ดี เมื่อดูจากจำนวนนัดและนาทีที่อยู่ในสนาม
กระทั่งการมาของ คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์คนใหม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดหักเหสำคัญ
จากตัวรุกริมเส้นที่ชอบเลี้ยง ชอบลุยดุ่ยๆไปข้างหน้า เหมือนไม่ค่อยมีจุดหมายหรือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เขาเปลี่ยนวิธีการอย่างน่าทึ่ง
เมื่อรู้ว่ามีจุดแข็งคือความเร็วที่เหนือกว่าพวกกองหลังฝั่งตรงข้าม จึงใช้จุดนี้โจมตี ขณะเดียวกันก็พยายามสอดสายตามองหาเพื่อนร่วมทีม หากจังหวะไหนมองแล้วว่าตันแน่ๆ มีโอกาสเสียบอลสูง ก็ไม่ดึงดัน พร้อมส่งคืนหลังมาตั้งใหม่
ในขณะเดียวกัน วินิซิอุส เปิดเผยว่า อันเช่ นี่แหล่ะช่วยเสริมสร้างความมั่นให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความสงบ เยือกเย็น อันเป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญ
"ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้เลย ที่ความเร็วของผมจะสามารถผสานกับความเยือกเย็นได้ด้วย"
นั่นหมายความว่าสมัยก่อน เวลาที่ใช้ความเร็วหรือกำลังสปีด วินิซิอุส มักไม่ได้คิดตามไปด้วย บางครั้งไม่ได้ตัดสินใจด้วยซ้ำ ช็อตต่อไปควรทำอะไร
แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า เขามีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้มา 3 ปีเต็ม
การเปิดใจรับฟังคำแนะนำ บวกด้วยพลังเชื่อมั่นที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ไหนจะได้อยู่เคียงข้างพวกแข้งมากประสบการณ์ เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ
แทบทุกอย่างจึงดูลงตัวเหลือเกินสำหรับ วินิซิอุส จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ผลงานในซีซั่นนี้ ดูดีผิดหูผิดตาไปจาก 3 ฤดูกาลก่อน
-----------------
กรกฏาคมนี้ วินิซิอุส จูเนียร์ จะได้เป่าเทียนบนเค้กหน้าวันเกิด ฉลองครบรอบ 22 ปีของเขา
ว่าไปแล้วอายุยังน้อยมากๆ แต่ชั่วโมงบินในสีเสื้อของเรอัล มาดริด เข้าสู่ฤดูกาลที่ 4 แล้ว มันทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้นอีก
ฤดูกาลนี้ วินิซิอุส ก้าวขึ้นเป็นแกนหลักเต็มตัว ลงเล่นแทบจะครบ 90 นาทีในแต่ละเกม ไม่ค่อยโดนเปลี่ยนออก ด้วยผลงานอันมหัศจรรย์ นับถึงปัจจุบัน 21 ประตู 20 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 50 นัด
เกมล่าสุดที่เปิดซานติอาโก้ เบร์นาเบวถล่มเลบันเต้ 6-0 วินิซิอุส รับบทพระเอก ตะบันแฮตทริก ขโมยซีนจาก คาริม เบนเซม่า ที่ยิงทาบสถิติ ราอูล กอนซาเลซ ขึ้นแท่นเบอร์สองตลอดกาลและ ลูก้า โมดริช ซึ่งโชว์แอสซิสต์แฮตทริก
มันเป็นการย้ำน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้เด็กหนุ่มจากบราซิลเข้าไปอีก ไม่มีอะไรต้องกังขาน่าสงสัยอีกต่อไป ผลงานรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยองค์ประกอบอย่างที่ว่าเอาไว้ไม่มีผิด
ส่วนรอยร้าวกับ เบนเซม่า ไม่หลงเหลืออีกต่อไป ความสัมพันธ์แนบแน่นกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ จากการทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ยกระดับเป็นคู่แนวรุกที่อันตรายเบอร์ท็อปยุโรปในเวลานี้
มูลค่าของ วินิซิอุส ถูกประเมินไว้ว่าอยู่ที่ระหว่าง 100-120 ล้านยูโร มากกว่าเดิมตอนที่ซื้อมาจากฟลาเมงโก้เกินเท่าตัวเมื่อปี 2018
ส่วนสัญญาฉบับปัจจุบันที่เหลือถึงปี 2024 หรืออีกแค่ 2 ปีเท่านั้น ก็ได้รับการคาดหมายว่าจะเกิดการเจรจาเพื่อขยายออกไปในไม่ช้าและอาจมีเรตถึง 400,000 ยูโรต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
ทั้งหมดมาจากผลงานที่ยอดเยี่ยมนั่นแหล่ะ เหล่านี้คือรางวัลที่เหมาะสมสำหรับการตอบแทน
ที่สำคัญประตูสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์คนใหม่ กำลังเปิดอ้าให้เดินผ่านเข้าไปแล้ว
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment