breadcrumb symbol ข่าว

[ #แก้ปัญหาแบบเปแอสเช ]

อัพเดตเมื่อ : May 20, 2022 3:11am โดย : admin

ซัมเมอร์ 2017 เกิดดีลประวัติศาสตร์ สั่นสะเทือนโลกฟุตบอลรุนแรงที่สุดเมื่อ เนย์มาร์ ย้ายจากบาร์เซโลน่าสู่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร
นี่คือค่าตัวนักฟุตบอลอาชีพสูงสุด เป็นการจ่ายค่าฉีกสัญญาทำตามเงื่อนไขทุกประการ โดยที่บาร์ซ่าไม่คาดคิดจะมีทีมไหนบ้าเลือดเดือดดาลยอมจ่ายขนาดนี้
ในเมื่อเปแอสเชสยอมจ่ายและ เนย์มาร์ เองก็มีความปรารถนาแรงกล้าจะย้าย ต่อให้ไม่อยากขาย บาร์ซ่าก็คงทำอะไรไม่ได้มากกว่าทำใจ มองตาปริบๆเห็นนักเตะคนสำคัญจากไป พร้อมเสียหน้าอีกต่างหาก
พวกเขาอาจจะได้เงินก้อนโตก็จริง แต่ในความรู้สึกแล้วถูกลบเหลี่ยมความเป็นทีมใหญ่ เหมือนตอนเสีย หลุยส์ ฟิโก้ ให้เรอัล มาดริดเมื่อปี 2000
แฟนๆเปแอสเชต้อนรับ เนย์มาร์ อย่างยิ่งใหญ่มาก นับพันคนไปรอบริเวณหน้าโรงแรมหรูรัวยาล มงโซ่ ในเขต 8 ของกรุงปารีส ซึ่งอยู่ใกล้ถนนสายดังช็องส์-เซลีเซ่ส์และประตูชัยอาร์ก เดอ ทริออมฟ์ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองหลวง
พวกเขาต่างตื่นเต้นที่ได้เห็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นๆของโลกย้ายมาร่วมทีม นี่คือแข้งซึ่งถูกคาดหมายว่าจะก้าวชิงบัลลังก์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ในอนาคตอันใกล้
ในขณะเดียวกันพวกนักข่าวก็สนุกกับการค้นหารายละเอียดของสัญญา ซึ่งเซ็นกันยาว 5 ปีเต็ม ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เชื่อว่าหากความจริงปรากฎคงเป็นที่ฮือฮาแน่นอน
Corriere dello Sport สื่อจากฝั่งอิตาลี อ้างว่าได้ข้อมูลระดับเอ็กซ์คลูซีฟมา เปิดเผยสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับ เนย์มาร์ ที่ทางเปแอสเชยินดีมอบให้โดยเฉพาะ
1.เนย์มาร์ มีอิสระในการเล่นเกมรุกตามอำเภอใจ ไม่ต้องสนใจลงมาช่วยเกมรับ เหมือนพวกตัวรุกอื่น
2.ห้ามเพื่อนนักเตะเข้าสกัดหนักใส่ตอนซ้อมอย่างเด็ดขาด รวมทั้งอย่าพยายามสร้างความอึดอัดใจต่อซูเปอร์สตาร์รายนี้
3.ทางสโมสรจัดนักกายภาพบำบัดส่วนตัวให้ดูแล เนย์มาร์ เป็นพิเศษ 2 คน ก่อนหน้านั้นมีแค่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เคยได้รับสิทธิเช่นนี้
4.เนย์มาร์ ยังสามารถใช้ข้าวของเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีโลโก้แบรนด์อื่นติดอยู่ ผิดไปจากแข้งที่เหลือ จะถูกกำหนดเป็นกฎอย่างชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของสโมสรเท่านั้น
5.ฤดูกาลแรก เนย์มาร์ จะแชร์ เอดินสัน คาวานี่ สังหารจุดโทษแบบคนละครึ่ง ไปตกลงกันเอา ส่วนซีซั่นถัดไปจะเหมาคนเดียวเลย
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือข้อมูลจริงมากน้อยแค่ไหน แต่ครั้งหนึ่ง ซลาตัน เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนเซ็นสัญญากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงในปี 2012 รู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะได้รับอภิสิทธิ์มากมาย แค่เขียนใส่กระดาษบอกไป ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้รับการตอบสนอง
เช่นวันหยุดเพิ่มพิเศษ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไว้ใช้งานหรืออะไรต่อมิอะไรอีกเพียบ
ขณะเดียวกันเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ยังมีการเปิดเผยเงื่อนไขอภิมหาพิเศษของ เนย์มาร์ เพิ่มมาอีก
หากเขามีความประพฤติดีงาม ปฏิบัติตามข้อระเบียบต่างๆที่สโมสรกำหนดไว้ จะได้รับเงินโบนัสมูลค่า 500,000 ยูโรต่อเดือน
1.มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนบอล ทั้งก่อนและหลังจบเกม ทักทายยิ้มแย้มแจ่มใส ปรบมือให้เป็นการขอบคุณ
2.หยุดวิจารณ์เรื่องแท็คติกของทีมกับทางสื่อ ให้อยู่นิ่งไว้ ต่อให้ไม่พอใจก็ตาม
3.อย่าพูดให้ร้ายหรือแง่ลบของสโมสร ต่อหน้าสาธารณะ
4.มาซ้อมและรายงานตัว ให้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้
ไม่แน่ใจอีกเช่นกันว่า นี่เป็นความจริงหรือเปล่า แต่หากจริงขึ้นมาก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลกอะไร สำหรับทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง
เพราะคำให้การของ อิบรา เรื่องอภิสิทธิ์ รวมถึงสิ่งที่ โธมัส ทูเคิ่ล อดีตกุนซือเคยให้สัมภาษณ์ผ่านทาง Sport1 มันน่าจะช่วยเพิ่มน้ำหนักในเรื่องนี้
ทูเคิ่ล เคยเปิดใจในทำนองว่า ไม่รู้สึกเหมือนเป็นเทรนเนอร์เลยเมื่อทำงานที่นี่ บทบาทคล้ายเป็นพวกรัฐมนตรีกีฬามากกว่า อาจอยากสื่อสารว่าหลุดไปเล่นเกมการเมือง รวมทั้งต้องเอาอกเอาใจผู้เล่นบางคนมากเกินจำเป็น
หลังจากนั้นไม่นาน ทูเคิ่ล ก็โดนเชือดสังเวยพ้นตำแหน่ง โทษฐานวิจารณ์สโมสรในแง่ลบ
เมื่อเอาเรื่องราวมาปะติดปะต่อกัน หลายคนอาจเห็นภาพวิธีการบริหารในแบบปารีส แซงต์ แชร์กแมงกันชัดยิ่งขึ้น
---------------------
หนึ่งในดีลที่ตกอยู่ท่ามกลางความสนใจของแฟนบอลทั่วโลกในซัมเมอร์นี้คือการตัดสินใจของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
เขาจะตกลงต่อสัญญากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงหรือเปิดหมวกอำลาไปสวมยูนิฟอร์มเรอัล มาดริด แบบฟรีเอจ้นท์ไม่มีค่าตัว
เอ็มบั๊ปเป้ แย้มเอาไว้ให้ได้ยินทั่วกันว่า อีกไม่นานคำตอบจะถูกเฉลย หัวใจกองเชียร์ทั้งสองฝั่งน่าจะเต้นตึกตักอย่างระทึก
วัดจากกระแสข่าว คล้ายว่ามาดริดจะกุมความได้เปรียบเอาไว้ มั่นใจว่าปิดจ็อบสำเร็จแน่นอน
ในขณะที่เปแอสเชไม่ยอมแพ้ แสดงให้เห็นว่าจริงจังจริงใจกับ เอ็มบั๊ปเป้ มากขนาดไหน ถึงขั้นปฏิเสธข้อเสนอ 200 ล้านยูโรเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แม้นักเตะจะเหลือสัญญาแค่ปีเดียว ไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะขยายออกไป เสี่ยงต่อการเสียฟรีสูงก็ตาม
วิธีการมัดใจ เอ็มบั๊ปเป้ ของผู้บริหารคือ การทุ่มทุกอย่างเท่าที่จะให้ได้ เริ่มจากเงินค่าจ้าง 1,000,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ รวมแล้วฟันนิ่ม 4 ล้านต่อเดือน
ไหนจะได้โบนัสหรือเงินเซ็นกินเปล่าเอาไปเลย 100 ล้านยูโร แค่จดปากกาสะบัดลายเซ็นเท่านั้นเอง
นี่คือตัวเลขที่น่าตกใจมาก แต่สื่อหลายสำนักนำเสนอมา เหมือนว่ากำลังทิ้งไพ่ใบสุดท้าย เพราะมั่นใจเรอัล มาดริดไม่จ่ายงามอย่างนี้แน่นอน
ล่าสุดจากเอล เชริงกิโต้ ซึ่งเป็นสื่อที่โปรราชันชุดขาวแบบเต็มๆ อ้างว่าผู้บริหารของปารีสฯ ที่ยังเหลือไพ่ใบสุดท้ายจริงๆอีก เตรียมปล่อยหมัดเด็ด ด้วยข้อเสนอให้ เอ็มบั๊ปเป้ เป็นคนเลือกกุนซือและนักเตะได้เองเลย
ใครได้ยินเข้าคงสงสัยว่าจะเป็นจริงหรือ นี่มันบ้าไปแล้วชัดๆ ให้นักเตะเลือกบอสเองและตัดสินใจว่าจะให้ใครอยู่ในทีมบ้าง รับรองเลยว่ารอวันพังครืนลงมา
แต่ด้วยความที่เปแอสเช มักจะใช้วิธีการดึงดูดใจในลักษณะนี้ ยื่นข้อเสนออภิสิทธิ์ให้พวกซูเปอร์สตาร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะมีบางคนเชื่อ
อย่างที่รู้กันปารีสฯพยายามก้าวเป็นเบอร์หนึ่งของยุโรปให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตามและความพ่ายแพ้เรอัล มาดริดในรอบ 16 ทีมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เหมือนหนามทิ่มแทงใจ นาสเซอร์ เอล เคไลฟี่ บอสใหญ่เหลือเกิน
ทว่าแนวทางหรือนโยบายที่เป็นอยู่ มีโอกาสทำให้ทีมพังลงได้เลย ทั้งโครงสร้างการปกครองและการเงิน รวมถึงไม่มีใครอยากเสี่ยงมาเป็นกุนซือหรอก
ไม่ว่าจะเป็นเคสของ เนย์มาร์ หรือ เอ็มบั๊ปเป้ ฟ้องชัดแล้วว่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมงให้ความสำคัญกับตัวบุคคล มากกว่ามองภาพรวมของทีม ซึ่งต่างจากหลายสโมสรที่ให้ความสำคัญทัดเทียม มองเห็นค่าของนักเตะประเภทปิดทองหลังพระ
แล้วถ้า เอ็มบั๊ปเป้ เลือกไปเรอัล มาดริดจริงขึ้นมา พวกเขาจะได้รับบทเรียนว่า เงินไม่อาจบันดาลทุกอย่างได้เสมอไป
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment