breadcrumb symbol ข่าว

[ #ปฏิวัติใหญ่ของจริง ]

อัพเดตเมื่อ : June 03, 2022 3:03am โดย : admin

เมื่อวันอังคารแมนฯยูไนเต็ดประกาศแยกทาง ปอล ป็อกบา ตามด้วย เจสซี่ ลินการ์ด 2 แข้งที่หมดสัญญาและไม่มีการขยายเพิ่ม
จากนั้นวันพุธเป็นคิวของ ฆวน มาต้า ซึ่งอยู่ในสถานะเดียวกัน นั่นคือสัญญาครบเทอม แล้วไม่ได้ไปต่อ
คาดว่าอีกไม่นานทั้ง เนมานย่า มาติช และ เอดินสัน คาวานี่ ก็น่าจะได้กล่าวคำอำลาอย่างเป็นทางการด้วย
มาติช ยังเหลือสัญญาค้างอีกปีก็จริง แต่เขายืนยันชัดเจนไว้แล้ว มีการคุยกับสโมสรพร้อมได้ข้อตกลงว่า จบฤดูกาลนี้ขอแยกทางด้วยดี
ส่วน คาวานี่ ถึงแก่กาลเหมาะสมแล้วกับ 2 ปีในสีเสื้อปีศาจแดง ไม่มีเหตุผลต้องอยู่ต่อไป สถานการณ์มันบ่งบอกในตัวแล้ว คงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
พอระบายถ่ายเทพวกกลุ่มที่หมดและยกเลิกสัญญาเรียบร้อย ขั้นตอนต่อมาคือปล่อยกลุ่มที่ไม่อยู่ในแผนการสร้างทีมแห่งอนาคตออกไป
เชื่อว่า เอริก เทนฮาก น่าจะทำการบ้านมาเรียบร้อยแล้ว ว่าใครควรอยู่ทีมของตนและใครบ้างที่ต้องเก็บเสื้อผ้าย้ายไปเล่นที่อื่น
แข้งที่อยู่ในข่ายมีไม่น้อยเลยตั้งแต่ ดีน เฮนเดอร์สัน , อารอน วาน-บิสซาก้า , อเล็กซ์ เตลลีส , ดีโอโก้ ดาโลต์ , เอริก ไบยี่ , ฟิล โจนส์ และ อ็องโตนี่ มาร์กซียาล
ฉะนั้นนับแบบคร่าวๆ จะมีนักเตะที่ออกจากทัพแมนฯยูไนเต็ดในซัมเมอร์นี้เกือบ 10 คนเลยทีเดียว
สื่ออังกฤษบางสำนัก วิเคราะห์กันว่านี่เป็นเหมือนการปฏิวัติของ เทนฮาก อย่างแท้จริง เพราะมองเห็นกันอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า หลังจากที่ปล่อยคาราคาซังมาหลายปี
ว่ากันตามตรงผู้เล่นหลายคนควรจะถูกปล่อยไปตั้งแต่ 2-3 ปีก่อนแล้ว ซึ่งเป็นยุคแรกที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุม
แต่หากใครยังจำกันได้ ตอนได้สัญญาถาวร โซลชา เปิดใจไว้ถึงแผนในอนาคตว่า ต้องการจะยึดแข้งที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่เป็นหลักของทีม
พร้อมทั้งเอ่ยชื่อ ปอล ป็อกบา และ เจสซี่ ลินการ์ด ขึ้นมาให้สื่อได้ยิน ยืนยันว่าสองคนนี้จะเป็นแกนของทีม เมื่อบวกกับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ , อักเซล ทวนเซเบ้ , มาร์คัส แรชฟอร์ด , เมสัน กรีนวู้ด รวมถึง ดีน เฮนเดอร์สัน จะเตรียมดึงกลับมาจากให้ทีมอื่นยืม
โซลชา จึงมีภาพอยู่ในหัวแล้ว ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก หากมองดูพื้นภูมิของเขา
ต้องไม่ลืมว่า โซลชา ย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดในปี 1996 ซึ่งเป็นช่วงปีศาจแดงเกรียงไกรยิ่งใหญ่และได้สัมผัสถึงวิถี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการทำทีมหรือรูปแบบต่างๆ
ช่วงนั้นเองที่บรรดานักเตะจากทีมเยาวชนเติบใหญ่ ปีกกล้าขาแข็งเต็มที่ ถูกดันขึ้นมาในทีมซีเนียร์ พร้อมทั้งฝากผลงานอันน่าปลาบปลื้มเอาไว้
เราได้เห็นปรากฎการณ์จาก เดวิด เบ็คแฮม , พอล สโคลส์ , นิคกี้ บัตต์ แกรี่ และ ฟิล เนวิลล์ สองศรีพี่น้อง โดยที่ก่อนหน้ามี ไรอัน กิ๊กส์ มาปูทางไว้เรียบร้อย
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกหรอกที่ โซลชา จะรู้สึกประทับใจ อินเนอร์ไปกับนักเตะคลาสออฟ 92 แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้ถูกบ่มเพาะมาจากอะคาเดมี่ของทีม แต่มาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงซัมซับได้อย่างดี แล้วมาช่วยต่อยอดความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิ
อีกทั้ง เฟอร์กี้ มีอิทธิพลกับ โซลชา มากเหลือเกิน เขามอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้เจ้านายคนนี้มาตลอด
ตอนเกษียณจากค้าแข้งใหม่ๆ ก็เป็น เฟอร์กี้ นี่แหล่ะที่มาช่วยแนะนำให้หันไปเอาดีทางงานโค้ช ลงคอร์สเรียนเพื่อไลเซนส์สำหรับทำงาน แล้วไม่นานก็มาเป็นสต๊าฟฟ์อยู่ในทีมเยาวชน ก่อนไต่ไปตามระดับ ชนิดที่ว่ามีแววเลยแหล่ะ
แล้วยังเชื่อกันว่า อดีตบอสคนนี้แหล่ะ ที่ยังให้การสนับสนุนผลักดันจนกระทั่งมาเป็นกุนซือรักษาการณ์ในโมงยามแห่งวิกฤต แล้วทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเกินกว่าที่คาดไว้ เลยได้รางวัลตอบแทนเป็นสัญญาถาวร
อย่างไรก็ตามเมื่อโลกหมุนไปข้างหน้า มีการเปลี่ยนแปลงมากมายระหว่าง 2 ข้างทาง บางครั้งการนำความสำเร็จในอดีต มาเป็นไม้บรรทัดวัดปัจจุบัน มันอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เมื่อ โซลชา มั่นใจ ป็อกบา และ ลินการ์ด นั่นหมายถึงการเปิดประตูให้หายนะเข้าบ้านอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ด้วยความที่ยึดมั่นถือมั่นกับความคิดตัวเองมากเกินไป โดยเฉพาะการบริหารจัดการนักเตะ สุดท้ายเขาก็อยู่ไม่ได้ เป็นฝ่ายต้องโดนเชือดเซ่นผลงานอันน่าผิดหวัง
ถามว่า ป็อกบา , ลินการ์ด , แม็คโทมิเนย์ หรือ แรชชี่ ช่วยอะไรได้บ้างหรือเปล่าล่ะ? เราต่างไม่ต้องการคำตอบหรอก เพราะต่างก็รู้กันแล้ว
ในขณะเดียวกันการขยายสัญญา มาต้า ด้วยเหตุผลนักเตะมีประโยชน์ในห้องแต่งตัว เป็นคนเฟรนด์ลี่ย์ มันสะท้อนแล้วว่าผิดเป้าหมาย ที่ควรวัดจากฟอร์มในสนามก่อน
มาติช ก็เช่นเดียวกันในวัยที่ร่วงโรยและคุณไม่ได้คิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง ก็ควรปล่อยออกไป ไม่ใช่ยื้อให้อยู่อีก
หนักสุดเห็นจะเป็น ไบยี่ ซึ่งงอแงจะย้าย เพราะไม่ค่อยได้ลงเลย แต่คุยกันอีท่าไหนไม่รู้ ลงเอยด้วยการต่อสัญญาเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน
เช่นเดียวกันดิ้นรนไปดึง เฮนเดอร์สัน กลับมาเฝ้าเสา สลับเอาลงตัวจริงกับ ดาบิด เด เคอา สร้างความสับสนให้ทั้งสองคนไม่พอ ยังเป็นการทำลายอนาคตนักเตะที่ควรได้ย้ายด้วย
เพราะบทสรุปที่เห็น คุณก็ต้องส่ง เด เคอา ลงทำหน้าที่เป็นนายด่านอยู่ดี แต่กลับไปสร้างเรื่องให้ใหญ่โตอย่างไม่จำเป็น
นอกจากความสามารถไม่ถึงขั้นคุมแมนฯยูไนเต็ดแล้ว โซลชา ยังไม่กล้าตัดสินใจแบบเด็ดขาด สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบเอง
เทนฮาก เองย่อมมีข้อมูลเหล่านี้หมดแล้ว เมื่อได้ดาบอาญาสิทธิ์ มีอำนาจเต็มตามบทบาท จึงจัดการใช้อย่างไม่ลังเล
นักเตะคนไหนไม่ต้องการ ก็ปล่อยออกเลย อย่ามัวมองแค่ว่ามีเยอะไว้ก่อน เผื่อเหลือเผื่อขาดจะเป็นประโยชน์กับตนมากกว่า ซึ่งความจริงแล้วอาจไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป
นี่แค่งานหน้าบ้านเองที่ต้องสะสาง ส่วนหลังบ้านก็มีการบ้านกองโตต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน ซึ่งดูแล้วหนักกว่าด้วย
ราล์ฟ รังนิก ตัดสินใจเดินจากไปเอง หลังได้คุยโทรศัพท์กับ เทนฮาก 2 ชั่วโมงครึ่ง พร้อมทั้งยอมรับว่านี่น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
เชื่อกันว่ากุนซือดัตช์อยากจะทำทีมตามแนวทางที่วางไว้แล้ว ฉะนั้นคนที่เข้ามาร่วมงานกัน ก็ต้องมีความคิดหรือวิถีที่ใกล้เคียง เพื่อให้เดินไปข้างหน้าอย่างราบรื่น ไม่มีการปัดแข้งปัดขากันอีก
แม้นักเตะขาเข้าจะดูเชื่องช้า ไม่ถูกใจสาวกสักเท่าไร แต่ต้องทำความเข้าใจว่า การจะเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่ไม่ง่ายหรอก โดยเฉพาะเมื่อคุณคือแมนฯยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตามการเคลียร์พวกนักเตะที่คิดว่าเป็นส่วนเกินออกอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องยื้อหรือซื้อเวลาอีก น่าจะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
ดีหรือไม่ ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ ไม่มีใครตอบได้หรอก
แต่จากที่ผ่านมา ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ทางออกคือต้องกวาดล้างบ้านครั้งใหญ่เท่านั้น ไม่มีทางเป็นอื่นได้เลย
หากจะเรียกว่าปฏิวัติก็ไม่ว่ากันหรอก
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment