breadcrumb symbol ข่าว

"5 ประเด็นหลังเกมไทย ยู-23 แพ้เกาหลีใต้"

อัพเดตเมื่อ : June 09, 2022 3:13pm โดย : ส่างปา

   คอลัมน์ที่จะหยิบยก 'ประเด็น' ของฟุตบอลไทย มาเป็นข้อๆ โดย 'ส่างปา' เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจที่จะชำแหละเรื่องต่างๆ ให้คุณผู้อ่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกัน
   วันนี้เขาจะมาเขียนถึงประเด็นน่าสนใจหลังการแข่งขันที่ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน หลังตกรอบแรก เอเชียน คัพ 2022 เพราะปราชัยให้เกาหลีใต้ 0-1
 

[ 1 ] ใช้ความสดบด - ไม่เวิร์ก
 
   รายชื่อ 11 ผู้เล่น คนแรกที่ออกมาทำเอาแฟนฟุตบอลชาวไทย งงเป็นไก่ตาแตก เพราะมีการเปลี่ยนนักเตะชุดตัวจริงเยอะมาก
    ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, เบนจามิน เดวิส และ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร, วันชาติ ชูสงค์ ถูกระบุว่าร่างกายไม่สมบูรณ์ ขณะที่ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ก็เป็นเพียงตัวสำรอง
   โดยเฉพาะในรายของ ศุภณัฏฐ์ กับ วันชาติ นั้นไม่มีชื่อแม้กระทั่งบนม้านั่งสำรอง
   โดยนัดนี้ 'โค้ชโย่ง' วรุวธ ศรีมะฆะ ส่ง ทรงชัย ทองฉ่ำ กับ ปุรเชษฐ์ ทอดสนิท ที่ไม่ได้เล่นเลยสักวินาทีใน 2 เกมแรก ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง
   ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ที่ปกตินั้นเป็นตัวสำรอง แต่ได้ลงสนามตั้งแต่นาทีแรกคือ  แพทริก กุสตาฟส์สัน, สิทธิโชค ภาโส และ จักรกริช พาละพล
   จากการจัดทัพ น่าจะเป็นเพราะรู้ดีว่าเกาหลีใต้ เป็นทีมที่โดดเด่นในเรื่องของพละกำลัง ดังนั้นจึงต้องใช้ผู้เล่นที่มีร่างกายสมบูรณ์ที่สุดเข้าสู้
   แต่ผลที่ออกมานั้นไม่เป็นไปดั่งหวัง ยังคงเป็นทีมโสมขาวที่บดขยี้อย่างหนักหน่วงในครึ่งแรก โดยที่มีเปอร์เซ็นต์การครองบอลห่างกันลิบลับ
   พอโดนนำ 1-0 และรู้ว่าแท็กติกที่เตรียมมานั้นไม่เวิร์ก ว่าแล้วก็เลยเปลี่ยนตัวตั้งแต่นาทีที่ 40 ซึ่งรูปเกมก็ค่อยๆ ดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นรองอยู่พอสมควร

[ 2 ] มาตรฐานยังห่างไกล
   ความเข้าใจของผู้เล่นระหว่างไทย กับเกาหลีใต้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรื่องทักษะอาจจะไม่ทิ้งกันมาก แต่พอการเล่นร่วมกันของนักเตะ ต้องยอมรับว่าทีมนักรบแดกึกทำได้ไหลลื่นกว่าเยอะ
   เอาแค่เรื่องการวิ่งบีบพื้นที่ก็ห่างกันคนละชั้น เพราะนักเตะไทย ไม่เพรสซิ่งกันเป็นทีม ผิดกับทัพโสมขาวที่ขยับกันอย่างมีแบบแผน เกมรับก็ช่วยกัน เกมรุกก็โล้ตามกันไป ตรงจุดนี้คือ 'ความเข้าใจ' กันในทีม
   ดังจะเห็นได้ระหว่างการแข่งขันว่าเวลาที่ทีมช้างศึกพยายามเพรสซิ่ง แต่ก็ถูกคู่แข่ง 'แกะ' ออกมาได้เกือบทุกครั้งไป
   เปอร์เซ็นต์การครองบอล (60 ต่อ 40) และโอกาสยิงประตู (14 ต่อ 5) ก็สะท้อนให้เห็นว่าไทย ยังห่างไกลกับคู่แข่งทีมนี้อยู่มากมาย
   นี่ขนาดว่าเกาหลีใต้ ไม่ได้ใช้ผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดด้วย เพราะมีผู้เล่นที่อายุไม่ถึง 23 ปี ถูกดันสู่ทีมชาติชุดใหญ่หลายราย ไม่ว่าจะเป็น เชือง วู-เยือง เพลย์เมเกอร์จาก ไฟร์บวร์ก (เยอรมัน), ซง มิน-คยู แนวรุก ชนบุค ฮุนได มอร์เตอร์ส และ อุม วอน-ซัง ปีกของ อุลซาน ฮุนได ที่ต้องติดมาด้วย
   นี่คือบทเรียนอันล้ำค่าว่าการที่นำนักเตะจากทั่วสารทิศเข้ามาเล่นด้วยกัน แต่ไม่มีเวลาในการเตรียมทีม ต่อให้ผู้เล่นเหล่านั้นมีความสามารถเฉพาะตัวสูงเพียงใด แต่ถ้า 'ระบบ' ไม่ลงตัว ทุกอย่างก็ยากที่จะเดินหน้าไปต่อได้
   

[ 3 ] ไร้ความสร้างสรรค์ในเกมรุก
   เข้าใจได้ว่าการเผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ ที่มาตรฐานสูงกว่ามาก แถมไทย ยังถูกเพรสซิ่งอย่างหนักหน่วง มันเลยทำให้โอกาสในการต่อบอลถูกลดทอนลงไป
   แต่ครึ่งหลัง สิ่งที่เห็นชัดเจนเลยคือแท็กติกเดียวของทีมช้างศึกคือการให้ โจนาธาน เข็มดี สาดบอลยาวจากแดนหลังไปลุ้นเอาข้างหน้า
   ผลที่ออกมาก็โดนเกาหลีใต้ เก็บกินได้แทบทุกครั้ง แม้ว่า อชิตพล คีรีรมย์ ศูนย์หน้าที่ถูกส่งลงมาในช่วงท้ายครึ่งแรกจะรูปร่างฟัดกับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟทีมโสมขาวได้ แต่ก็ไม่สามารถเก็บบอลเพื่อให้เพื่อนเล่นต่อได้เลย
   3 ผู้เล่นหลักที่ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง ทั้ง ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ที่ฟอร์มเจิดจรัสจากเกมชนะมาเลเซีย ก็เงียบสนิท ขณะที่ เบนจามิน เดวิส ก็แทบไม่ได้ลากเลื้อย เช่นเดียวกับ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ที่ไม่สามารถแบ่งเบาภาระของ กฤษดา กาแมน ได้เลย
   พอบรรดาแนวรุกพากันฝืดเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยชัยชนะของเกาหลีใต้

[ 4 ] เอกนิษฐ์ ยังเหมือนเดิม
   แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักในระยะหลัง ทว่า เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็ยังได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นอีกครั้ง ที่ผลงานของเขาก็ยังไม่สามารถตอกกลับข้อติติงเหล่านั้นได้เลย
   อาจจะครองบอลหรือเก็บบอลได้ก็จริง แต่ภาพรวมของแนวรุกจาก เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่สามารถพลิกเกมได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง มีเพียงจังหวะเดียวที่ทำได้ดีคือการชิ่งให้ อชิตพล คีรีรมย์ หลุดเดี่ยวไปยิงเท่านั้น
   ส่วนที่เหลือยังคงเป็นภาพเดิมๆ ที่คุ้นเคยในระยะหลัง

[ 5 ] มิคเคลสัน อนาคตของชาติ
   ท่ามกลางความกดดันจากเกาหลีใต้ ที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่ยั้ง ยีงมี 'แสงสว่าง' ที่เปล่งประกายอยู่ทางฟากขวาของทัพช้างศึก
   นิโคลัส มิคเคลสัน ยังรักษามาตรฐานของตนเองได้ดีเยี่ยม
   เกมรับเหนียวแน่น ไม่มีหลุดตำแหน่ง แข็งแกร่ง และแทบไม่ปล่อยให้ผู้เล่นเกาหลีใต้เลี้ยงผ่านได้เลย ทั้งยังแย่งบอลได้หลายต่อหลายหน
   เหลี่ยมฟุตบอลของหมอนี่ถือว่าไม่ธรรมดา
   อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ถูกบุกกดดันอยู่เกือบทั้ง 90 นาที จึงไม่ค่อยได้เห็นการเติมเกมบุกจากฟูลแบ็กเชื้อสายนอร์เวย์ ในเกมนี้
   แต่กระนั้น ผลงานที่ออกมา ทำให้อนาคตของทีมชาติไทย จะมีแบ็กขวาฝีเท้าดีก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่เพิ่มอีก 1 คนแน่ๆ เผลอๆ อาจจะแย่งตำแหน่งตัวจริงได้เลยด้วยซ้ำไป

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment