breadcrumb symbol ข่าว

[ #ขยี้ซ้ำแผลอีกรอบ ]

อัพเดตเมื่อ : June 12, 2022 2:49am โดย : admin

ฤดูกาล 2020/21 หลุยส์ ซัวเรซ ในวัย 34 ปี โชว์ผลงานเปรี้ยงปร้างอย่างมาก ซัลโว 21 ประตูในลีก ช่วยให้แอตเลติโก้ มาดริดกลับมาครองแชมป์ลาลีกาครั้งแรกในรอบ 7 ปีอย่างระทึกที่สุด
ไฮไลต์อยู่ที่นัดสุดท้ายของฤดูกาล แอต.มาดริดมีคิวเยือนเรอัล บายาโดลิด ด้วยเงื่อนไขไม่ยาก คว้าชัยได้สำเร็จก็จะเถลิงบัลลังก์ทันที
แต่ในอีกทางมันไม่ง่าย เพราะบายาโดลิดเองก็ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อภารกิจหนีตกชั้น ยังไงก็ต้องใส่เต็มที่ไม่มียั้งแน่นอน
หนำซ้ำ โรนัลโด้ อดีตดาวถล่มประตูทีมชาติบราซิล ซึ่งเป็นเจ้าของบายาโดลิด ประกาศอัดฉีดเอาไปเลย 150,000 ยูโรทุกคน หากว่าทีมไม่ต้องตกไปเล่นในลาลีกา 2 ซีซั่นหน้า
ดังนั้นแข้งเจ้าถิ่นจึงมุ่งมั่นมาก เน้นขันนอตเกมรับให้แน่นหนา แล้วค่อยใช้โอกาสโต้กลับแบบฉาบฉวย ประมาณว่าขอจังๆสักทีเถอะน่า รับรองว่าเป็นเรื่องแน่นอน
ระหว่างที่ตราหมีขึงเกมบุกตามสถานการณ์ ปรากฏว่าเจอสวนเร็ว ก่อนทาง ออสการ์ ปลาโน จะสปีดจากกลางสนามหลุดไปยิงพลิกนำในนาทีที่ 18
ความตึงเครียดเริ่มแผ่ปกคลุมฝั่งตราหมี เพราะทำอะไรก็ดูติดขัดไม่ไหลลื่น ออกอาการเกร็งจัดจนลนลานมากเกิน ครึ่งแรกเลยต้องเป็นฝ่ายตามหลัง
ระหว่างพักครึ่ง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กระตุ้นลูกทีมเต็มพิกัด พร้อมตั้งความหวังไว้ที่ หลุยส์ ซัวเรซ ด้วยประสบการณ์ ผ่านเกมในลักษณะนี้มาอย่างโชกโชน น่าจะช่วยได้อย่างดี
กำชับว่าพยายามให้บอลไปถึงกองหน้าอุรุกวัย จากนั้นค่อยรอโอกาสที่จะทวงประตูคืนเร็วที่สุด เวลาของพวกเขาเหลือไม่เยอะแล้ว มัวแต่รีรอไม่ได้เด็ดขาด มันเป็น 45 นาทีแห่งชีวิตแท้จริง
ครึ่งหลังโม่กันได้ราว 12 นาที ยานนิก การ์ราสโก้ ก็ผ่านให้ อังเคล กอร์เรอา สังหารตีเสมอสำเร็จ ทำให้โมเมนตัมเหวี่ยงกลับมายังทัพตราหมีบ้าง ต้องการอีกแค่ประตูเท่านั้น ก็จะปลดปล่อยสำเร็จ
ลูกทีมของโชโล่ได้ใจ ปูพรมยำใหญ่ใส่เป็นระลอก แล้วอีก 10 นาทีถัดมาก็เอาจนได้ ซัวเรซ ซึ่งป้วนเปี้ยนอยู่ในกรอบเขตโทษและส่งสัญญาณเตือนมาบ้างแล้ว สบจังหวะซัดด้วยซ้ายซุกก้นตาข่าย แอต.มาดริดออกนำ 2-1
ทำให้บายาโดลิดที่กำลังจมน้ำตาย ไม่มีทางเลือกมากไปกว่าต้องเปิดเกมรุก แต่เจอกำแพงของผู้มาเยือนที่แข็งแกร่งสมราคา ลองถ้าได้จอดรถบัสขวาง 2 ชั้นแล้ว ยากนักที่จะทะลวงผ่านง่ายๆ
สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย แข้งตราหมีกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ภารภิจบรรลุเป้าหมายแล้ว
กล้องหลายตัวจับไปที่ ซัวเรซ ซึ่งปล่อยโฮออกมาแบบไม่อายใครทั้งสิ้น มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข รวมถึงได้พิสูจน์ด้วยว่าเขายังมีคุณค่าพอ
แฟนบอลตราหมีที่ตามให้กำลังใจ ตะโกนเรียกชื่อ ซัวเรซ ที่เป็นยิ่งกว่าวีรบุรุษขี่ม้าขาวมาช่วย แค่ซีซั่นแรกที่ย้ายมาก็สร้างความแตกต่างได้เลย พร้อมทั้งเยาะเย้ยบาร์เซโลน่าที่ตาถั่ว ประเมินต่ำเกินจริงมาก ปล่อยออกมาได้อย่างไรกัน
เรายังจำภาพ ซัวเรซ นั่งสะอื้นไห้กลางสนาม ระหว่างที่วิดีโอคอลคุยกับครอบครัวทั้ง โซเฟีย ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่ผ่านความยากลำบากกันมาตั้งแต่วัยรุ่น รวมถึงลูกอีก 3 คน
น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มปิติไหลออกมาเรื่อยๆ มันสะท้อนถึงความอ่อนไหวของเขาอย่างดี แม้ภายนอกจะดูห้าวหาญและบางครั้งมีพฤติกรรมเกเรก็ตาม
"บาร์ซ่าไม่เห็นค่าในตัวผมเลย พวกเขามองเห็นผมต่ำเกินไป ตรงกันกับสโมสรนี้ที่เปิดประตูต้อนรับ พวกเขามอบโอกาสให้ผมแล้ว มันทำให้รู้สึกปลาบปลื้มเหลือเกิน ต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆ"
นั่นคือสัมภาษณ์ของ ซัวเรซ ที่ระหว่างคุยไปก็ยังสะอื้น ร่องรอยคราบน้ำตายังเปื้อนสองแก้มอยู่
แน่นอนว่า ซัวเรซ ผิดหวังมากที่ถูกบาร์ซ่ามองข้าม ทั้งที่เขาเป็นกำลังสำคัญพาทีมประสบความสำเร็จไม่น้อยเลย
ทั้งแชมป์ลาลีกาและโกปา เดล เรย์อย่างละ 4 ครั้ง , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 1 ครั้ง , ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 ครั้งและฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพอีก 1 ครั้ง ซึ่งรวมถึงทริปเปิ้ลแชมป์ที่กวาด 3 โทรฟี่ใหญ่ในซีซั่นเดียวด้วย
เรียกว่าตลอด 6 ปีในสีเสื้อเลือดหมูน้ำเงิน ซัวเรซ คือฟันเฟืองสำคัญอย่างแท้จริง ไม่เป็นที่สงสัยอีกต่อไป
แต่พอเห็นว่าอายุมากขึ้น บาร์ซ่าพยายามผลักไสเขา ตอนแรกเกือบจะโอเคกับยูเวนตุสแล้ว ทว่าเกิดปัญหาเรื่องเอกสารพาสปอร์ต เลยต้องหาที่ลงใหม่ ก่อนทางแอต.มาดริดจะเปิดอ้อมแขนรับนั่นแหล่ะ
พวกเขาจ่ายค่าตัวราว 5-6 ล้านยูโร ซึ่งไม่ได้แพงอะไรเลย ในขณะเดียวกัน ซัวเรซ ก็ลดค่าจ้างลงเกือบครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ แสดงถึงความมุ่งมั่นต้องการมาเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะ ไม่ได้คิดกอบโกยเลย
ปีแรกของเขากับแอตเลติโก้ มาดริด ชื่นมื่นอย่างไม่ต้องสงสัย ได้แต่หวังว่าจะรักษาไว้ได้อีกในปีต่อไป
อย่างไรก็ตามการมาของ อองตวน กรีซมันน์ ดูจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งตัวจริงของ ซัวเรซ โดยตรง เพราะเริ่มหลุดไปรอที่ข้างสนามมากขึ้นในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป ทั้งที่แทบไม่มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายอย่างที่คิดกันเลย
ซัวเรซ ไม่ค่อยพอใจนักกับสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในเกมลีกไปเยือนเซบีย่าเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนโดนถอดออก เขาแสดงถึงความฉุนเฉียว ถอดถุงเท้าแล้วปาลงพื้นอย่างหงุดหงิด
ไม่ใช่แค่ในลาลีกาอย่างเดียว เกมสำคัญในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เป็นได้แค่อะไหล่เท่านั้นเอง อย่างในรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับแมนฯยูไนเต็ดทั้ง 2 เลก ไม่ถูกเปลี่ยนลงมาเลย ได้แต่นั่งดูปริบๆที่ข้างสนาม
เมื่อเป็นอย่างนี้ ไม่น่าแปลกใจหรอกหาก ซัวเรซ จะประเมินอนาคตตัวเองได้ เขาคงไม่ได้อยู่กับตราหมีอีกต่อไปในซีซั่นหน้า เมื่อสัญญาหมดลงในซัมเมอร์
ผลงาน 13 ประตู 3 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 45 เกม ซึ่งเป็นสำรองเกือบครึ่ง ไม่ได้เลวร้ายเท่าไรนัก เพียงแต่ไม่อยู่ในแผนการสร้างทีมต่อไปเท่านั้นเอง
ทุกอย่างตามคาดเลย ไม่มีการเสนอสัญญาฉบับใหม่มาให้ ซัวเรซ นั่นหมายถึงต้องแพ็กกระเป๋าออกไปหาทีมอื่นเลย ความโรแมนติกจากปีที่แล้ว แทบไม่หลงเหลือริ้วรอยให้เห็น
"ผมอยากอยู่กับทีมต่อนะ แต่ทางผู้อำนวยการประชาสัมพันธ์แจ้งมาก่อนแค่วันเดียวเอง ก่อนหน้าจะมีการประกาศทางการว่าผมจะไม่ได้สัญญาใหม่"
"ผมว่าก็โอเคนะ อย่างน้อยก็ยังบอกกล่าวกันก่อน ถามว่าผมได้คุยกับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ หรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ เช่นเดียวกับ อันเดรีย แบร์ต้า (ผู้อำนวยการกีฬา) ก็ไม่มีเช่นกัน"
น้ำเสียงของ ซัวเรซ บ่งบอกถึงความผิดหวังชัดเจน แม้จะไม่อกหักหรือผิดหวังเหมือนตอนโดนบาร์เซโลน่าถีบหัวส่งออกมา แต่มันก็คล้ายซ้ำรอยแผลเก่า
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องพยายามเข้าใจสถานการณ์ของตนด้วย อายุที่มากขึ้น ความเฉียบขาดที่ลดลง ไม่เหมือนในอดีต นี่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีแข้งอาชีพ โดยเฉพาะเมื่อเข้าโค้งสุดท้าย
คุณไม่มีทางหนีโลกแห่งความจริงพ้นหรอกและความโรแมนติกที่ผ่านมา ก็เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง
เชิดหน้ายอมรับและเดินต่อไป ไม่มีอะไรที่ดีกว่าอีกแล้ว
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment