breadcrumb symbol ข่าว

"5 ประเด็นหลังเกมไทย ปราชัยอุซเบกิสถาน"

อัพเดตเมื่อ : June 15, 2022 5:52am โดย : admin

[ บอลไทยชัดประเด็น - #ส่างปา ]
   คอลัมน์ที่จะหยิบยก 'ประเด็น' ของฟุตบอลไทย มาเป็นข้อๆ โดย 'ส่างปา' เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจที่จะชำแหละเรื่องต่างๆ ให้คุณผู้อ่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกัน
   วันนี้เขาจะมาเขียนถึงประเด็นน่าสนใจหลังการแข่งขันที่ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ปราชัยต่ออุซเบกิสถาน ไป 0-2 ปิดฉาก เอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือกด้วยการคว้าอันดับ 2 ที่ดีที่สุด ตบเท้าเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ!!
 
----
  [ 1 ] บทเรียนจากอุซเบกิสถาน
   ความพ่ายแพ้ 0-2 ต่ออุซเบกิสถาน ช่วยทำให้ทีมชาติไทย ได้ย้อนกลับมาสำรวจข้อผิดพลาดและสิ่งที่ต้องปรับปรุงต่อในอนาคตอย่างชัดเจน
   แม้ว่ารายการนี้ทัพช้างศึกจะไม่ได้มาในรูปแบบฟูลทีมสักเท่าไหร่ เพราะผู้เล่นหลักหลายรายทั้งเจ็บและติดภารกิจอื่นๆ
   เราขาด มานูเอล ทอม บีห์ร เซนเตอร์ฮาล์ฟอาชีพที่ได้รับบาดเจ็บ
   เราขาด ฟิลิป โรลเลอร์ กับ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม สองแบ็กขวาก็ได้รับบาดเจ็บ
   เราขาด ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกอร์เบอร์หนึ่งที่ก็พักรักษาอาการบาดเจ็บเช่นกัน
   เราขาด สุภโชค สารชาติ แนวรุกตัวฉกาจที่ต้องบินไปเปิดตัวกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร
   เราขาด กฤษดา กาแมน, ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาร และ ศุภณัฐ เหมือนตา ที่ต้องลงมาเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี
   ขาดเยอะจริง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับทีมที่จะก้าวไปสู่อีกระดับ
   อุซเบกิสถาน คือทีมระดับท็อป 10 ของเอเชีย มาตรฐานของพวกเขามีอยู่แล้ว ต่อให้ครั้งนี้จะร่วงมาเล่นรอบคัดเลือก แต่วิธีการและแบบแผนการเล่นนั้นค่อนข้างชัดเจน
   รับเหนียวแน่นจนนักเตะไทย ทำอะไรได้ไม่ถนัด ปีกทั้ง 2 ข้างทำได้เพียงจ่ายบอลคืนหลัง
   เวลาเปิดเกมรุก ลักษณะการเข้าทำของพวกเขามีแค่ไม่กี่จังหวะ แต่สามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นสกอร์ได้ทันที
   ทีมหมาป่าขาวแห่งทูราเนียนส์ สามารถฉกฉวยความผิดพลาดของไทย แล้วลงโทษด้วยการหลุดถึงพื้นที่สุดท้ายได้แทบทุกครั้ง จริงๆ แล้วถ้าเฉียบขาดกว่านี้ ทัพช้างศึกอาจจะโดนไม่ต่ำกว่า 4-5 ประตู เสียด้วยซ้ำ
   เกมนี้คือเกมที่สามารถวัด 'ระดับ' ของไทย ได้เป็นอย่างดี ยังไม่ต้องไปมองถึงญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ หรอก เอาแค่อุซเบกิสถาน เราก็กระอักแล้ว
   อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมนักเตะทุกคนที่ต่างแสดงให้เห็นว่า 'สู้' กันสุดความสามารถจริงๆ
   โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่บดบี้จนผู้เล่นเจ้าถิ่นต่างก็ผิดฟอร์มไปเหมือนกัน แถมเปอร์เซ็นต์การครองบอลยังดูดีกว่าพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
   เราแพ้ด้วยประสบการณ์และมาตรฐานการเล่นที่สูงกว่า
   ดังนั้นจากนี้ไปก็ต้องนำบทเรียนที่ได้ กลับมาปรับปรุงไปทีละขั้น เพื่อที่วันหน้าจะได้พัฒนาไปสู่ระดับสากลสักที
   ภาพแห่งความจริงปรากฏออกมาแล้ว นักเตะและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชต่างก็รู้ดีว่าควรจะทำเช่นไรต่อ พวกเขาไม่ได้นิ่งนอนใจ
   หวังว่าแฟนฟุตบอลชาวไทย หลายๆ ท่านจะเข้าใจว่าจริงๆ แล้วเรายืนอยู่ ณ จุดใด
   ค่อยเป็น ค่อยไป วางรากฐานให้มั่นคง แล้วค่อยออกทะยานในวันหน้า ก็ไม่สายเกินไปหรอก
   ดีกว่าฝันเฟื่องเรื่องฟุตบอลโลกที่ยังไกลเกินตัวจริงๆ
----
  [ 2 ] ธนบูรณ์ ไม่ใช่ 'แพะ'
   เชื่อว่า 'โค้ชคีย์บอร์ด' หลายๆ คนคงจะละเลงแป้นพิมพ์อย่างเมามันถึงผลงานของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ในครึ่งเวลาแรกที่มีส่วนกับการเสีย 2 ประตู
   เวลานี้ฟอร์มของนักเตะวัย 28 ปี ถือว่าห่างไกลกับตอนที่เล่นให้ บีอีซี เทโร ศาสน (โปลิศ เทโร เอฟซี ในปัจจุบัน) หรือ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ทั่วสารทิศต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ
   อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า ณ ตอนนั้น ธนบูรณ์ ได้เล่น 'มิดฟิลด์ตัวรับ' ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตนเองถนัดที่สุดจนถูกตั้งสมญาว่า 'บุสเก็ตส์ เมืองไทย'
   อ่านเกมเฉียบขาด, จ่ายบอลแม่นยำ, ดักจังหวะได้สวยและยังออกบอลฉลาด การมีเขาอยู่ในทีมทำให้สมดุลทั้งรับและรุก
   ทว่าหลังจากอาการบาดเจ็บสมัยที่เล่นให้ เชียงราย ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2017 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่สามารถคืนฟอร์มเก่งได้อีกเลย
   ไม่ว่าจะย้ายไป บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หรือในปัจจุบันกับ การท่าเรือ เอฟซี - ธนบูรณ์ ก็ยังคงต้องรับมือกับการเค้นผลงานเก่าๆ ออกมาอยู่ตลอด
   การมีชื่อติดทีมชาติไทย ชุด เอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือก สร้างความแปลกใจไม่น้อย เพราะผู้เล่นคนอื่นๆ ในตำแหน่งเดียวกันนั้นดูดีกว่า แต่น่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ในระดับนานาชาติที่ทำให้เขาถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 23 ขุนพล
   เท่านั้นไม่พอ ใน 2 นัดแรก อเล็กซานเดร โพลกิ้ง ใช้ พรรษา เหมวิบูลย์ จับคู่กับ วีระเทพ ป้อมพันธ์ มาตั้งแต่แรก โดยที่ ธนบูรณ์ ได้ลงเล่นในเกมแรกราวๆ 15 นาที เท่านั้น
   แต่เกมปิดท้าย ซึ่งสำคัญมาก เพราะมันคือการวัดมาตรฐานของไทย ในการเจอกับทีมที่แรงกิ้งสูงกว่า ทว่า วีระเทพ หอยจ๋อย หรือแม้แต่ จักพัน ไพรสุวรรณ ที่เล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟมาตลอดทั้งกับ สมุทรปราการ ซิตี้ และ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กลับไม่ได้ลงสนาม
   กลายเป็น พรรษา ได้จับคู่กับ ธนบูรณ์ ที่ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเท่าไหร่ แถมเพิ่งจะลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ไปไม่ถึง 20 นาที แล้วต้องมาเผชิญหน้ากับทีมที่มีกองหน้าระดับชั้นนำของเอเชีย
   ผลที่ออกมาก็อย่างที่เห็น
   หากจะโทษว่า ธนบูรณ์ ผิดพลาดในเรื่องการประกบตัวที่ช้าเกินไป หรือเข้าบอลพรวดก็คงไม่มีใครปฏิเสธ
   แต่ในเมื่อรู้ว่านักเตะมีความพร้อมระดับไหน แต่กลับเลือกลงสนามแบบนี้
   จะให้ ธนบูรณ์ เป็นแพะรับบาป ก็คงจะเกินไปหน่อย เพราะตัวเขาเองก็พยายามสู้อย่างเต็มที่แล้วจริงๆ
   
----
  [ 3 ] ฐิติพันธ์ ต้องปรับเรื่องจังหวะสุดท้าย
   ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ คือหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของเมืองไทย ในปัจจุบัน เขามีคุณสมบัติครบถ้วนของการเป็นนักเตะที่ดี
   กานได้ไปเล่นใน เจลีก กับ โออิตะ ทรินิตะ เมื่อปี 2019 เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าฝีเท้าของลูกชาย ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ นั้นเก่งกาจเพียงใด
   บทบาทที่โดดเด่นของผู้เล่นวัย 28 ปี คือการเป็นมิดฟิลด์ บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ หรือกองกลางประเภทที่มีความสามารถหลายด้านและมีพละกำลังล้นเหลือ เชื่อมแดนหลังไปสู่ด้านหน้าได้ด้วยตัวคนเดียว
   เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าในเมืองไทย ก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน
   ทว่าผลงานในศึก เอเชียน คัพ 2023 รอบคัดเลือก ที่อาจจะยิงได้ 1 ประตู แต่โดยรวมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เพราะมีโอกาสมากมายในเกมพบมัลดีฟส์ และศรีลังกา
   ส่วนนัดแพ้อุซเบกิสถาน 0-2 นั้นถือว่า 'สอบตก' เพราะผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะการจ่ายบอลที่ขาดๆ เกินๆ แทบจะทั้งเกม
   ความพยายามและความมุ่งมั่น ฐิติพันธ์ ผ่านฉลุย ทุกคนยกนิ้วโป้งให้แบบไร้ข้อกังขา แต่ถ้าเขาต้องการจะยกระดับตัวเองให้ไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ 'การตัดสินใจ' เลือกเล่นในจังหวะสุดท้าย ควรจะต้องเฉียบขาดกว่านี้
----
  [ 4 ] ธีราทร หายไปไหนในครึ่งหลัง?
   ความห่างทางมาตรฐานระหว่างอุซเบกิสถาน กับไทย นั้นทุกคนคงจะเห็นกันอย่างชัดแจ้งกับ 90 นาที ในสนามแล้ว
   ทว่า นักเตะไทย คนหนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้กับทีมหมาป่าขาวแห่งทูราเนียนส์ ได้อย่างไม่เป็นรองคือ ธีราทร บุญมาทัน ฟูลแบ็กวัย 32 ปี
   กองหลังจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถูกส่งลงสนามในตำแหน่งแบ็กซ้าย ก่อนจะค่อยๆ ขยับเป็น 'ตัวฟรี' เพื่อคอยออกบอลในแดนกลาง ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดครึ่งเวลาแรก
   ทว่า 45 นาที หลังจากนั้น อดีตนักเตะ โยโกฮามะ มะรินอส กลับถูกเปลี่ยนตัวออกอย่างเหลือเชื่อ
   ทุกคนทั้งประเทศต่างแคลงใจว่าจู่ๆ เหตุใดกัปตันทัพช้างศึกจึงถูกถอดออกดื้ออย่างนั้น
   เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อ เพราะยังไงคำถามที่ว่า 'เหตุใดจึงเปลี่ยนตัว ธีราทร ออกในครึ่งหลัง' จะถูกผู้สื่อข่าวซักไซ้หาความจริงต่ออย่างแน่นอน
----
  [ 5 ] ไทย พักดาวซัลโวแชมป์อาเซียน-อุซเบฯ ไม่พักดาวยิงแชมป์ คอนเฟอเรนซ์ ลีก?
   นักเตะที่ถูกถามหามากที่สุดตอนที่ประกาศรายชื่อ 11 ผู้เล่นชุดแรกคือ ธีรศิลป์ แดงดา ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลศึก อาเซียน คัพ
   2 นัดแรก ทั้งกับมัลดีฟส์ และศรีลังกา ศูนย์หน้าจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงโดยตลอด และก็มีผลงานที่น่าพอใจตามมาตรฐานของตนเอง
   อย่างไรก็ตาม ในเกมกับอุซเบกิสถาน ทีมที่มี ฟีฟ่า แรงกิ้ง สูงกว่า และต้องแข่งในเกมทางการแบบนี้ กลับไร้ชื่อของอดีตหัวหอก อัลเมเรีย
   หลายๆ ฝ่าย รวมไปถึงกูรูทุกสำนักต่างเชื่อมั่นว่าถ้าทัพช้างศึกมี ธีรศิลป์ ยืนปักหลักอยู่แดนบน บางที 'โอกาส' ในการลุ้นประตูของไทย น่าจะมีมากกว่านี้ เพราะเขาเป็นนักเตะที่สามารถเชื่อมเกมได้ แถมยังมีคลาสฟุตบอลที่ไม่ธรรมดา
   ในเมื่อปราศจากผู้เล่นที่มีเกรดฟุตบอลระดับสูงไปหนึ่งราย สิ่งที่เห็นในสนามก็สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนว่าแนวรุกของช้างศึกค่อนข้างฝืด ครองบอลบุกได้ก็จริง แต่ไม่มีคนเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย
   หรือแม้แต่ในจังหวะสวนกลับ ก็มีจำนวนผู้เล่นที่พร้อมจะทะยานไปข้างหน้าไม่กี่ราย สุดท้ายเลยพ่ายไปแบบไร้สกอร์
   ขณะที่ อุซเบกิสถาน นั้นส่ง เอลดอร์ โชมูโรดอฟ ดาวยิงจาก โรม่า ที่เพิ่งได้แชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก มาหมาดๆ ลงตั้งแต่วินาทีแรกของการแข่งขัน และก็มีส่วนร่วมกับประตูที่ทัพหมาป่าขาวแห่งทูราเนียนส์ ทำได้เสียด้วย
   แปลกแต่จริง เมื่อไทย พักดาวซัลโวแชมป์อาเซียน ผิดกับอุซเบกิสถาน ที่ไม่ยอมพักดาวยิงแชมป์ คอนเฟอเรนซ์ ลีก?
-------------------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment