breadcrumb symbol ข่าว

[ #คงโทษใครไม่ได้เลย ]

อัพเดตเมื่อ : June 22, 2022 3:05am โดย : admin

ย้อนกลับไปสิงหาคม 2020 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซัลโวใส่เรอัล มาดริด 1 ประตู ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกสอง ก่อนชนะ 2-1 รวมผลสองนัดทะลุเข้าควอเตอร์ไฟนั่ลสำเร็จ
นั่นทำให้เขาขึ้นแท่นแข้งยิงครบ 100 ประตูให้แมนฯซิตี้ เป็นนักเตะอังกฤษคนแรกของสโมสรตั้งแต่ปี 1981 พร้อมยกระดับสู่การเป็นนักเตะสำคัญของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่างเต็มตัว
แม้ซิตี้จะยุติเส้นทางแค่ 8 ทีมสุดท้าย โดนทีเด็ดโอลิมปิก ลียงพลิกน็อกร่วงอย่างน่าเสียดาย แต่สำหรับผลงานส่วนตัวของ สเตอร์ลิ่ง ต้องบอกว่าสุดยอดเลยทีเดียว
31 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 52 เกมทุกรายการ ทั้งที่ไม่ได้เล่นกองหน้าตัวเป้าที่คอยวนเวียนในกรอบเขตโทษเป็นหลัก การันตีได้ถึงความเฉียบขาด ไม่ต้องสืบให้เสียเวลา
แฟนซิตี้ต่างเชื่อว่า สเตอร์ลิ่ง มีความสำคัญในระนาบเดียวกับ เควิน เดอ บรอยน์ เรียบร้อยและจะเป็นเสาหลักนำโทรฟี่มากมายมาสู่สโมสรในอนาคต
ตัวเขาเองก็ดูมั่นใจเช่นนั้น อยากจะปักหลักฝากใจไว้กับทีมแบบยาวๆ มีแนวโน้มว่าจะได้รับสัญญาฉบับใหม่อีกไม่นาน ซึ่งเชื่อกันว่าจะฟันค่าจ้างมากกว่า 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
แต่ในทีมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอันเข้มข้น รวมถึงมีกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตั้งเป้ากับนักเตะไว้สูง มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ สเตอร์ลิ่ง จะรักษามาตรฐานได้อย่างมั่นคง
หากเทียบกับ เดอ บรอยน์ ซึ่งโชว์ให้เห็นบทบาทฮีโร่ขี่ม้าขาว มาช่วยทีมในสถานการณ์คับขันอยู่บ่อยๆ สเตอร์ลิ่ง ยังก้าวไม่ถึงจุดนั้นหรอก
หลายครั้งเขาเล่นฝืนผิดธรรมชาติ ตามใจตัวเองมากเกินไป เก็บบอลไว้นานเกินหรือตั้งใจเล่นบอลชายเดี่ยว ทำให้จังหวะเกมไม่ไหลลื่น จนทำให้แฟนบอลหรือเพื่อนร่วมทีมหงุดหงิด
ลำพังคนอื่นหงุดหงิดยังพอทน แต่หากเป็นเจ้านายขึ้นมาล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ซึ่งเรื่องนี้ เป๊ป ก็เคยบ่นกับทีมงานเช่นกัน
อย่างไรก็ตามยามออกสื่อ กุนซือสแปนิชพยายามพูดย้ำถึงความสำคัญของ สเตอร์ลิ่ง พร้อมชี้ให้เห็นว่า นักเตะแทบทุกคนในทัพเรือใบสีฟ้า ต่างก็ไม่ได้ลงสนามตามใจต้องการหรอก ฉะนั้นควรเงียบเข้าไว้ดีกว่า
เมื่อตุลาคมปีก่อน เป๊ป ดูอารมณ์บูดกับปฏิกิริยาของ สเตอร์ลิ่ง ที่แสดงออกต่อหน้าสาธารณะ โดยเฉพาะให้สัมภาษณ์แบบชี้นำเรื่องย้ายทีมในอีกไม่นาน มันไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเลย
"ริยาด มาห์เรซ หรือ ชูเอา กานเซโล่ ก็ไม่ได้ลงต่อเนื่อง แต่ไม่เห็นพวกเขาพูดอะไรเลย"
จากนั้นสัญญาฉบับใหม่ของ สเตอร์ลิ่ง ก็แทบไม่มีความคืบหน้าเลย จากเดิมตั้งใจไว้ว่าจะต้องรับค่าจ้างสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร มันเป็นเพียงแค่ฝันเฟื่องเอง
เชื่อกันว่าทัศนคติคือปมใหญ่ที่ทำให้ เป๊ป ไม่ค่อยพอใจลูกทีมรายนี้นัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในหรือนอกสนาม ซึ่งดูว่าจะแก้ไขปรับปรุงลำบากเลย
ก่อนฤดูกาล 2015/16 จะปิดฉาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่้ตกลงจะมาคุมแมนฯซิตี้ในซีซั่นถัดไปเรียบร้อย ได้ต่อสายตรงหา ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เพื่อพูดคุยด้วยตัวเอง
ตอนนั้น สเตอร์ลิ่ง เพิ่งย้ายมาจากลิเวอร์พูล ทำผลงานไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก เหมือนมีปัญหาเรื่องการปรับตัว จนความมั่นใจเริ่มลดลง
แต่ เป๊ป ปลอบขวัญว่าไม่ต้องกังวลไป อีกไม่นานเมื่อได้ร่วมงานกัน ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พอสะท้อนได้ถึงความมั่นใจในตัว สเตอร์ลิ่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงขนาดโทรคุยตรงๆ
ขณะเดียวกันพอจะยืนยันได้ว่า เป๊ป คงชื่นชอบเป็นการส่วนตัว รวมถึงเล็งเห็นช่องทางรีดศักยภาพให้ดีกว่าเดิมได้อีก
นั่นอาจเป็นเหตุผลทำให้ สเตอร์ลิ่ง มีพัฒนาการโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน สังเกตได้จากจำนวนแอสซิสต์ที่ทวีคูณเลย ซึ่งคุณสมบัติตรงนี้แหล่ะที่ เป๊ป ต้องการเลย
ด้วยตำแหน่งถนัดคือตัวรุกริมเส้น สิ่งสำคัญก็คือการสร้างโอกาส ทำทางให้เพื่อยิงประตู สเตอร์ลิ่ง ตอบสนองได้อย่างดี แม้จะเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังของซิตี้ ที่ไม่มีโทรฟี่ติดมือเลยก็ตาม
แต่สุดท้ายเมื่อเขาไม่อาจรักษาฟอร์มในสนาม อีกทั้งมีการพุ่งเป้ามายังเรื่องทัศนคติ จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างขึ้นมาเองอย่างแท้จริง
เพราะหลายครั้งที่ก่อเรื่องนอกสนามและมันส่งผลกระทบด้วยเช่นกัน
--------------------
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เคยตกเป็นข่าวฉาวเมื่อปี 2013 จากการทำร้ายร่างกาย ชาน่า แอนน์ โรส ฮัลลิเดย์ นางแบบซึ่งเคยคบหากันมาก่อน
พฤติกรรมเช่นนี้แฟนบอลมากมายรับไม่ได้ ต่อให้ช่วงดังกล่าวยังเป็นวัยรุ่นอายุน้อย ยังไม่ค่อยมีวุฒิภาวะก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่าตัวเองเป็นแข้งอาชีพ เล่นในสโมสรระดับชั้นนำ เริ่มมีชื่อเสียงแล้ว
โชคดีที่หลักฐานขาดน้ำหนักน่าเชื่อถือ รวมทั้ง สเตอร์ลิ่ง ยืนยันเสียงแข็งไม่ยอมรับ เลยรอดพ้นคุกตารางอย่างหวุดหวิด
จากนั้นเมษายนปี 2015 ที่กำลังมีปัญหากับลิเวอร์พูลอย่างหนัก เรื่องดิ้นรนจะย้ายทีม ท่ามกลางความเข้าใจของเหล่าเดอะ ค็อปว่าต้องการเงินค่าจ้างที่สูงกว่าเดิม สเตอร์ลิ่ง ถูกจับได้ว่าไปแอบดูดบารากู่ ในระหว่างซีซั่นยังเปิดปกติ แถมเป็นช่วงสำคัญ
รวมทั้งมีหลักฐานด้วยว่าเขาชอบสูบก๊าซไนตรัสอ็อกไซด์หรือที่เรียกกันว่าก๊าซหัวเราะ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างยิ่งและแน่นอนว่าไม่เหมาะเลยกับนักเตะอาชีพ
สุดท้ายต้องออกมายอมรับผิด ขอโทษต่อหน้าสาธารณะกับพฤติกรรมดังกล่าว
หรือในระหว่างเก็บตัวกับทีมชาติอังกฤษ เมื่อพฤศจิกายน 2019 สเตอร์ลิ่ง ก็เป็นชนวนเหตุเปิดศึก โจ โกเมซ กองหลังของลิเวอร์พูล ถึงขั้นบีบคอเพื่อหวังเล่นงานให้หนัก จนเพื่อนคนอื่นต้องเข้ามาห้าม
เชื่อกันว่า สเตอร์ลิ่ง ยังแค้นไม่หายจากความพ่ายแพ้ในเกมลีกให้ลิเวอร์พูลก่อนหน้าไม่นาน จึงลุกลามบานปลายมาถึงในทีมชาติ
แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แก้ปัญหาทันควัน จัดการส่ง สเตอร์ลิ่ง กลับบ้าน แม้สถานการณ์จะคลี่คลายก็ตาม
พวกสื่ออังกฤษมองว่า สเตอร์ลิ่ง ทำตัวน่าอับอาย ไม่สมควรจะสวมเสื้อทีมชาติอังกฤษด้วยซ้ำ หากยังไม่ปรับปรุงพฤติกรรมที่มักทำผิดเรื่อยๆ
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เรียกมาตักเตือนเป็นการส่วนตัวเช่นกัน ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก มุ่งมั่นกับฟุตบอลเท่านั้น
จะเห็นว่า สเตอร์ลิ่ง เคยก่อปัญหาไว้หลายครั้ง ซึ่งอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลงานในสนามโดยตรงหรอก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถูกนำมาพิจารณาอยู่แล้ว
เขาอาจไปไม่สุดกับระบบการเล่นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รวมทั้งในทีมมีคู่แข่งที่เหนือกว่า ทว่าทั้งหลายทั้งปวงย่อมโยงมายังทัศนคติด้วย
สัญญาใหม่ไม่คืบหน้า สัญญาปัจจุบันเหลือแค่ปีเดียว มันหมายความว่ากำลังนับถอยหลังการเป็นแข้งแมนฯซิตี้ เรื่องราวเหล่านี้ สเตอร์ลิ่ง กำลังจะได้เจอ
นั่นต้องรวมถึงการมาของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ กับ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ 2 สมาชิกใหม่ในแนวรุก เป็นอุปสรรคขวากหนาม
อีกทั้งสถานการณ์ไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ยังบีบให้ซิตี้จำต้องขายผู้เล่นบางคนออกไป ดังนั้นอย่าได้แปลกใจหากหวยมาออกที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จะต้องแพ็กกระเป๋าอำลา
และเขาไม่อาจโทษใครได้เลยจริงๆ
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment