breadcrumb symbol ข่าว

[ #ต้องซ่อมและสร้างพร้อมกัน ]

อัพเดตเมื่อ : July 07, 2022 3:52am โดย : admin

เมื่อ 2 ปีที่แล้วระหว่างทำหน้าที่กูรูพันดิตหรือผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เกมทาง Sky Sports  รอย คีน ได้เล่าถึงประสบการณ์ช่วงซ้อมสมัยเป็นนักเตะแมนฯยูไนเต็ดให้ฟัง
ทุกวันอังคารหรือพฤหัสบดีตามปกติจะมีโปรแกรม แบ่ง 2 ทีมฝั่งละ 11 คน ลงโม่กันแบบเหมือนเกมจริง คล้ายว่าเป็นการซ้อมเพื่อให้ซึมซับไว้รองรับแมตช์เดย์
หลายคนอาจคิดว่าแค่ซ้อมไม่น่าต้องจริงจังตั้งใจอะไรนัก แต่นั่นไม่ใช่แมนฯยูไนเต็ดในยุคดังกล่าว มันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะบรรยากาศระอุดุเดือดราวกับว่าเดิมพันกันด้วย 3 คะแนนและมีแฟนบอลนับหมื่นคอยส่งเสียงเชียร์
บางครั้งมันเข้มข้นยิ่งกว่าการเล่นเกมจริงด้วยซ้ำ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ปะทะหนักหน่วง เสียบสกัดไม่ยั้ง ทุ่มทั้งตัวเหมือนไม่ใช่เพื่อนร่วมทีม
ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ยิ่งความพยายามชิงความได้เปรียบในแดนกลางนับว่าเป็นพื้นที่สีแดงอย่างแท้จริง หวดกันโครมคราม คีน มักจับคู่กับ นิคกี้ บัตต์ อีกฝ่ายมี สโคลส์ ชูโรง สีหน้าท่าทางขึงขังเอาจริงทุกวินาที
จนบางครั้งอัดกันรุนแรงเกิน มีเคล็ดขัดยอกเลยเถิดขั้นบาดเจ็บ ซึ่งเราเคยได้ยินข่าวพวกนักเตะเดี้ยงตอนซ้อม มักจะมาจากแบ่งข้างโซ้ยกันนี่แหล่ะ
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยปรามให้เพลาๆลงบ้าง เดี๋ยวจะขึ้นเตียงพยาบาลกันหมด แต่นั่นกลายเป็นดีเอ็นเอของผู้เล่นปีศาจแดง ซึ่งถ่ายทอดส่งต่อกัน จนบางคนเรียกว่าวัฒนธรรม
เพราะใครซ้อมเหยาะแหยะ เล่นแบบเอื่อยเฉื่อย โอกาสจะหลุดจากตัวจริงหรือได้ลงเล่นก็มีน้อยเป็นเงาตามตัว ผลงานตอนซ้อมจึงสำคัญ
ส่วน คีน ซึ่งในศักดิ์เป็นกัปตันทีม จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ใครที่มองแล้วอ่อนซ้อมจะโดนตวาดเสียงแข็งแบบเรียงตัวเลย ดังนั้นพวกดาวรุ่งจึงต้องตั้งใจฝึกฝนกันเต็มที่ ไม่อย่างนั้นเจอกินหัวแน่ๆ
ขนาด ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยังเคยเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ ตอนย้ายมาใหม่ๆในปี 2002 ได้ร่วมซ้อมครั้งแรก ด้วยความที่กดดันเจอนักเตะชั้นนำมากมาย เวลาได้บอลเลยมักส่งคืนหลังหรือออกข้าง
นั่นทำให้ คีน ของขึ้นปรี๊ดทันที ตะโกนลั่นได้ยินทั่วกันว่า นี่หรือกองหลังค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ดีแต่ส่งบอลกลับหรือออกด้านข้างเพื่อเอาตัวรอด มันต้องโชว์ศักยภาพเปิดบอลไปข้างหน้าสิ
ริโอ ยอมรับว่ารู้สึกอับอายมาก แต่นั่นเหมือนกระตุ้นให้เกิดความกล้าที่จะเล่นตามสไตล์ตัวเองมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ คีน ยังสอนพวกนักเตะรุ่นหลังอีกว่า ยามที่เราซ้อมแบบทุ่มเท มันจะกลายเป็นความคุ้นเคยเมื่อลงสู่สนาม ยิ่งทำต่อเนื่องทุกวัน สุดท้ายจะเป็นออโต้ไพรอตหรืออัตโนมัติ
ลองนึกภาพพวกพ่อครัวหรือเชฟต่างๆ ที่เราได้เห็นปรุงอาหารกันอย่างคล่องแคล่วว่องไว ในทุกขั้นตอนอย่างน่าทึ่ง นั่นมาจากการฝึกฝนจนชำนาญและกลายเป็นความเคยชิน ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่คุ้นอาจจะยากมากๆ
การซ้อมฟุตบอลก็ไม่แตกต่างกัน ผลงานในสนามจะช่วยสะท้อนได้อีกทางว่า ซ้อมกันมาอย่างไร
หากฟังจากคำบอกเล่าของ สตีฟ แม็คคลาเรน ซึ่งปัจจุบันรับบทหนึ่งในทีมงานผู้ช่วยของแมนฯยูไนเต็ด เกี่ยวกับการคุมทีมซ้อมของ เอริก เทนฮาก ต้องบอกว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง
สมัยเป็นกุนซือของทเวนเต้ในเอเรดิวิซี่ ลีกเมื่อปี 2008 แม็คคลาเรน เคยมี เทนฮาก เป็นผู้ช่วย ซึ่งทำหน้าที่คุมการซ้อมเป็นหลัก จะเป็นคนบริหารจัดการรูปแบบต่างๆเอง ได้นำวิธีใหม่น่าทึ่งมาใช้ จนเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ
ความใส่ใจแบบทุกกระเบียด ละเอียดรอบคอบมาก บวกด้วยเป็นพวกหัวก้าวหน้า นั่นคือคุณสมบัติหลักของ เทนฮาก ซึ่งถูกทำนายไว้จากคนใกล้ชิดหลายๆคนที่เคยร่วมงานกันว่า ต้องเป็นกุนซือที่ดีในอนาคต
ลำพังแค่คำบอกเล่าเก้าสิบ มันอาจมีการใส่สีตีไข่ เพิ่มอะไรต่อมิอะไรให้ได้อรรถรสอลังการยิ่งขึ้น จนกว่าจะได้เห็นแบบชัดๆนั่นแหล่ะ
กระทั่ง เทนฮาก มาเริ่มงานจริงจังในฐานะกุนซือคนใหม่แมนฯยูไนเต็ด เราถึงได้เห็นคลิปการฝึกซ้อมต่างๆ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนว่าเก่งในเรื่องนี้จริง
มีคลิปบางช่วงบางตอนระหว่างซ้อมสัมผัสบอลแรก รับส่งกันให้แม่นยำ เคลื่อนไหวอย่างกลมกลืน ถูกนำมาเผยแพร่ด้วยและมีช็อตที่ผิดพลาดกันง่ายไป เทนฮาก ถึงกับออกปากบ่นเลยทีเดียว
แน่นอนใครที่ได้ชมคลิป ต่างมีท่าทีขำขันหรือถ้าเป็นแฟนผีก็ปวดหัวตึ้บ เพราะการรับส่งบอลซึ่งเป็นเบสิกพื้นฐานสำคัญ ยังดูขาดๆเกินๆเห็นได้ชัด
อาจด้วยเหตุผลว่าเพิ่งมารวมตัวกันฝึกซ้อมไม่นาน ต้องใช้เวลาปรับตัวให้คุ้นเคย สนิมอาจจะเกาะไปบ้าง
รวมทั้งไม่ค่อยได้ซ้อมกันในลักษณะนี้เท่าไร แม้จะเป็นขั้นเบสิกก็ตาม ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไร
จากนั้นก็มีบางคนนำคลิปสมัย เทนฮาก คุมผู้เล่นอาแจ็กซ์ซ้อม แบบเล่นลิงชิงบอล ที่โชว์ถึงความแม่นยำในการรับส่ง สัมผัสบอลแรกอันยอดเยี่ยม รวมถึงเคลื่อนไหวสอดประสานลงตัวมาเป็นตัวเปรียบเทียบอีก
นั่นทำให้ผู้เล่นแมนฯยูไนเต็ดชุดปัจจุบัน ยิ่งดูแย่หนักขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องบอกก่อนว่าเป็นแค่คลิปช่วงสั้นๆ จะนำมาเป็นมาตรฐานวัดทั้งหมดหรือสรุปเปรี้ยงไปเลยคงไม่ได้หรอก
อย่างไรก็ตามเราได้รู้ถึงปัญหาของแข้งแมนฯยูไนเต็ดเรื่อยมา โดยเฉพาะช่วงที่ ราล์ฟ รังนิก เป็นผู้จัดการทีมรักษาการณ์ มีการนำมาเปิดเผยในที่สาธารณะเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทัศนคติหรือสภาพความฟิตที่ไม่ถึงขีดพอ
นอกจากการเล่นไม่ค่อยเป็นทีมสะเปะสะปะ จับต้นชนปลายไม่ถูก เรื่องความแข็งแกร่งสภาพร่างกายก็เกิดคำถามเช่นเดียวกัน
ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกที่ เทนฮาก จะต้องออกกฏต่างๆขึ้นมา เพื่อผ่าตัดใหญ่ปรับปรุงกันใหม่ ซึ่งโดยปกติแล้วกุนซือสโมสรใหญ่ ก็ต้องวางกฎของตัวเองให้ลูกทีมปฏิบัติตามทั้งสิ้น
จาก 5 ข้อหลักๆของ เทนฮาก มีอยู่ 2 ข้อที่น่าสนใจมาก นั่นคือเวลาซ้อมแบ่งข้าง จะห้ามส่งบอลคืนหลังหรือออกด้านข้างเป็นอันขาด ต้องไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะมาตรฐานของแมนฯยูไนเต็ดคือการเล่นเกมรุก
อีกข้อก็คือสภาพความฟิตต้องแกร่งพอจะต่อสู้ใน 90 นาที มีความอึดทนวิ่งพล่านไม่หมดง่ายๆ ซึ่งนี่แหล่ะคือปัจจัยสำคัญมาก ฉะนั้นการฝึกซ้อมอย่างหนักจะช่วยได้ แม้นักเตะแต่ละคนจะไม่ค่อยชอบก็ตาม
เมื่อคุณรู้ว่าปัญหาคืออะไร ก็ต้องมาแก้กันที่ต้นตอ เท่าที่ผ่านมาสำหรับแมนฯยูไนเต็ดมันย่ำแย่จริง กุนซือบางคนรู้แต่ไม่อาจแก้อะไรได้ จึงคาราคาซังซ้ำซากไปเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันก็อย่าเพิ่งตัดสินหรือคาดหวังสูงเกินไป เทนฮาก จะต้องเข้ามาจัดการได้ทั้งหมด ไว้ค่อยดูไปทีละขั้นตอน เวลาที่เหมาะสมจะเป็นเครื่องพิสูจน์
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่แมนฯยูไนเต็ดจะกลับคืนสู่จุดเดิมหรือไปถึงเป้าหมายในเร็ววัน
สำคัญกว่านั้นก็คือ ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน ทำงานหนักร่วมกัน อย่ามองว่าเป็นภาระของผู้จัดการทีมลำพัง
เพราะไม่อย่างนั้นเอาใครมาทำ มันก็คงไม่ต่างกันหรอก
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment