breadcrumb symbol ข่าว

[ #ล้างยังไงก็ไม่ออก ]

อัพเดตเมื่อ : July 14, 2022 2:47am โดย : admin

จังหวะชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพของ เมซุต โอซิล นับว่าน่าสนใจอย่างมาก
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เฟเนร์บาห์เช่ต้นสังกัดเพิ่งประกาศแยกทางกับ โอซิล เป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่ยังเหลือสัญญาอีก 2 ปีด้วยกัน ถือว่ายินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางปัญหาที่ยืดเยื้อคาราคาซังกันมานาน
กว่า 4 เดือนที่ โอซิล โดนจับแช่แข็ง ไม่ได้ลงเล่นมีส่วนร่วมกับเฟเนร์บาห์เช่เลย พร้อมกระแสข่าวความขัดแย้งของเขากับบอร์ดบริหาร รวมทั้งไม่ลงรอยกุนซืออีกต่างหาก
อิสมาอิล คาร์ตาล รักษาการณ์กุนซือในเวลานั้น หั่นชื่อของ โอซิล ออกจากทีมด้วยเหตุผลเรื่องสภาพความฟิต นักเตะไม่พร้อมจะลงเล่น ไม่มีประโยชน์จะส่งลงไป ต่อให้เป็นซูเปอร์สตาร์ก็ตาม
จากนั้นในเดือนพฤษภาคม เฟเนร์บาห์เช่แต่งตั้ง ฮอร์เก้ เชซุส กุนซือฝีมือดีชาวโปรตุเกสรั้งบังเหียน หลายคนเชื่อว่าโอกาสที่ โอซิล จะได้กลับเข้าสู่ทีมอีกครั้งน่าจะมีมากขึ้น
แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ใช่เลย เชซุส ประกาศเปรี้ยงแบบไม่ต้องคิด อดีตดาวเตะทีมชาติเยอรมันจะไม่ได้อยู่ในทีมของเขาอีกต่อไปแล้ว
สาเหตุน่าจะมาจาก อาลี คอช ประธานเฟเนร์บาห์เช่ไม่พอใจพฤติกรรมของ โอซิล หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดเมื่อโดนเปลี่ยนตัวออก เหมือนไม่เคารพการตัดสินใจของกุนซือ
รวมทั้งเรื่องเงินค่าจ้าง โอซิล ออกมาโวยวายว่าสโมสรจ่ายคลาดเคลื่อนไม่ตรงเวลา แต่ทางเฟเนร์บาห์เช่ปฏิเสธเสียงแข็ง ทุกอย่างตรงตามกำหนดแล้ว ต่อให้สถานะทางการเงินสั่นคลอนก็ตาม
ในขณะเดียวกันมีรายงานว่าเฟเนร์บาห์เช่กำลังเผชิญปัญหาใหญ่เรื่องหนี้สินก้อนโตมูลค่า 300 ล้านปอนด์ ซึ่งยากที่จะสะสางหรือเคลียร์ในระยะเวลาสั้นๆ
แล้ว โอซิล รับค่าจ้าง 4 ล้านยูโรต่อปี ถือว่าสูงสุดในทีม หากตัดทิ้งได้จริงก็จะประหยัดงบได้อีกก้อนโตเลยทีเดียว
นั่นจึงนำไปสู่ทางออกของการยกเลิกสัญญา ซึ่งเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เพื่อจะได้เดินหน้ากันต่อไป ฝากผลงาน 9 ประตู 3 แอสซิสต์ ทิ้งไว้เผื่อใครอยากจำ
คล้อยหลังเพียงแค่ 29 นาทีหลังจากตัดขาดกับเฟเนร์บาห์เช่ น่าเหลือเชื่อว่า โอซิล จัดการเซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นอิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์เรียบร้อย เล่นเอาหลายคนฉงนไปตามๆกัน ทำไมมันรวดเร็วอย่างนี้
คล้ายว่ามีการคุยล่วงหน้ากันไว้ก่อน พอแยกทางจากทางโน้นเสร็จสรรพ ฝั่งบาซัคเซเฮียร์ก็แถลงต้อนรับ โอซิล เป็นแข้งใหม่ทันที
เรื่องนี้นับว่าน่าสนใจมากๆ เพราะก่อนย้ายมาค้าแข้งในตุรกี เราเคยได้เห็นบทสัมภาษณ์แบบเปิดใจของ โอซิล ในฐานะกองเชียร์พันธุ์แท้ของเฟเนร์บาห์เช่ พร้อมมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสโมสรแห่งนี้
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อนอย่างที่ใครคิด แต่เหงื่อของผมจะชุ่มโชกเปียกสโมสรแห่งนี้"
เป็นการยืนยันด้วยถ้อยคำที่สวยงามและดูหนักแน่นยิ่งนัก ทำให้แฟนๆต่างคล้อยตาม ช่วยล้างภาพลักษณ์ที่ติดตัวมาจากอาร์เซน่อลได้อีกด้วย
อย่างไรก็ดีสุดท้าย โอซิล ก็ยังหนีเรื่องเก่าๆไม่พ้น ข้อกล่าวหาที่โดนดร็อปเพราะฟิตไม่ถึง ไหนจะมีเงินทองมาเกี่ยวข้อง ล้วนแต่เป็นคดีความสมัยเล่นให้อาร์เซน่อลทั้งสิ้น
หนักกว่านั้นเห็นจะเป็นการเลือกย้ายไปเล่นให้บาซัคเซเฮียร์อย่างรวดเร็วฉับไว เพราะนี่คือสโมสรที่มีความซับซ้อนไม่น้อยเลย
บาซัคเซเฮียร์คือทีมที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ในทศวรรษ 90 นี่เอง สร้างประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ครองแชมป์ลีกสูงสุดตุรกีเมื่อ 2 ปีก่อน
เป็นที่รู้กันว่าสโมสรนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ตายยิป เออร์โดกาน ท่านประธานาธิบดีอย่างเต็มที่
ภาพของท่านผู้นำถูกแขวนไว้บริเวณล็อบบี้สนามฝึกซ้อม รวมทั้งบาซัคเซเฮียร์ยังเลือกสีส้มและฟ้าเป็นสีประจำสโมสรอีกต่างหาก ซึ่งเป็นโทนเดียวกับสีพรรคการเมือง เออร์โดกาน
นอกจากนี้ย่านบาซัคเซเฮียร์ยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของท่านผู้นำในแง่การเมืองอีกด้วย ความเชื่อมโยงกันจึงชัดเจนมากๆ
จึงมีชื่อเรียกสโมสรแห่งนี้แบบล้อเลียนว่า "Erdogan FC" ไม่ต้องบรรยายให้มากก็พอจะรู้ว่านี่คือทีมใครกันแน่
แต่เมื่อย้อนดูปูมหลัง ยังมีอะไรที่น่าติดตามมากกว่านั้นอีกด้วย
-------------------
ย้อนกลับไปเมื่อพฤษภาคม 2018 ก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะเปิดม่านฟาดฟันกัน เมซุต โอซิล พร้อมด้วย อิลคาย กุนโดกัน และ เซงค์ โตซุน กองหน้าทีมชาติตุรกี ได้มอบเสื้อฟุตบอลแสดงความยินดีกับ ตายยิป เออร์โดกาน ที่ชนะการเลือกตั้ง รักษาเก้าอี้ผู้นำเอาไว้สำเร็จ
นั่นสร้างความขุ่นเคืองให้ชาวเยอรมันมากมาย เพราะไม่ชื่นชอบท่านผู้นำรายนี้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ มักใช้กำลังความรุนแรงปราบพวกที่ไม่เห็นด้วย ไหนจะมีแนวคิดที่เหยียดเชื้อชาติ เข้าข่ายขวาจัดชัดเจน
นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของเยอรมันกับตุรกีก็ง่อนแง่นเรื่อยมา ในยุคสมัย เออร์โดกาน เป็นประธานาธิบดี จนยากที่จะกลับมาญาติดีกันได้
ดังนั้น โอซิล และ กุนโดกัน ในฐานะแข้งทีมชาติเยอรมัน แม้จะมีเชื้อสายเติร์กจึงถูกชาวเยอรมันโจมตีอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม โอซิล เลือกที่จะตอบโต้เพื่อปกป้องตัวเอง ในขณะที่ กุนโดกัน ปิดปากเงียบปล่อยให้เรื่องมันหายไปกับกาลเวลาเอา
นั่นจึงทำให้เคสของ โอซิล ไม่จบง่ายอย่างที่คิด แม้กระทั่ง  ไรน์ฮาร์ด กรินเดิล ประธานของสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมันก็ออกมาโวยว่าทำตัวไม่เหมาะสม อย่างต้องคำนึงให้รอบคอบ พิจารณาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย
แฟนบอลบางส่วนจึงเรียกร้องให้ โยกี้ เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์หั่นชื่อสองคนนี้ทิ้งซะ แต่ไม่อาจกดดันอะไรได้นัก ทั้งคู่มีชื่อลุยเวิลด์คัพที่รัสเซียตามคาด
แต่เรื่องมาบานปลายเอาตอนเยอรมันแชมป์เก่าตกรอบแรกอย่างหมดสภาพ โดยเฉพาะโดนเกาหลีใต้ทุบนัดสุดท้าย โอซิล กลายเป็นเหยื่อ ด้วยข้อหาเล่นเหยาะแหยะ ไม่ทุ่มเทเต็มร้อย จนต้องประกาศรีไทร์จากทีมชาติ
นอกจากนี้ยังมีปัญหากับอาร์เซน่อล โดนโจมตีจากแฟนบอลว่าอยู่ไปแบบวันต่อวัน รับค่าจ้าง 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ยังไงก็ไม่ย้ายไปไหน เกาะแน่นเป็นปลิง
กระทั่งมกราคมปีที่แล้ว ถึงได้โยกมาเล่นเฟเนร์บาห์เช่ โดยได้เงินชดเชยจากปืนโตมามากกว่า 7 ล้านปอนด์
มาตรฐานของฟุตบอลลีกตุรกี น่าจะเอื้อให้ โอซิล เล่นง่ายขึ้น ไม่หนักเท่าพรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายก็ยังสลัดไม่พ้นเรื่องเก่า นั่นคือไม่มุ่งมั่นทุ่มเท ความฟิตไม่ถึงจึงโดนดร็อป ทั้งที่รับค่าจ้างแพงสุดในทีม
ความสามารถของเขาไม่มีใครสงสัยหรือตั้งคำถามหรอก นี่คือนักเตะที่เจ๋งจริงๆ แต่ทัศนคตินั่นแหล่ะที่คอยกดไว้ไม่ให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง
จากนี้ต้องดูกันต่อว่า ในสีเสื้อบาซัคเซเฮียร์ ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่คอยสนับสนุน โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับ เออร์โดกาน ประธานาธิบดีจะไปได้สวยแค่ไหนกัน
หากยังวิ่งหนีอดีตไม่พ้น ภาพลักษณ์เก่าๆยังปรากฎให้เห็น คงได้บอกลาชีวิตค้าแข้งกันเลย
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment