breadcrumb symbol ข่าว

[ #ตรงไหนที่ใช่ของมาร์ตี้? ]

อัพเดตเมื่อ : July 19, 2022 3:03am โดย : admin

หลังแมนฯยูไนเต็ดปิดดีล ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ได้สำเร็จ สิ่งที่หลายคนอยากรู้ก็คือ เอริก เทนฮาก จะจัดวางตำแหน่งของแข้งรายนี้ไว้ตรงไหน
แม้เราจะมีข้อมูลซึ่งเต็มไปด้วยน้ำหนักความน่าเชื่อว่า เขาปักหลักตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีอะไรมาการันได้หรอก
ดังนั้นจึงได้ยินเสียงวิจารณ์ในแง่มุมต่างๆมากขึ้น เพราะแข้งอาร์เจนไตน์ เล่นได้ครอบคลุมหลายพื้นที่ นอกเหนือจากปราการหลังตัวกลาง ยังถ่างไปประจำการแบ็กซ้าย รวมถึงขยับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์เชิงรับก็สบาย
เหตุผลที่เล่นได้เหลากหลาย มาจากความสามารถเฉพาะตัวนั่นแหล่ะ ตัวไม่ใหญ่ สูงแค่ 175 เซ็นติเมตร แต่ฉลาดหลักแหลมมาก มีทั้งบู๊และบุ๋นครบกระบวน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ เทนฮาก ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อดึงมา
ในขณะเดียวกันฉายาหรือนิคเนมที่รู้จักก็คือ The Carnicero ซึ่งในภาษาสเปนแปลว่าจอมโหดหรือในพากย์อังกฤษก็คือ Butcher ในความหมายเหมือนกัน นักชำแหล่ะเนื้อ ลองนึกภาพแล้วกันว่าเหี้ยมเกรียมขนาดไหน
มาร์ตีเนซ แท็คเกิ้ลดุดันเด็ดขาด แต่เน้นการเล่นบอลเพียวๆ ไม่ค่อยมีลูกเล่นตุกติกนอกเกม โดยที่รู้ดีว่าจะอาศัยความได้เปรียบแบบไหนที่เอื้อกับรูปร่างไม่สูงใหญ่นัก
นี่คือจุดแข็งของพวกแข้งจากละตินทั่วไป ไม่ต้องแข็งแกร่งบึกบึนเป็นยักษ์ปักหลั่น ก็สามารถสร้างความอันตราย เป็นที่เกรงขามสำหรับฝั่งตรงข้ามไม่ยาก
แม้จะเล่นหนัก แต่อีกทางหนึ่งก็สามารถใช้เชิงหรือไหวพริบควบคู่กันไปด้วย อ่านเกมแม่นยำ ชิงจังหวะเล่นเก่งมาก คิดอยู่ตลอดเวลา สายตาและสมองทำงานร่วมกันอย่างดีเยี่ยม
รวมทั้งเล่นบอลง่ายมาก แย่งมาได้แล้วก็รีบถ่ายให้เพื่อนร่วมทีมเลย มองหาคนที่ยืนอยู่ในพื้นที่ได้เปรียบ เพราะตัวเขาเองยังสาดยาวฉมังอีกด้วย เปลี่ยนจังหวะเกมจากรับเป็นรุกได้แบบฉับพลันทันใด
เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นคลิปที่ตัดสั้นๆ ผ่านทางโซเชี่ยลแพล็ตฟอร์มมากมายมาแล้ว
แต่ถ้าเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าอย่างแน่นอนในพรีเมียร์ลีกก็คือ ลุกกลางอากาศย่อมมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไดเร็ตค์ฟุตบอลและการใช้ประโยชน์จากลูกเซ็ตพีซต่างๆ ถือว่าเป็นอาวุธสำคัญ
ด้วยความสูงเพียง 175 เซ็นติเมตร อาจจะมาตรฐานของผู้ชาย แต่ในเกมลูกหนังและคนต้องยืนเซ็นเตอร์แบ็ก ต้องยอมรับว่าอยู่ในจุดที่เสียเปรียบ
อย่างไรก็ตามในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาลที่ผ่านมา อาแจ็กซ์อยู่กลุ่มเดียวกับดอร์ทมุนด์ นั่นทำให้ มาร์ตีเนซ ได้ดวลกับ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ที่ทั้งสูงใหญ่ รวดเร็วว่องไว พละกำลังเหลือเฟือ
ปรากฏว่า มาร์ตีเนซ จัดการรับมือได้ไม่ยากเลย เลกแรกอาแจ็กซ์ถล่มขาดลอย 4-0 พอไปเยือนเวสต์ฟาเล่นบ้าง ซึ่งนัดนั้น ฮาแลนด์ บาดเจ็บลงไม่ได้ ยังย้ำแค้นขยี้แผลอีก 3-1
มาร์ตีเนซ เคยเล่าถึงแนวทางของตนไว้ว่า จะต้องคิดอยู่ตลอดเวลา มองข้ามช็อตล่วงหน้า ซึ่งมาจาการอ่านเกมให้ทะลุปรุโปร่งมากที่สุด ต้องคอยสังเกตตลอดเวลา สมาธิดีเยี่ยม ห้ามเหม่อลอยเด็ดขาด
ถ้าต้องเล่นเซ็นเตอร์แบ็กให้แมนฯยูไนเต็ดจริง คงไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วยังรอคอยการพิสูจน์ด้วยว่า เขาจะทำได้ดีแค่ไหนกัน
หากดูจากการวิเคราะห์หรือความเห็นต่างๆ พอจะเชื่อได้ว่า มาร์ตีเนซ มีสิทธิ์เป็นตัวเลือกเบอร์ต้นๆในตำแหน่งนี้ ส่วนพาร์ทเนอร์ไม่ใช่ ราฟาแอล วาราน ก็ต้องเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์
แม็กไกวร์ อาจจะยังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอย่างที่ เอริก เทนฮาก เคยบอกเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจับจองตัวจริงแบบแบเบอร์
แต่หากพิจารณาจากที่ผ่านมา วาราน โดนอาการบาดเจ็บพุ่งชนเสมอ ส่วนทาง แม็กไกวร์ ก็ยังมีร่องรอยความผิดพลาดแบบต่อเนื่อง จนโดนล้อว่าชอบสร้างคอนเทนต์
อาจเป็นไปได้ว่า วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ พร้อมฉวยโอกาสด้วย ในเมื่อเขายังอยู่ในแผนสร้างทีม
ต่างจาก เอริก ไบยี่ ต่อให้ฟอร์มน่าประทับใจในเกมปรีซีซั่นทั้งสองนัด แต่อนาคตยังแขวนอยู่บนความไม่แน่นอน เช่นเดียวกับผลงานนั่นเลย ไม่มีมาตรฐานนัก เข้าข่ายสามวันดี สี่วันร้าย
เมื่อเป็นเช่นนี้โอกาสของ มาร์ตี้ จะได้ประจำการเซ็นเตอร์แบ็กดูจะมีสูงที่สุด ไม่ว่าจะเล่นระบบทไหนก็ตาม
ส่วนในตำแหน่งมิดฟิลด์เบอร์ 6 ตอนย้ายมาปี 2019 เขาเหมือนมาทดแทนการขาดหายไปของ เฟร็งกี้ เดอย็อง ซึ่งโยกไปบาร์เซโลน่าในซัมเมอร์ดังกล่าวพอดี
เทนฮาก อยากใช้มันสมองของ มาร์ตีเนซ ให้เกิดประโยชน์มากสุด จ่ายบอลง่ายๆแต่ชาญฉลาด รวมถึงความหนักแน่นตามสมญานาม "Butcher of Amsterdam" ซึ่งโดดเด่นและใจหล้าในจังหวะแท็คเกิ้ล
เข้าหนักก็จริง แต่เขามีวิธีเอาตัวรอดได้อย่างดี แทบไม่ค่อยบาดเจ็บหนักเลย จังหวะบวกแบบ 50-50 แล้วน่าจะลงไปนอนโอดโอย กลับลุกขึ้นมาวิ่งต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี่คือคุณสมบัติที่เรามักได้เห็นจากแข้งอาร์เจนไตน์มาบ่อยๆ มาร์ตีเนซ ก็ไม่ยกเว้นเช่นกัน แถมยังมี กาเบรียล ไอน์เซ่ อดีตกองหลังแมนฯยูไนเต็ดเป็นไอดอลอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตามช่วงมาใหม่ๆ มาร์ตีเนซ เจอปัญหาการปรับตัวเล่นงาน โดยเฉพาะแท็คติกของ เทนฮาก สามสัปดาห์แรกเขาเล่าไว้ว่าอยากจะร้องไห้โฮออกมาดังๆ ต้องการจะกลับบ้าน เหมือนทนความกดดันไม่ไหว
แต่เมื่อได้เรียนรู้และพร้อมแก้ไข ก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย เล่นเอา เทนฮาก และเพื่อนนักเตะอาแจ็กซ์ต่างทึ่งไปตามๆกัน
ต้นเหตุน่าจะมาจากติดนิสัยชอบครองบอล แต่พอได้ซ้อมในแบบดีเอ็นเอของอาแจ็กซ์ จึงทำความเข้าใจใหม่ หากว่าสกิลขั้นพื้นฐานไม่ได้แย่ รวมทั้งอ่านเกมเป็น ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
"ตอนซ้อมถ้าผมสัมผัสบอลเกินสองครั้ง พวกเขาบอกจะฆ่าผมเลย"
ส่วนตำแหน่งแบ็กซ้าย แม้จะเคยยืนให้อาแจ็กซ์บ้าง แต่ก็นานทีปีหน มักจะเข้าข่ายแก้สถานการณ์เฉพาะหน้ามากกว่า อาศัยเท้าซ้ายธรรมชาติเลยได้อย่างไม่ขัดเขิน
อย่างไรก็ตามเวลานี้ในทีมมีแบ็กซ้ายถึง 3 ราย ลุค ชอว์ , อเล็กซ์ เตลลีส และ ไตริลล์ มาลาเซีย แข้งใหม่ป้ายแดง จึงไม่จำเป็นสักเท่าไรนัก อาจตัดชอยส์นี้ทิ้งไปได้เลย
ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า เทนฮาก คงรู้จัก มาร์ตีเนซ ไม่น้อยไปกว่าใคร นอกจากมีคู่มือการใช้อย่างที่ชอบเปรียบเปรยกันแล้ว ยังเป็นกุนซือมีลูกเล่นพลิกแพลงเก่งมาก ชอบทดลองหรือหมุนเวียนบ่อยๆ
มาร์ตีเนซ อาจไม่ใช่แข้งบิ๊กเนม เมื่อดูจากโปรไฟล์และเส้นทางในช่วงที่ผ่านมา
แต่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในดีลที่แฟนแมนฯยูไนเต็ดอยากเห็นมาก จะตอบสนองได้ดีแค่ไหนกัน เพราะคือคนที่ เทนฮาก ให้ความไว้วางใจ
สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดก็คือ ผลงานในอนาคตจะเป็นตัวชี้วัด มาร์ตีเนซ ส่วนอดีตไว้แค่เป็นเรื่องเล่าปูพื้นเท่านั้นเอง
-------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment