breadcrumb symbol ข่าว

[ #เสียงโห่จะหายไปถ้า... ]

อัพเดตเมื่อ : July 24, 2022 2:19am โดย : admin

เกมปรีซีซั่นของแมนฯยูไนเต็ดล่าสุดที่โดนแอสตัน วิลล่าตามตีเสมอในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังคงโดนแฟนบอลโห่ใส่ ยามที่ได้บอลหรือมีส่วนร่วมกับเกม

บรรดานักข่าวที่นั่งอยู่บริเวณเพรสบ็อกซ์ที่ออพตัส สเตเดี้ยม ในเมืองเพิร์ธต่างได้ยินกันทั่วและสงสัยว่า ทำไมยังเป็นเหมือนเดิมอีก

เกมก่อนที่เมลเบิร์นคว้าชัยเหนือคริสตัล พาเลซ 3-1 แม็กไกวร์ โดนโห่ใส่หนักพอสมควร แล้วส่วนมากมาจากแฟนบอลปีศาจแดงแดงเองด้วย ย่อมเกิดความสับสนขึ้นเป็นธรรมดา

แต่ฟอร์มของ แม็กไกวร์ โดดเด่นอย่างมาก จนได้รับเสียงชื่นชมล้นหลาม ไม่ได้สร้างคอนเทนต์พลาดแบบง่ายๆเหมือนอย่างที่เคยเห็นกันบ่อยในฤดูกาลที่แล้ว

ดังนั้นเมื่อต้องมาเจอวิลล่า เลยคาดกันว่ากระแสโห่น่าจะลดดีกรีลงบ้าง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย

เรื่องนี้มีนักข่าวถาม เอริก เทนฮาก ไว้ก่อนแล้ว ซึ่งกุนซือดัตช์ยอมรับว่าได้ยินเหมือนทุกคนนั่นแหล่ะ ต้องขึ้นอยู่ที่ตัวนักเตะเองว่าจะแก้ไขให้เสียงเหล่านี้หายไปได้อย่างไร

"หากคุณทำผลงานได้โอเค ทุกอย่างก็จะจบเอง ผมเชื่อว่าเขากำลังทำได้ดีเลยนะกับแนวทางของเราในเวลานี้"

สิ่งที่ เทนฮาก ต้องการบอกลูกทีมผ่านสื่อก็คือ ปัญหาที่ว่าแก้ได้ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม จนเสียงโห่จะเปลี่ยนเป็นเสียงปรบมือแทน

ทว่าก็อย่างที่เราเห็นกัน เสียงยังคงดังเช่นเดิมในเกมล่าสุด ตั้งแต่ตอนโฆษกสนามประกาศรายชื่อก็ได้ยินเป็นจุดเริ่มต้น ทั้งที่ว่ากันแบบแฟร์ๆ แม็กไกวร์ ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีเยี่ยม จัดเป็นหนึ่งในแข้งที่โดดเด่นเลย

นอกเหนือจากไฮไลต์ที่ปรี่เอาตัวมาขวางลูกยิงของ เลออน เบลี่ย์ ได้เฉียบขาด แสดงถึงการอ่านเกมได้แม่นยำแล้ว ยังโชว์ถึงการเป็นหัวใจแนวรับตลอด 65 นาทีที่อยู่ในสนาม

แม็กไกวร์ พัฒนาไปจากซีซั่นก่อนน่าสนใจเลย เยือกเย็นมากกว่าเดิม มีส่วนร่วมกับการขึ้นเกมด้วยการวางบอลยาว รวมทั้งจ่ายตามช่องได้ดี อีกทั้งเมื่อต้องเล่นเกมรับก็อ่านจังหวะดักทางคู่แข่งได้

อาจมีความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ให้เห็นบ้างตามปกติ แต่ถือว่าไม่ได้ร้ายแรง จนถึงขั้นทำให้ทีมเสียหาย

ไม่แน่ใจว่าเสียงโห่ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจของแฟนบอล อาจมาจากการที่เขายังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีมหรือไม่ เพราะแฟนแมนฯยูไนเต็ดส่วนใหญ่อยากให้เปลี่ยนแปลงตรงนี้

อย่างไรก็ดีในมุมของ เอริก เทนฮาก ต้องการจะให้โอกาส แม็กไกวร์ พิสูจน์ตัวเองไปก่อน เพื่อความยุติธรรมสำหรับนักเตะเองด้วย แล้วเขาเองก็เพิ่งเข้ามาคุม ยังไม่ได้คุ้นเคยหรือรู้ข้อมูลแบบลึกจริง จึงไม่มีเหตุผลจะต้องปรับให้คนอื่นมาเป็น

ในขณะเดียวกันช่วยลดแรงเสียดทานในทีมด้วย หากให้ใครสักคนมารับตำแหน่งแทน มีสิทธิ์ทำให้บรรยากาศข้างในตึงเครียด ต้องยอมรับว่า แม็กไกวร์ ยังคงได้รับการสนุนจากเพื่อนร่วมทีมบางคน โดยเฉพาะกลุ่มแข้งอังกฤษด้วยกัน

เคสนี้มีหลายคนมองว่า เทนฮาก ทำถูกต้องแล้ว จากนี้คือหน้าที่ แมกไกวร์ ต้องแสดงให้เห็นว่าดีพอสำหรับการมีปลอกกัปตันรัดที่ต้นแขน

เอาเข้าจริงมันไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์มในสนามเท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงบทบาทการเป็นผู้นำอีกด้วย นี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและเขาโดนวิจารณ์บ่อยๆว่า ยังทำได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น

ไม่ค่อยตะโกนสั่งเพื่อนร่วมทีมนัก ทั้งที่ควรกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ดูเฉื่อยเกินไป เช่นเดียวกับการปกป้องเพื่อนร่วมทีม รวมถึงต้องเทคแอ็กชั่นมากกว่าที่เป็นอยู่ เวลาคุยกับผู้ตัดสิน

ทำอย่างไรก็ได้ต้องดึงความได้เปรียบให้กับทีมตัวเองก่อน อย่างน้อยที่สุดคำพูดต่างๆ มันอาจกดดันผู้ตัดสินได้อีกทาง

ฉะนั้นซีซั่นหน้า แม็กไกวร์ จะต้องปรับปรุงตรงจุดนี้ด้วย เพราะหลายครั้งเวลาที่ เทนฮาก ตอบคำถามสื่อเรื่องกัปตันทีม มักจะชื่นชมและให้เกียรติลูกทีมมาตลอด นั่นเหมือนเป็นจิตวิทยาที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอีก

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และ ราล์ฟ รังนิก เป็นผู้จัดการทีม เรามักได้เห็น แม็กไกวร์ ยืนเซ็นเตอร์แบ็กทางฝั่งซ้าย ในขณะที่ด้านขวาไม่ ราฟาแอล วาราน หรือ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ จะประจำการ

แต่ในเกมปรีซีซั่นที่ผ่านมา เทนฮาก วางตำแหน่งใหม่ สลับเอา แม็กไกวร์ มายืนฝั่งขวา ซึ่งดูเหมือนว่าจะเหมาะกับเขามากกว่า เล่นเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องฝืนสักเท่าไร

ตรงนี้แหล่ะที่น่าสนใจมาก เพราะอย่าลืมว่า ลิซานโดร มาร์ตีเนซ สมาชิกใหม่ป้ายแดง ถนัดเท้าซ้ายและจะต้องยืนด้านซ้ายอยู่แล้ว

ถ้าจะให้เดานั่นอาจหมายถึง แม็กไกวร์ จะได้เล่นทางขวาแบบยาวๆ โอกาสยืนคู่กับ มาร์ตีเนซ ในช่วงแรกของฤดูกาลมีไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงสไตล์ของทั้งสองคน ซึ่งคาดว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ใหม่ ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก แต่เมื่อร่วมงานแล้วจะได้สมดุลลงตัว

แม็กไกวร์ เป็นประเภทเชิง อ่านเกม ไม่ใช่ประเภทบวกปะทะโบ๊ะบะหนักหน่วง แล้วลูกกลางอากาศก็ไม่ใช่จุดแข็งด้วย แม้รูปร่างจะสูงใหญ่ก็ตาม

ฟาก มาร์ติเนซ เข้าบอลดุดัน ตามสมญานามที่เรียกกันว่า The Butcher ชิงจังหวะเล่นเก่งมาก ตัดสินใจรวดเร็ว ถ้าต้องแท็คเกิ้ลแบบเสี่ยงหน่อยแล้วคิดว่าคุ้มค่าก็จะทำทันทีเลย

เขาถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการเล่นลูกกลางอากาศ เพราะความสูงเพียงแค่ 175 เซนติเมตร ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานของเซ็นเตอร์แบ็กพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน

ไม่ว่าอย่างไรหากคุณมาเล่นในลีกอังกฤษ จะหนีฟุตบอลแบบไดเร็คต์หรือการโยนยาวไม่พ้นเลย ยังไงก็ต้องหาทางรับมือหรือวิธีการเพื่อกลบจุดด้อยดังกล่าว

นั่นยังรวมถึงการป้องกันจากเซ็ตพีซด้วย เท่าที่ผ่านมาแมนฯยูไนเต็ดเสียท่าจากลักษณะการเล่นที่มีจุดเริ่มจากลูกตั้งเตะบ่อยๆ แก้ไขเท่าไรก็ไม่หาย สะสมหมักหมมเรื่อยมา

อย่างไรก็ตาม แม็กไกวร์ จะถูกโฟกัสอย่างมาก เริ่มจากการพิสูจน์ให้เห็นว่าดีพอสำหรับกัปตันทีมและยืนหยัดตัวจริงแบบต่อเนื่องก่อน

จากนั้นเรามาดูกันว่า เสียงโห่ที่เชื่อว่ามาจากแฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดเอง จะค่อยๆจางหายไปหรือไม่

แม้สิ่งที่เขาเผชิญอยู่จะได้รับความเห็นใจพอสมควร แต่อย่างที่ เทนฮาก เคยพูดไว้นั่นแหล่ะ เขาต้องแก้มันด้วยตัวเอง หากผลงานโอเค ไม่มีอะไรมาทำลาย แม็กไกวร์ ได้เลย

ฤดูกาลหน้าจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญสุดอีกครั้งในอาชีพค้าแข้งของเขา หากยังไม่สามารถสลัดหลุดจากภาพลักษณ์เดิมๆได้ มันก็คงยากที่จะได้รับโอกาสอีก

อย่าว่าแต่ปลอกแขนกัปตันทีมเลย ตำแหน่งตัวหลักก็จะหลุดลอยไปด้วยเช่นกัน

----------------

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

Facebook Comment