breadcrumb symbol ข่าว

[ #เมื่อต้องเจอโจทย์ยาก ]

อัพเดตเมื่อ : August 01, 2022 4:03am โดย : admin

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ดูผิดหวังไม่น้อยที่พลาดท่าให้ลิเวอร์พูลในเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ชิงโล่เงินใบเขื่องล่าสุด
ภาพรวมของเกมไม่ได้เสียหายอะไรนักหรอก แมนฯซิตี้สู้ได้อย่างสูสี เพียงแต่ความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้ายคือสิ่งที่แตกต่างกัน
จำนวนโอกาสและยิงตรงกรอบมากกว่าของหงส์แดง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้น้อยกว่า นี่แหล่ะที่ทำให้ เป๊ป กลัดกลุ้มพอสมควร
การเปลี่ยนแปลงในขุมกำลังแนวรุก ดูเหมือนจะช่วยให้ซิตี้อันตรายยิ่งขึ้น มีทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับการเพิ่มมิติในการจบสกอร์
เมื่อคุณเสีย ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ กาเบรียล เชซุส ไปพร้อมกัน แล้วได้ทั้ง เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ กับ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ เชื่อว่าย่อมเติมความกระชุ่มกระชวยให้สาวกได้อีกไม่น้อยเลย
ฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ก็จริง แต่ไม่มีใครแบกรับภาระผิดชอบถล่มตาข่ายแบบตายตัว เป็นในลักษณะกระจายกันยิงซะมากกว่า
นับจากทุกรายการ ริยาด มาห์เรซ ซัดได้มากสุด 24 ประตู รองลงมาคือ เควิน เดอ บรอยน์ 19 ประตู
ส่วนอันดับ 3 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง 17 ประตู ตามมาด้วย ฟิล โฟเด้น 14 ประตู ขณะเดียวกันอันดับ 5 มีสองคนคือ กาเบรียล เชซุส กับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา 13 ประตูเท่ากัน
มองจากตัวเลขเหล่านี้ ชัดเจนแล้วว่าแข้งเรือใบสีฟ้า แชร์กันยิงของจริง ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่ใครคนหนึ่ง ซึ่งก็สะท้อนวิธีการเล่นของ เป๊ป ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ได้วางหมากแบบมี Striker หรือกองหน้าตัวเป้า
เขายังคงยึดสูตร False9 เล่นแบบไม่ต้องพึ่งพาหน้าเป้าแท้จริง บางครั้งใช้ เดอ บรอยน์ หรือ โฟเด้น เล่นในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้ผลอย่างน่าพอใจอีกด้วย
สองคนนี้มีวิชั่นยอดเยี่ยม จ่ายบอลแม่นยำ หวังผลได้ในจังหวะได้เสีย อีกทั้งหาโอกาสยิงประตูได้ดีอีกต่างหาก
ในขณะที่ เชซุส น่าจะเหมาะกับการเล่นหน้าเป้า โดนโยกไปยืนริมเส้นเป็นส่วนมาก แต่ไม่ได้ลดประสิทธิภาพลงนัก อย่างน้อยก็ทำประตูสม่ำเสมอ แถมยังขยันเพรสซิ่งอีกต่างหาก
สำหรับ สเตอร์ลิ่ง ช่วงหลังโดนแฟนบอลตำหนิอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มาจากความดึงดันจะพาบอลไปเอง ไม่ค่อยเล่นกับเพื่อนสักเท่าไร เข้าข่ายชายเดียว ข้ามาคนเดียว
อย่างไรก็ตามไม่ได้แย่อะไรเลย เพียงแต่ไม่ถึงขีดที่ถูกคาดหวังไว้ มันก็เท่านั้นแหล่ะ
ไม่ว่าจะเป็น สเตอร์ลิ่ง หรือ เชซุส สถานะคือตัวสำรอง หากเป็นเกมสำคัญจริงๆหรือไม่ได้จำเป็นต้องโรเตชั่น มักประจำการรอโอกาสที่ข้างสนามมากกว่า
แล้วเมื่อเหลือสัญญาเพียงแค่ปีเดียว การเจรจาเพื่อขยายไม่มีความคืบหน้า ฉะนั้นการปล่อยออกไปน่าจะเป็นหนทางดีที่สุดแล้ว
ผู้บริหารของแมนฯซิตี้มองว่า การขายสองคนออกไป แล้วได้เงินกลับมาเกือบ 100 ล้านปอนด์ น่าจะโอเคเลย ไม่ได้ขาดทุนตรงไหน
เท่าที่ผ่านมาใช้คุ้มค่าแล้ว ทั้งคู่ต่างตอบแทนสโมสรอย่างน่าพอใจ ถึงเวลาจำต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ความจริงแมนฯซิตี้ควรเกิดการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังครั้งสำคัญตั้งแต่ซัมเมอร์ 2021 พวกเขาพยายามไล่ล่า แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมให้ได้ หลังปิดดีล แจ็ค กรีลิช อย่างง่ายดาย ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 100 ล้านปอนด์
แต่เคสของ เคน ไม่ง่ายดายเลยสักนิดเดียว ทางฝั่งท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ขวางลำเต็มที่ รวมถึงเรียกค่าจ้างแบบมโหฬารเพื่อบีบให้ซิตี้ต้องยอมล่าถอย แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
หลังจากข้อเสนอที่ 3 ไม่ผ่าน ทางเรือใบสีฟ้าก็ถอนคันเร่งเลย ไม่มีประโยชน์ที่จะตื๊อต่อไปแล้ว รู้แล้วว่าอีกฝั่งไม่ต้องการขาย ราคาที่ร้องขอมาก็โอเวอร์เกินจริง
หากซิตี้ประสบความสำเร็จได้ เคน มาร่วมทัพตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว เราอาจได้เห็นสูตรการเล่นของ เป๊ป ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
ไม่ว่าอย่างไร เคน ก็ต้องยืนหน้าเป้า เพียงแต่เขาต่างจากพวก Strike ตรงที่ถอยลงมาปั้นเกมได้เอง ดึงแนวรับคู่แข่ง แอสซิสต์ได้สม่ำเสมอ เรียกว่าครบเครื่องอย่างมาก
ผู้เล่นที่มีคุณสมบัติลักษณะนี้ ย่อมตอบโจทย์ความต้องการของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ทว่า ฮาแลนด์ ไม่ใช่ประเภทเดียวกับ เคน ส่วนใหญ่รอยืนค้ำข้างหน้า พร้อมทะยานพุ่งไปในเขตอันตรายของฝั่งตรงข้าม ทำประตูได้ทุกรูปแบบ
ฉะนั้นเขาย่อมต้องการพลังสนับสนุน ไม่อาจปล่อยให้โดดเดี่ยวได้เลย ยิ่งเมื่อเจอกับคู่ต่อสู่ที่แกร่งเขี้ยวลากดินอย่างลิเวอร์พูลด้วยแล้ว จึงยากลำบากหนักกว่าเดิมอีก
แม้จะเข้าฮอสซัดประตูบาเยิร์น มิวนิคมาได้ในเกมปรีซีซั่นก่อนหน้า ความเชื่อมั่นทวีเป็นธรรมดา แต่ยังต้องใช้เวลาปรับจูนทำความเข้าใจ ไม่เหมือนซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากิน ฉีกซองใส่น้ำร้อนแล้วฟาดได้เลย
ส่วนหัวใจหลักอย่าง เดอ บรอยน์ ที่ถูกหวังว่าจะช่วยปั้น ฮาแลนด์ ก็ดูอึดอัดไม่น้อยเลย เพราะปกติแล้วเขาไม่ได้ถูกจำเพาะว่าต้องวางบอลให้ใคร แต่เล่นได้ตามจินตนาการ เป็นธรรมชาติของตัวเอง
ปกติหากตื้อๆแล้วมี โฟเด้น , เชซุส หรือกระทั่ง สเตอร์ลิ่ง มายืนใกล้ๆ ช่วยเติมช่วยต่อ มีความเข้าใจกันมากกว่า ต่างฝ่ายต่างรู้สเต็ปกันดี
แต่นี่ โฟเด้น ถูกจับนั่งข้างสนาม ส่วนอีกสองคนย้ายไปแล้วอย่างที่รู้กัน งานหนักจึงตกมาที่ เป๊ป เลยทีเดียว
ริยาด มาห์เรซ เป็นพวกประเภทชอบหาโอกาสยิงเอง ครองบอลมากเกินในบางจังหวะ กรีลิช เองก็ยังไม่อาจคลำฟอร์มที่แท้จริงได้เลย
แล้วเมื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ต้องถูกถอยมายืนต่ำ เจอกับลิเวอร์พูลที่แผงมิดฟิลด์แกร่งมากๆ จะไปยืนลอยเน้นเกมรุกอย่างเดียวข้างหน้าไม่ได้
แม้แมนฯซิตี้จะมีช่วงเวลาที่รุกเข้าใส่ไม่หายใจหายคอ แบบขึงพืดแต่หากเจาะไม่เข้า มันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี
ในขณะที่ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ผู้ยิงประตูตีเสมอ น่าจะสำรองเป็นหลักไปก่อน คงยากจะเบียดขึ้นมาเป็นแกนหลักได้เลย
น่าสนใจมากๆสำหรับการเปลี่ยนแปลงทั้งผู้เล่นและวิธีการเล่นของ เป๊ป หลังผ่านเกมการกุศลไป กุนซือระดับนี้ย่อมมองเห็นว่า จุดอ่อนอยู่ตรงไหนและจะแก้ไขอย่างไร
แล้วเมื่อ ฮาแลนด์ คือมวลความหวังมหาศาล ทุกคนอยากเห็นการพังประตูระเบิดระเบ้อ เหมือนตอนเล่นให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นั่นคือโจทย์ใหญ่เลย ต้องแก้สมการให้ได้
ขณะเดียวกัน เป๊ป ยังไม่อาจเค้นศักยภาพของ แจ็ค กรีลิช แข้งค่าตัว 100 ล้านปอนด์ ให้โดดเด่นเหมือนสมัยรับใช้แอสตัน วิลล่าได้เลย ทั้งที่ผ่านไปหนึ่งฤดูกาลแล้ว
แน่นอนว่ามันเร็วเกินไปจะสรุป ฮาแลนด์ ต้องเป็นเหมือน กรีลิช คือซีซั่นแรกสอบตก ฤดูกาลพรีเมียร์ลีกยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ
แต่ที่แน่ๆจะเป็นช่วงเวลาสำคัญ สำหรับการพิสูจน์ฝีมือของ เป๊ป ว่าจะใช้แนววิธีไหนในภารกิจป้องกันแชมป์
------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment