breadcrumb symbol ข่าว

[ #มันคือความหลงใหล ]

อัพเดตเมื่อ : August 02, 2022 3:07am โดย : admin

แฟนแมนฯยูไนเต็ดหลายคนที่ได้เห็นฟอร์มของ คริสเตียน เอริกเซ่น จากเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นล่าสุด ซึ่งเสมอราโย บาเยกาโน่ 1-1 ต่างเอ่ยปากชื่นชมกันไม่หยุดเลย
เขาอาจมีเวลาในสนามราว 60 นาทีเศษๆ แต่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงศักยภาพที่แท้จริง นอกจากความสามารถที่เป็นจุดเด่นอย่างครองบอลหรือจ่ายอย่างชาญฉลาดแม่นยำ ยังสุขุมเยือกเย็นอีกต่างหาก
นั่นจึงเป็นที่มาของคอนเมนต์มากมาย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า หากต้องเลือกระหว่าง เอริกเซ่น กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ควรจะเป็นใครดีได้รับบทบาทเบอร์ 10 หรือเพลย์เมคเกอร์
แม้มีไม่น้อยเชื่อกันว่า เอริก เทนฮาก น่าจะหาวิธีให้สองคนนี้เล่นร่วมกันได้ แต่ในโลกแห่งการเปรียบเทียบ ยังไงเราก็ไม่อาจหนีการวิพากษ์วิจารณ์ไปได้หรอก
จริงๆแล้วก่อนตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้เปิดทำการ แทบไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า เอริกเซ่น จะมาลงเอยกับแมนฯยูไนเต็ด เพราะพิจารณาเหลี่ยมมุมไหน ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย
ในขณะเดียวกันเหตุผลที่เขาเลือกเล่นให้เบรนท์ฟอร์ด ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลก่อน มาจากคอนเน็กชั่น ทั้งผู้จัดการทีมและนักเตะ รวมแล้วหลายคนเป็นชาวเดนมาร์กเหมือนกัน
นอกจากนี้ยังเคยร่วมงานกับ โธมัส ฟรังก์ สมัยติดทีมเยาวชนของเดนมาร์กอีกต่างหาก รวมถึงโอกาสซึ่งทางเบรนท์ฟอร์ดหยิบยื่นมาให้ด้วยมิตรไมตรี
ต้องยอมรับช่วงดังกล่าว เอริกเซ่น หาทีมลงยากมาก เขาเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาจากศึกยูโรเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว จากนั้นต้องฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ ความเสี่ยงจึงยังมีพอสมควร
แล้วในลีกอิตาลีมีกฎข้อห้ามนักเตะใช้เพซเมคเกอร์ด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถอยู่อินเตอร์ มิลานต่อไปได้ แต่พรีเมียร์ลีกไม่ได้มีกฎข้อนี้ เลยยินดีผายมือต้อนรับการกลับมาอีกครั้ง
ตอนที่เขาตัดสินใจไม่รีไทร์ตามที่แพทย์แนะนำหรือจากคำเตือนคนใกล้ชิด แฟนบอลมากมายต่างแสดงอาการเป็นห่วง หวั่นใจว่าเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น จะมาซ้ำรอบเอาได้
เหตุผลของ เอริกเซ่น ไม่มีอะไรมากกว่า ต้องการจะเล่นฟุตบอลต่อไป ด้วยความหลงใหลไม่เคยเปลี่ยนแปลง
มันแทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทองเลย นั่นคือตัวแปรรองลงมาแล้ว ไฟข้างในยังไม่มอดลง เหมือนว่ายังไม่ได้เดินไปถึงจุดหมายที่วางเอาไว้
น่าสนใจกว่านั้นก็คือ เอริกเซ่น เพิ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นเคยได้รับการติดต่อจากแมนฯยูไนเต็ดหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน
ในยุค 3 ผู้จัดการทีมไล่มาตั้งแต่ หลุยส์ ฟานกัล , โชเซ่ มูรินโญ่ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต่างเคยต้องการร่วมงานกับเขาทั้งสิ้น
"ผมได้เคยคุยกับ 3 ผู้จัดการทีม ถึงโอกาสความเป็นไปได้ต่างๆ แต่เวลานั้นผมยังเป็นนักเตะท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์มานานแล้ว รวมถึงอยากจะลองความท้าทายใหม่ด้วยการไปเล่นในต่างแดน"
นั่นคือสาเหตุทำให้ เอริกเซ่น ไม่ได้ย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดสักที โดยที่มีข่าวโยงกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งมันคือเรื่องจริง
หากใครได้ดูสารคดีชุดของสเปอร์ส All or nothing ทาง Amazon Prime จะได้เห็นความเคลื่อนไหวของ เอริกเซ่น ก่อนย้ายไปร่วมทัพอินเตอร์ มิลาน
หลังจาก เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ โดนปลดพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีม โชเซ่ มูรินโญ่ ถูกแต่งตั้งมาแทนอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาของ เอริกเซ่น คล้ายไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไรนัก
สายตาที่มองมายังเจ้านายคนใหม่ดูแปลกๆมาก แต่ความจริงแล้วไม่มีอะไรเก็บซ่อนไว้เลย อย่างที่เขาเล่าไว้เคยได้คุยกับ มูรินโญ่ ตอนคุมแมนฯยูไนเต็ดมาก่อนแล้ว
ความตั้งใจ เอริกเซ่น คืออยากจะย้ายตั้งแต่ซัมเมอร์ 2019 แล้ว มันชัดเจนตรงที่ไม่อยากขยายสัญญาออกไป เป้าหมายคือการเล่นในกัลโช่ เซเรียอา ได้พูดคุยกับทางอินเตอร์ มิลานไว้บ้างแล้ว
อย่างไรก็ดีไม่มีดีลเกิดขึ้น จึงต้องอยู่ต่อไปเช่นเดิม พอฤดูกาล 2019/20 เปิดฉากได้ไม่เท่าไร โปเช็ตติโน่ ก็ต้องจากไป นั่นจึงยิ่งเพิ่มความต้องการย้ายออกของ เอริกเซ่น เพิ่มขึ้นอีก
ในยุคของ มูรินโญ่ ส่วนใหญ่แล้ว เขาต้องรอโอกาสข้างสนาม เดเล่ อัลลี่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะหมดอนาคต ถูกจับมาใส่ตระกร้าล้างน้ำ จนฟอร์มเจ๋งอีกครั้ง ไม่ง่ายเลยสำหรับการแย่งตัวจริง
เอริกเซ่น ยังแสดงความเป็นมืออาชีพไม่แปรเปลี่ยน ต่อให้สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก คนที่อยากลงเล่นทุกนาทีอย่างเขา ไม่มีทางแฮปปี้กับการนั่งอยู่ข้างสนาม โดยที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า จะถูกส่งลงไปเมื่อไร
ส่วนทาง มูรินโญ่ ซึ่งชื่นชอบเป็นการส่วนตัว เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดี จึงเรียกมาคุยแบบตัวต่อตัวที่ห้องทำงานเลย เปิดใจเคลีบร์กันเอาแบบชัดๆ จะได้ไม่ต้องมาค้างคากันภายหลัง
เมื่อ เอริกเซ่น ยืนยันมั่นเหมาะปรารถนาย้ายทีมเช่นเคย เป้าหมายอยู่ที่อินเตอร์ มิลาน นั่นทำให้ มูรินโญ่ อธิบายกับ ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรถึงความต้องการของนักเตะและควรปล่อยออกไปช่วงตลาดมกราคม
หากดึงดันเก็บเอาไว้จนจบซีซั่น นั่นหมายความว่าต้องเสียฟรีอย่างแน่นอน ไม่มีประโยชน์ต้องทำอย่างนั้นเลย
เอริกเซ่น สมหวังได้ย้ายไปอินเตอร์ ด้วยค่าตัวประมาณ 20 ล้านปอนด์ ถือว่าเป็นราคาที่โอเคเลยสำหรับนักเตะที่เหลือสัญญาเพียงแค่ 6 เดือน
เขาเซ็นสัญญายาวถึง 4 ปีครึ่งด้วยกัน คือจะครบเทอมในซัมเมอร์ 2024 ด้วยความตั้งใจว่าอยู่ค้าแข้งแบบยาวๆไปเลย โดยไม่คาดคิดสักนิดว่าจะเกิดเรื่องราวไม่คาดฝันขึ้น
ว่ากันตามตรงหากลีกอิตาลีไม่มีกฎห้ามนักเตะใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ เอริกเซ่น มีโอกาสสูงจะได้อยู่ต่อไป เชื่อกันว่าทางอินเตอร์ก็พร้อมอุ้มชูดูแลในวันที่นักเตะเจ็บไข้ได้ป่วย
มันเหมือนมีอะไรบางอย่างเบี่ยงเส้นทางให้ต้องรีเทิร์นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เช่นเดียวกับเส้นทางค้าแข้งในที่สุดก็ลากตัดกับแมนฯยูไนเต็ดจนได้
หากฟังจากคำสัมภาษณ์ของ เอริกเซ่น ต้องยอมรับว่าการได้พูดคุยกับ เอริก เทนฮาก มีส่วนช่วยในการตัดสินใจ โปรเจคต์หรือแนวทางต่างๆที่ชัดเจน ช่วยให้เขาเลือกอนาคตง่ายยิ่งขึ้น
แม้จะรู้ดีว่าการแก่งแย่งแข่งขันในสโมสรใหญ่จะเข้มข้นมากกว่าเดิม ไม่การันตีเหมือนตอนเล่นให้เบรนท์ฟอร์ด แต่นั่นแหล่ะคือความท้าทาย
หากคุณยังมีแพสชั่น ความหลงใหลในฟุตบอลยังไม่จางหายไป นี่คือสิ่งที่ปกติอย่างมาก
ในขณะที่หลายคนคาดว่าเขาจะมาเพื่อเป็นสำรอง แต่สำหรับ เอริกเซ่น คงไม่ได้คิดอย่างนั้นแน่นอน
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment