breadcrumb symbol ข่าว

[ #หมดหัวจดเท้า ]

อัพเดตเมื่อ : September 09, 2022 1:49am โดย : admin

ถึงตอนนี้บรรดากูรูและสื่อทั้งหลาย พยายามมองหาความผิดพลาดของลิเวอร์พูล หลังโดนนาโปลีถล่มยับ 4-1 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
เห็นสกอร์ก็เดาไม่ยากหรอกว่า มันย่ำแย่แค่ไหนกัน แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ มันเป็นมาสักพักแล้ว
มีเพียง 2 เกมเท่านั้นที่ลิเวอร์พูลทำผลงานได้น่าประทับใจ เกมแรกคือคอมมูนิตี้ ชิลด์ไล่ขย่มแมนฯซิตี้ 3-1 ถือเป็นการเบิกฤกษ์ดีงามมากๆ
เกมสองก็ปูพรมถล่มบอร์นมัธอย่างไม่เลี้ยง 9-0 จนเดอะ ค็อปอุ่นใจ คิดว่าน่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้แล้ว
สุดท้ายไม่เป็นเช่นนี้ เหมือนว่ายวนอยู่ในอ่าง หาทางออกไม่เจอ จนเป็นที่มาของความกังขาน่าสงสัย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หากไม่นับเกมการกุศล ลิเวอร์พูลเล่นไปแล้วทั้งสิ้น 7 เกมทุกรายการในซีซั่นนี้ พวกเขาเพิ่งชนะแค่ 2 เกมเท่านั้นเอง แถมหนึ่งในนั้นเจอนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้ายของการทดเวลา ชนิดที่ว่าทดเกินจากปกติ 2-3 นาทีเลย
กระทั่งมาถูกตอกลิ่มย้ำจากเกมล่าสุดนั่นแหล่ะ เลยเริ่มบานปลายหนักข้อมากขึ้น ทำไมแตกต่างจากฤดูกาลก่อนอย่างสิ้นเชิง
เข้าใจว่ามีการผลัดเปลี่ยนผู้เล่นบางตำแหน่ง ซึ่งเอาเข้าจริงเสาหลักที่ทีมเสียไปมีเพียง ซาดิโอ มาเน่ คนเดียวเท่านั้น แถมคนที่ได้มาใหม่อย่าง ดาร์วิน นูนเญซ ก็ใช่ว่าธรรมดาซะที่ไหนกัน
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เดอะ ค็อปจะมีการพูดถึงประเด็นขาดหายไปของ มาเน่ มากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะรู้ดีว่า มันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ชีวิตจริงต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มาเน่ น่าจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา นักเตะชุดปัจจุบันซึ่งตกทอดมาจากฤดูกาลก่อน ก็ไม่อาจแบกรับภาระได้เลย
โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ต่ำกว่ามาตรฐานน่าใจหาย โดยเฉพาะจำนวนประตูที่ลดลงฮวบฮาบ เพิ่งจะซัดไปแค่ 2 ตุงเท่านั้นเอง
นั่นทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ขยายสัญญายาวออกไป พร้อมอัพค่าจ้างเหยียบ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซาลาห์ ก็ฟอร์มตกไปจากเดิมหรือไม่มุ่งมั่นใส่เต็มร้อยอย่างที่เคยแล้ว
รวมถึงตำแหน่งการยืนที่เราพูดกันบ่อยๆ หากเกมไหนต้องลงพร้อมกับ นูนเญซ ดูเหมือนจะไปยืนชิดริมเส้นมากเกินไป โอกาสหุบมาข้างในเพื่อช่วยเติมพลังรุกหรือยิงประตูก็ดูน้อยลงด้วย
เรื่องนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยออกมาชี้แจงแล้วว่า ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแท็คติกอะไรนักเลย คงไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่เมื่อดูฮีทแมปหรือแผนที่การยืนของ ซาลาห์ แล้วก็ต้องยอมรับเช่นนั้น
คล็อปป์ เลยบอกว่า อาจเป็นแค่เกมเสมอเอฟเวอร์ตันแหล่ะ จึงพอจะเดาว่าคงไม่ใช่เป็นเจตนาจะวางแท็คติกอย่างนั้น แต่ก็ต้องเข้าใจแบบธรรมชาติว่า นูนเญซ คือหน้าเป้าธรรมชาติ จะพุ่งเข้าในกรอบเขตโทษหรือป้วนเปี้ยนบริเวณดังกล่าวเป็นหลักอยู่แล้ว
ในขณะเดียวกัน นูนเญซ เองก็ยังต้องพยายามคลำเพื่อหาทางของตัวเองให้เจอ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้เวลาปรับตัวและไม่อาจตอบได้เหมือนกันว่าจะมาถึงเมื่อไร
หลุยส์ ดิอาซ ดูจะเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดในแนวรุกปัจจุบัน วูบวาบอันตราย ขยันขันแข็ง มุ่งมั่นทุ่มเทเกือบตลอดเวลา แสดงถึงความพยายามชัดเจน
ทว่าหลายจังหวะเขาเหมือนเล่นคนเดียว จะถูกโดดเดี่ยวไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนหรือจะเป็นเพราะนั่นคือสไตล์ก็ช่างเถอะ มันยังทำให้ทีมขาดสมดุลอยู่ดี
ดีโอโก้ โชต้า ก็สนิมเกรอะกรังมานานจากปัญหาอาการบาดเจ็บ พักไปหลายเดือน ต้องรอให้เครื่องเคราเข้าที่เข้าทาง ในขณะที่ ฟาบิโอ คาร์วัญโญ่ ถ้าเป็นผลไม้ก็ห่ามเกินไป ต้องรอให้สุกกว่านี้ก่อน ซื้อมาเพื่ออนาคตแน่ๆ จะไปหวังมาร่วมแบกด้วยคงลำบาก
แดนหน้าว่าปัญหาเยอะ ตรงกลางก็ใช่ย่อย ซึ่งหลายคนน่าจะพอเข้าใจว่าเกิดจากอะไร
การบาดเจ็บของผู้เล่นอย่าง ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งเสมือนกระดูกสันหลัง รวมทั้ง เจมส์ มิลเนอร์ โรยลงไปมาก ต่อให้โคตรฟิตพลังม้า มันก็ยากจะยืนหยัดด้วยพละกำลังตลอดเวลา
เมื่อรอบข้างไม่ดี ฟาบินโญ่ ก็ดร็อปตามด้วยอย่างไม่มีทางเลี่ยง แล้วจะไปฝากให้ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ซึ่งอายุยังไม่ครบ 20 ด้วยซ้ำ ให้เป็นศูนย์กลางคงไม่ได้หรอก
เมื่อกลางไม่เดิน ไม่วิ่งพล่านอย่างเคย จำนวนการสปรินท์หรือไล่เพรสซิ่งฝ่ายตรงข้ามที่เป็นจุดแข็งมาตลอด กลับลดน้อยถอยลง สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น
สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อแผงมิดฟิลด์ ทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ผลกระทบก็ต้องตกไปพวกกองหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย
แล้วแนวรับแต่ละคนก็ฟอร์มหลุดเช่นเดียวกัน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดนตำหนิอย่างหนักว่าเฉื่อยมากๆ ไม่มีความกระตือรือร้น จนโดนเล่นงานสะบักสะบอม
มันก็ต้องย้อนกลับมาที่จุดเดิม นั่นคือนักเตะดีพอมากแค่ไหนหากทีมต้องเล่นเกมรับ  อีกทั้งในวันที่ประสิทธิภาพการเปิดบอลไม่เหมือนเดิม เราจึงได้เห็นอย่างเกมล่าสุดนั่นแหล่ะ
เทรนท์ ไม่อาจสลัดหลุดจากวงจรนี้ได้เลย สุดท้ายเจอข้อครหาเดิมๆ นั่นคือเป็นพวก Overrates หรือถูกยกย่องเกินฝีเท้าจริง
โจ โกเมซ เข้าข่ายสามวันดี สี่วันแย่ ไม่มีความแน่นอนเลย แล้วพักหลังก็กลายเป็นภาระให้ เฟอร์กิล ฟานไดค์ ที่ดูแลตัวเองยังลำบาก
ปกติแล้ว ฟานไดค์ เป็นนักเตะที่เนี๊ยบอย่างมาก แทบไม่ก่อความผิดพลาดเลย แต่จาก 7 เกมหลังสุด ทำเสียไปแล้ว 2 จุดโทษ ทั้งที่ก่อนหน้า 150 นัดไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้เลย
แนวรับยืนกันสูง ดันเต็มพิกัด แต่ไม่ไล่เพรสซิ่งให้พอ ตรงกลางก็หมดพลัง ช่วยอะไรไม่ได้ ข้างหน้าก็อย่างที่เห็น กำลังอยู่ในช่วงถอยกลับมาเพื่อหาจุดลงตัว
ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตกองกลางลิเวอร์พูล ที่ผันตัวมาวิเคราะห์เกมมองอย่างฉีกแนวจากคนอื่นว่า เป๊ป ไลน์เดอร์ส ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ซึ่งออกหนังสือเล่าถึงเทคนิคและแนวทางการทำทีม อาจทำให้คนอื่นจับทางถูก
หนังสือที่ชื่อ "อินเทนซิตี้" มียอดจำหน่ายสูงมากๆ วางแผงในช่วงที่หงส์แดงกำลังแรงฤทธิ์ ฮามันน์ ก็เลยถามว่าสโมสรปล่อยให้ทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน
แม้จะไม่ได้ลงลึกทุกรายละเอียด ฮามันน์ ก็เชื่อว่าไม่สมควรที่จะเอาเรื่องข้างในไปเผยแพร่ให้คนนอกได้รับรู้
แต่อย่างที่บอกไว้นั่นแหล่ะ นี่เป็นช่วงเวลาที่แต่ละคนพยายามหาสาเหตุต่างๆนานา ซึ่งสุดท้ายแล้วคนที่น่าเข้าใจรู้ซึ้งกว่าใคร ย่อมหนีไม่พ้น เจอร์เก้น คล็อปป์ ต่างหาก
ในเมื่อเขายังยืนยันว่า สถานะทุกอย่างยังคงเดิม มุ่งมั่นกระหายไม่ได้แปรเปลี่ยน เรื่องต่างๆห้ามความคิดผู้อื่นไม่ได้ แต่เข้าใจดีว่าความจริงคืออะไร ก็ต้องมาตามดูว่าเขาจะแก้ไขแบบไหน
เพราะเมื่อแก้แล้ว ยังไม่ดีขึ้น สงสัยได้มีการปลุกอาถรรพ์ 7 ปีขึ้นมาเป็นประเด็นกันอีกแน่นอน
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment